ภาพกราฟิกของคนกำลังใช้โน้ตบุ๊กอยู่ แล้วหน้าจอมีการแจ้งเตือนว่า Fraud Alert (เตือนภัยต้มตุ๋น)

ระวังมิจฉาชีพบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หลอกขายโน้ตบุ๊ก

คนไทยซื้อขายออนไลน์กันเยอะมากขึ้น เพราะนอกจากคนไทยเริ่มคุ้นชินกับการจับจ่ายด้วยบัตรเครดิต เดบิต และพวก Wallet ต่างๆ แล้ว แพลตฟอร์มขายของออนไลน์และบริการโลจิสติกส์ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักช้อปมากขึ้นด้วย แต่ด้วยความที่การแข่งขันมันรุนแรง ทำให้การสมัครเป็นผู้ขายบนแพลตฟอร์มพวกนี้มันง่ายมาก และปราศจากการขั้นตอนการตรวจสอบที่ดีพอ จนตอนนี้ผมเริ่มเห็นพวกมิจฉาชีพหันมาหลอกลวงผู้คนบนแพลตฟอร์มต่างๆ พวกนี้กันมากขึ้นแล้ว

จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ผมเห็นตอนนี้ก็มี Lazada กับ Kaidee ที่มีพวกมิจฉาชีพมาปลอมตัวหลอกขายของออนไลน์กัน โดยวิธีการของพวกนี้เท่าที่เห็นจะมีสองแบบ แบบแรกคือ ขายของปลอมชัดเจน ซึ่งมักจะเป็นพวกแฟลชไดร์ฟที่ความจุ 2TB แต่ขายในราคาถูกมากๆ อันนี้เจอบ่อยแล้วบนโฆษณาบน Facebook แต่ตอนนี้เห็นมาระบาดบน Lazada เยอะมาก

แบบที่สองก็คือ พวกที่เอาโน้ตบุ๊กมาขายราคาถูกบ้าง แพงประมาณนึงบ้าง มักจะมาในรูปแบบของการขายของมือสอง ในราคาที่ถูกกว่าราคามือสองบนท้องตลาด ซึ่งอาจปลอมเนียนเป็นเจ้าของขายเองบ้าง หรือเหมาพวกของที่บริษัทห้างร้านเขา Write off (หมายถึงการขายของเก่าจำนวนมาก เพราะบริษัทมีการเปลี่ยนรุ่น) มาขายต่อ เป็นต้น

ภาพหน้าจอเว็บ Lazada ที่ขายโน้ตบุ๊ก Huawei MateBook X Pro ซึ่งน่าจะเป็นของพวกมิจฉาชีพ

วิธีสังเกตพวกนี้ (ทั้งบน Lazada และ Kaidee) ก็คือ จะเป็นร้านแบบ 3rd party ที่เพิ่งเปิดใหม่มากๆ พวกคะแนนร้านหรือคะแนนการจัดส่งนี่จะไม่มี แต่คะแนนการตอบแชทจะสูง เพราะใครถามมานี่ตอบหมด ส่วนใหญ่ตอบแชทเป็นภาษาอังกฤษ แต่ก็มีพวกตอบแชทภาษาไทยได้เช่นกัน ถ้าเป็นบน Lazada จะพยายามให้คนที่สนใจไปติดต่อคุยตรงผ่าน LINE จากนั้นก็จะพยายามขายโดยตรง ผ่านวิธีการโอนเงิน ส่วนบน Kaidee นี่มักจะตั้งพิกัดการรับของเป็นต่างจังหวัด แต่เมื่อเราสนใจ เขาก็บอกว่าถ้าไม่สะดวก ก็สามารถส่งพวก Kerry ได้ แต่เราต้องโอนเงินก่อน

หน้าจอการโต้ตอบระหว่างลูกค้าและร้านค้า(ที่คาดว่าจะเป็นมิจฉาชีพ) ซึ่งร้านค้าพยายามให้คุยกันผ่าน LINE สถานเดียว

ร้านพวกนี้เขาจะพยายามให้แชททาง LINE บ้าง หรือให้โทรศัพท์คุยกันบ้าง เพราะการโทรศัพท์คุยกัน จะทำให้เรารู้สึกสบายใจกว่า เพราะได้ยินเสียง ได้รู้สึกว่ามีตัวตนจริง และจากที่เราๆ ท่านๆ รู้กันว่า เดี๋ยวนี้มันต้องลงทะเบียนซิมกันแล้ว แม้จะเป็นซิมเติมเงิน เราก็จะรู้สึกว่าติดตามตัวคนได้ แต่จริงๆ แล้ว ต้องบอกว่าการลงทะเบียนซิมมันก็เหมือนกับการเปิดบัญชีธนาคารครับ มันมีการรับจ้างเปิดรับจ้างลงทะเบียนกันอยู่ แม้จะมีกฎหมายคุมแล้ว แม้จะมีบทลงโทษแล้ว แต่คนไม่รู้กฎหมายก็ยังมีเยอะ และหลายๆ คน ก็รับจ้างทำเพราะเห็นแต่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากมิจฉาชีพ

พวกนี้ถ้าเราหลงกลแล้ว ตามยากมาก เพราะเราแทบจะไม่มีข้อมูลตัวมิจฉาชีพเลย มีแต่ชื่อคนอื่นที่รับจ้างเปิดบัญชี รับจ้างลงทะเบียนซิม กันทั้งนั้น และหากเราโอนเงินไปแล้ว ก็ไม่สามารถดึงเงินกลับได้ด้วย เพราะถือว่าการทำธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นโดยสมัครใจแล้ว ไม่ใช่ความผิดพลาด เราทำได้แค่แจ้งความ แล้วให้ตำรวจทำการตรวจสอบบัญชีผู้รับ และพยายามตามจับกุมมิจฉาชีพรายนั้น (ซึ่งทำได้ยาก) ส่งผลให้คนพวกนี้ยังลอยนวล และกลับมาหลอกคนอื่นได้ โดยใช้ชื่ออื่น เปิด Account ผู้ขายบนแพลตฟอร์มเดิมๆ

อย่าไปสงสัยนะครับว่าร้านมิจฉาชีพพวกนี้เอารูปสินค้ามาจากไหน แหม่ มีให้ดาวน์โหลดเยอะแยะครับ เพราะมันก็มีคนทั่วไปที่โพสต์ประกาศขายของกันเยอะแยะ มันก็แค่ไปเซฟๆ เก็บมา แล้วเอามาประกาศขายซ้ำ และเพราะว่ามันมีรูปเยอะแยะขนาดนี้นี่แหละ เลยทำให้มันยากที่จะแยกแยะว่าอันไหนโดนเซฟมาจากเจ้าของจริงมาโพสต์ และมันก็ดูน่าเชื่อถือมากๆ โดยเฉพาะบนเว็บ Kaidee นี่ พวกนี้จะไปเซฟพวกของที่ขายๆ กันอยู่ล่าสุดเอามาโพสต์ซ้ำเป็นของปัจจุบัน เวลาคนมาไถๆ ดู ก็จะเจอของมิจฉาชีพก่อน และจะดูน่าเชื่อถือมาก เพราะรูปสินค้าบางรูป มีสิ่งที่บ่งบอกวันเวลาที่ถ่ายรูป หรือบางทีก็มีรูปมือรูปแขนของเจ้าของสินค้าด้วย หลงกลเอาง่ายๆ จริงๆ

ถ้าเจอร้านไหนมีพฤติกรรมแบบนี้ ให้ระวังไว้ก่อนเลยนะครับ … ทางที่ดีที่สุด หลีกเลี่ยงการซื้อขายแบบที่โอนเงินครับ นัดรับของกันไปเลย หรือไม่ก็จ่ายผ่านแพลตฟอร์มจะดีกว่า … บอกตรงๆ ว่าไปๆ มาๆ ผมกลับเริ่มรู้สึกว่า ซื้อของผ่าน Aliexpress นี่ยังรู้สึกปลอดภัยกว่าเลย (ฮา)

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.