ภาพของผู้ชายและผู้หญิง (ไม่เห็นหน้า) กำลังใช้สมาร์ทโฟนอยู่

ยุคนี้แล้ว เนื้อหาวิดีโอแบบ 16:9 หรือ 9:16 ดี?

คืองี้ เมื่อเร็วๆ นี้ได้อ่านบทความบน Positioning เรื่อง ซีรีส์แนวตั้ง – สตรีมมิงมือถือ : อนาคตธุรกิจบันเทิงเมื่อชาวโลกใช้เวลา 70% กับหน้าจอ แล้วรู้สึกว่าคนทำงานด้าน Online marketing กับคนทำงานด้านผลิตเนื้อหา อาจจะต้องหันมาให้ความสนใจเรื่องนี้กันบ้างแล้วจริงๆ นะ เพราะอย่างที่ Positioning เขาจั่วหัวนั่นแหละ ชาวโลกใช้เวลา 70% กับหน้าจอ(มือถือ) กันแล้ว ถ้าจะทำวิดีโอ มันถึงเวลาที่จะต้องมาปรับวิดีโอเป็นแนวตั้งกันแล้วหรือเปล่า?

ลองย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 บทความชื่อ ถ่ายวิดีโออย่างไรให้ดูเป็นมือโปร ของ VOGUE Thailand ยังเขียนเอาไว้อยู่เลยว่าการถ่ายวิดีโอแนวตั้งมันทำให้ผลงานออกมาดูเหมือนเป็นมือสมัครเล่น เพราะพอเอามาโพสต์บน YouTube หรือ Facebook แล้ว ภาพมันจะออกมาอยู่แค่กลางจอ และมีแถบดำอยู่ตรงด้านซ้ายและขวา กลายเป็นว่าดูเป็นมือสมัครเล่นไป

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปแค่ 3 ปี พวกโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรือ YouTube เอง ต่างก็ปรับแอปตัวเองให้รองรับการแสดงผลทั้งภาพถ่ายและวิดีโอให้รองรับอัตราส่วนการแสดงผลแบบแนวตั้งกันหมดแล้ว ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะผู้ใช้งานไงครับ ทุกคนต่างก็เป็น “มือสมัครเล่น” กันหมด และเมื่อต่างก็ถ่ายทั้งภาพและวิดีโอแบบแนวตั้ง การเห็นภาพออกมาเล็ก หรือมีแถบดำด้านข้าง มันน่ารำคาญ ถูกแมะ แต่พฤติกรรมการถ่ายแนวตั้งมันหยุดกันไม่ได้ ทาง Facebook, Twitter และ YouTube เอง ก็ต้องปรับตัว เพื่อให้มันรองรับพฤติกรรมของผู้ใช้งาน ไม่ทำให้เขารู้สึกรำคาญกับคอนเท้นต์ และยินดีที่จะให้แอปต่อไป

ภาพ Screenshot แอป Twitter ที่แสดงผลวิดีโอที่ถ่ายแนวตั้ง

ฉะนั้น หากมองว่าการถ่ายภาพหรือวิดีโอออกมาแล้ว ภาพมันเล็กๆ มีแถบดำๆ อยู่ด้านข้าง ไม่เต็มจอ มันคือมือสมัครเล่น … ณ ตอนนี้มันไม่ได้ดูมือสมัครเล่นอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าภาพมันเต็มจอแล้วไง นอกจากนี้ พฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนทั่วไปก็คือ การถือใช้ในแนวตั้ง แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะมีฟีเจอร์ที่ตะแคงภาพหน้าจอให้โดยอัตโนมัติเมื่อตะแคงจอ แต่มันกลับไม่สะดวกอีกต่อไปแล้วเหอะ

วิดีโอที่อัตราส่วนการแสดงผลแบบเดิมๆ กลับกลายเป็นจอเล็กไปแทน

และเมื่อพฤติกรรมของคนเราเปลี่ยนไปเช่นนี้ จากเดิม คอนเท้นต์แบบแนวนอนที่ดูโปร พอมาดูบนจอแนวตั้งแทน มันกลับไม่โปรซะแล้ว ถ้าเราเอาเกณฑ์แบบเมื่อก่อนมาวัด ที่ว่าถ้ามันแสดงผลไม่เต็มจอ หรือมีแถบดำ หรือสิ่งที่ไม่ใช่เนื้อหาของวิดีโอที่แทรก ดูตัวอย่างการแสดงผลวิดีโอแบบ 16:9 บนแอป YouTube ในการดูแบบแนวตั้งได้ครับ เจออีแบบนี้ ผู้ใช้งานจะกลับรู้สึกว่า สมาร์ทโฟนจอบะเริ่ม ดันแสดงผลวิดีโอออกมาได้จอกระติ๊ดเดียวเองอ่ะ

เมื่อเอามาเทียบกับเนื้อหาที่ทำออกมาเป็นแนวตั้งโดยเฉพาะเลย เช่นวิดีโอด้านบน (กรุณาเปิดดูบนแอป YouTube นะ … ถ้าคลิกที่วิดีโอด้านบนแล้วมันไม่เรียกแอป YouTube มาให้ ลองคลิกลิงก์นี้แทน) คิดว่ายังไงล่ะ

คอนเท้นต์ตอนนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับดูโปร ดูไม่โปร แล้ว มันต้องดู Engagement

ในความเห็นของผมนะ ดูโปร ดูไม่โปร มันไม่เกี่ยวกับแถบดำแล้วล่ะ เพราะว่าถ้าถ่ายมาแบบ 16:9 ก็ตะแคงดูแนวนอน ถ้าถ่ายมาแบบ 9:16 ก็ดูมันแนวตั้งแบบที่เราใช้ประจำไปนั่นแหละ แถบดำมันแทบจะไม่เหลือแล้ว (ยกเว้นเราไปถ่ายด้วยอัตราส่วนการแสดงผลแปลกประหลาดมา หรือ เราใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ที่เดี๋ยวนี้หน้าจอเป็นอัตราส่วนการแสดงผล 19.5:9 กันหมด ตามสมัยนิยม)

จุดสำคัญของคอนเท้นต์สำหรับโลกโซเชียลมีเดีย ณ ตอนนี้ผมว่ามันอยู่ที่ Engagement มากกว่าความโปรหรือไม่โปร คือ มันกระตุ้นต่อมอยากดูของผู้ชมได้มากแค่ไหน มันกระตุ้นให้คนมามีส่วนร่วมกับคอนเท้นต์ (กดไลค์ กดแชร์ หรือ คอมเม้นต์) ได้มากแค่ไหนมากกว่าละครับ แล้วเผอิญว่า เนื้อหาที่มีอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 9:16 เนี่ย มันสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวโซเชียลมีเดียมากกว่า คือ การใช้งานแอปพวกนี้มันเป็นแนวตั้งอยู่แล้ว เมื่อเนื้อหาก็เป็นแนวตั้งด้วย ผู้ใช้งานก็ไม่ต้องวุ่นวายกับการตะแคงหน้าจอมือถือไปมาไง โอกาสที่จะมี Engagement มันก็สูงกว่า ผู้ชมก็รำคาญน้อยกว่า

แต่เนื้อหาแบบ 16:9 ก็ยังทำได้อยู่นะ

ชาวโซเชียลเขาสะดวกชมเนื้อหาแบบ 9:16 มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเนื้อหาแบบ 16:9 จะไม่มีที่ยืนนะ เพราะมันก็ยังมีหลายกรณีที่ยังมีความจำเป็นในการแสดงเนื้อหาแบบ 16:9 อยู่ครับ โดยเฉพาะ หากเราต้องการแสดงเนื้อหาในแบบเดียวกับที่มุมมองจากตาของมนุษย์เห็น เพราะคนเรามองเห็นภาพเป็นพาโนรามามุมกว้างมากครับ (จริงๆ กว้างและสูงกว่า 16:9 มาก) เนื้อหาแบบ 16:9 ยังคงเอามาใช้ “เล่าเรื่อง” ได้ดีกว่า และทุกสถานการณ์มากกว่าอัตราส่วนการแสดงผลแบบ 9:16 ครับ … แน่นอนว่าอยากที่ Positioning เขาบอกมาว่า มีคนคิดจะทำซีรี่ย์เรื่องสั้นที่เป็นแบบ 9:16 แล้ว แต่มันยังต้องการความคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของการนำเสนอมาก เพราะ 9:16 มันไม่ใช่มุมมองของตามนุษย์เลย การจะดำเนินเรื่องมันจึงต้องวางให้ดีๆ

ถ้าเน้นเรื่องของ Immersive เป็นเนื้อหาที่มีระยะเวลานานประมาณนึงแล้ว ผมยังรู้สึกว่า อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 16:9 เนี่ย ยังเป็นทางเลือกหลักอยู่ดี และผมก็คิดว่า ผู้ใช้งานเองก็ไม่น่าจะรำคาญอะไร เพราะเขาก็ไม่ต้องตะแคงหน้าจอกลับไปกลับมาอยู่แล้ว ดูซีรี่ย์ตอนนึง 40 นาที หรือ ดูหนังเรื่องนึงเลย ยาว 90-110 นาที มันตะแคงจอทีเดียวยาว จบ

อัตราส่วนการแสดงผลแบบ 2:3, 4:5 หรือ 1:1 คือทางสายกลาง

ผมแอบขอเพิ่มทางเลือกให้อีกหน่อยครับ สำหรับคนที่คิดว่าการทำเนื้อหาแบบ 16:9 หรือ 9:16 มันทำให้ผู้ชมต้องเลือกว่าจะตั้งหรือตะแคง อาจจะพิจารณาทำเนื้อหาแบบ 2:3, 4:5 หรือ 1:1 ไปดูเลยก็ได้ ข้อเสียคือ มันจะสูญเสียเนื้อที่ในการแสดงผลไปเยอะ ฉะนั้นต้องวางแผนการทำเนื้อหามาให้ดีๆ แต่เพราะล่าสุด Facebook จะปรับการแสดงผลวิดีโอหรือภาพบนโพสต์ (ในกรณีที่ยังไม่ได้คลิกขยาย) ให้รองรับการแสดงผลแบบแนวตั้งแล้ว ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด มันคือ 4:5 ดังนั้น การทำเนื้อหาที่การแสดงผลแบบ 2:3, 4:5 หรือ 1:1 จะทำให้เนื้อหาของคุณมันโผล่มาเต็มๆ โดยไม่ต้องให้ผู้ใช้งานคลิกไปดูอีกรอบเลย มันก็ช่วยให้ผู้ชมได้เห็นเนื้อหาได้เต็มๆ โดยไม่ต้องลำบากคลิกหรือแตะอีกรอบ โอกาสที่เขาจะเกิด Engagement (คลิกดูภาพเต็ม, กดไลค์ หรือปุ่มอื่นๆ หรือ กดแชร์) มันก็จะมีมากกว่าด้วย

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.