Home>>รีวิว>>ลองเล่น Windows 11 เป็นครั้งแรก … ไอ้ตัวที่เขาว่าหลุดมานั่นแหละ
แบ็กกราวด์ใน Dark mode ของ Windows 11
รีวิว

ลองเล่น Windows 11 เป็นครั้งแรก … ไอ้ตัวที่เขาว่าหลุดมานั่นแหละ

เห็นฮือฮากันจริงจังมาก เกี่ยวกับ Windows 11 ที่ดันหลุดมาได้ยังไงก็ไม่รู้ ตอนนี้หลายคนก็เลยเอามาลองเล่นกันใหญ่เลยครับ ผมก็เลยแอบไปตามหาบ้างว่าไปดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ยังไงกัน แล้วเอามาลองเล่นคร่าวๆ ดู ก็ขอถือโอกาสเล่าให้อ่านคร่าวๆ ในบล็อกตอนนี้ก่อน ว่าอะไรเป็นยังไงบ้างฮะ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

Windows 11 ที่หลุดมางวดนี้ ไม่รู้ว่าต้นตอที่แท้ทรูมาจากไหน รู้แต่ว่ามันมาจากประเทศจีนนะครับ ดูท่าทางแล้วเป็นตัวเต็มซะด้วย สามารถเอามาติดตั้งแบบ Clean install ก็ได้ หรือจะติดตั้งแบบอัปเดตจาก Windows 10 ก็ได้เช่นกันครับ แล้วเหมือนมันจะมีให้เลือกด้วยว่าอยากติดตั้งเป็น Windows เวอร์ชันไหน ตั้งกะ Home ยัน Pro ยันเวอร์ชันอื่นๆ อีกมากมายเลย อย่างไรก็ดี ด้วยความที่แหล่งที่มาไม่ชัดเจน และเราก็ยังไม่รู้ว่าไอ้ที่ว่าเป็นตัวเต็ม มันเต็มแค่ไหน ยังไง ผมไม่แนะนำให้ไปหามาดาวน์โหลดกันเอง หรืออัปเกรดคอมพิวเตอร์สำหรับการใช้งานนะครับ และผมไม่ขอแปะลิงก์สำหรับดาวน์โหลดใดๆ ด้วย เพราะมันถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หากทำการแจกจ่ายครับ การตามหาลิงก์ดาวน์โหลดเองถึงได้ยากเย็นมาก

ในกรณีของผม ผมได้ทดสอบสองแบบ คือ Clean install ไปบน VirtualBox กับอีกแบบคือ อัปเกรดจาก Windows 10 ไปเป็น Windows 11 เลย ในกรณีนี้ มีโอกาสที่อัปเกรดไปแล้ว License จะหายด้วยนะเออ เตรียมใจไว้เลย (ผมอ่ะ เตรียมใจว่า หาก License หาย ก็จะเปลี่ยนเครื่องนี้ไปเป็น Linux มันซะเลย 555)

เผื่อใครลืมๆ กันไปแล้วว่า สัตยา นาเดลลา CEO ของ Microsoft เคยพูดไว้เมื่อปี 2558 ว่า “Windows 10 will be the last version of Windows” หรือ “ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 จะเป็นเวอร์ชันสุดท้ายของวินโดวส์” แต่ไปๆ มาๆ ไหงมี Windows 11 โผล่มาได้ฟะเนี่ย 555 เอาจริงๆ ตอนที่ผมได้ยินท่าน CEO เขาพูดถึงทิศทางของ Windows 10 ผมชอบเลยนะ คือ ไม่ต้องมาอัปเดตเวอร์ชันแล้ว ก็อัปเดตตัวระบบปฏิบัติการไปเรื่อยๆ มี Build ใหม่ไปเรื่อยๆ มันก็โอเคนี่หว่า และเราก็ได้เห็นการอัปเดตที่เปลี่ยนแปลง Windows 10 มาตลอด จนถึงล่าสุด Windows 10 update 21H1 เนี่ย

ภาพหน้าเว็บของ Microsoft ที่แสดงวันที่สิ้นสุดการสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Windows 10 และ Windows 10 Pro

แต่ไปๆ มาๆ Microsoft กลับประกาศเฉยเลยครับว่า Windows 10 จะเกษียณอายุวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2568 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า รวมสิริอายุก็ 10 ปีพอดี ก็ประมาณพอๆ กับ Windows 7 เลยครับ ต่างกันตรงที่ว่า Windows 10 มันมีการอัปเดตเพื่อเพิ่มฟีเจอร์เข้ามามากกว่า

Windows 11 ก็คือ Windows 10 โฉมใหม่ แต่ไส้ในหลายๆ อย่างยังคงเดิม

เท่าที่ผมลองเล่นดู ถ้าไม่นับที่ว่ามันมี UI แตกต่างจากเดิมไปบ้าง เช่น Taskbar และ Start menu มันมากองกระจุกที่ตรงกลาง แทนที่จะเป็นด้านซ้ายเหมือนเดิม มีแบ็กกราวด์ใหม่ (ซึ่งตอนนี้มีคนปล่อยให้ดาวน์โหลดไปใช้กันแล้ว) พวกกล่อง Windows ต่างๆ ตรงมุมกลายเป็นกลมมน แทนที่จะเป็นแหลมๆ Windows Explorer มีไอคอนหน้าตาใหม่ๆ แล้ว โดยรวมมันก็คือ Windows 10 เราดีๆ นี่เองแหละครับ

คือ ถ้าไม่ได้เข้าไปที่ System > About แล้วเจอมันเขียนตรง Windows specification ว่าเป็น Windows 11 เนี่ย ก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเป็น Windows 11 นะ … ตรงนี้ผมมีข้อสังเกตว่า ตรง Version ซึ่งปกติมันจะบอกเป็นเลขรหัสอัปเดต (เช่นของ Windows 10 ของผมก็จะขึ้นว่า 21H1 หมายถึง เป็นเวอร์ชันอัปเดตครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2021) มันขึ้นว่าเป็น Dev ดังนั้นจึงเดาว่า นี่คือเวอร์ชันที่ Microsoft เขาแจกจ่ายให้เหล่านักพัฒนาเอาไปใช้ เพื่อทดสอบกับตัวโปรแกรมของพวกเขานั่นแหละ

หน้าจอ About ของ Windows 11 Home

และเมื่อประกอบกับทิศทางของ Windows 10 ที่มีมาก่อนหน้า ก็น่าจะพอสรุปได้ว่า Windows 11 นี่ น่าจะมีอัปเดตมาเรื่อยๆ และก็จะมีฟีเจอร์เพิ่มตามมาเรื่อยๆ ภายหลังนั่นเอง และก็เลยไม่แปลกที่พอผมไปไล่ดูหลายๆ หน้าต่าง ก็ยังเห็นว่า อะไรๆ ก็ยังเหมือนเดิมนะ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ผมขอเรียกว่าเป็น “มรดกจาก Windows รุ่นดึกดำบรรพ์” ก็แล้วกัน เช่น Control Panel ก็ยังคงอยู่ พวก Device manager อะไรพวกเนี้ย ก็ยังหน้าตาแบบเดิมๆ ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนชุดไอคอนไปบ้าง แต่โดยรวม กลิ่นอาย Legacy Windows ชัดๆ

หน้าจอ Control Panel ของ Windows 11

ที่เปลี่ยนไปจริงๆ โดยสิ้นเชิงเลย น่าจะเป็นตัว Windows setup ครับ ที่หน้าตาดูสวยงาม ทันสมัยมากขึ้น (เช่น ภาพด้านล่างนี่คือภาพส่วนหนึ่งของตอนที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 11) ผิดกับ Windows ก่อนหน้า รวมถึง Windows 10 ซึ่งถ้าก่อนหน้านี้ผมบอกว่า Windows 10 คือ Windows 8 ที่ทำเสร็จ … Windows 11 ก็คือ Windows 10 ที่สมบูรณ์ขึ้นก็แล้วกันเนอะ

หน้าจอเลือกรูปแบบคีย์บอร์ดตอนกำลังติดตั้ง Windows 11

ฟีเจอร์นึงที่ผมชอบ และมีคนพูดถึงไปแล้วในตอนที่พรีวิว Windows 11 ก็คือ Quick snap ที่ให้เราสามารถย่อหน้าต่างให้เป็นขนาดต่างๆ ได้ ถามว่าเป็นฟีเจอร์ใหม่เอี่ยมไหม? ก็ไม่ใช่ คือ Windows 10 มันมีมาก่อนแล้ว เพียงแต่เราต้องใช้ Shortcut หรือการลากหน้าต่างไปตามมุม หรือขอบของหน้าจอ เพื่อทำการย่อหน้าต่างเป็นขนาดต่างๆ และมันรองรับแค่ 2 ขนาด คือ 1/2 ของหน้าจอ กับ 1/4 ของหน้าจอ แต่งวดนี้ มันมีการรองรับแบบ 1/3 ของหน้าจอ แบ่งหน้าจอเป็น 3 ส่วน โดยที่ตรงกลางใหญ่กว่าข้างๆ และแบ่งหน้าจอเป็นสองส่วน โดยที่อันนึงใหญ่มีขนาด 2/3 ส่วนอีกอันมีขนาด 1/3 ด้วย

หน้าจอแอป Microsoft Store เมื่อมีการคลิกเปลี่ยนขนาดหน้าต่างโปรแกรม แล้วให้เลือกว่าจะเปลี่ยนเป็นสัดส่วนใด ด้วย Quick snap

ซึ่งเมื่อพิจารณาประกอบกับการใช้งาน ที่เราจะเอาเมาส์ไปลอยอยู่เหนือไอคอนปรับขนาดหน้าต่างโปรแกรมแล้ว และถ้าเป็นการใช้หน้าจอสัมผัส ก็น่าจะคล้ายๆ กับการเอานิ้วไปแตะค้างเอาไว้ ก็น่าจะคิดได้ว่า Microsoft ตั้งใจให้ฟีเจอร์นี้ถูกใช้บนหน้าจอสัมผัสได้ดีด้วย แต่สำหรับคนที่ใช้เครื่องเดสก์ท็อป หากมีหน้าจอขนาดใหญ่ หรือจอแบบ Ultrawide ก็จะได้ประโยชน์จากการทำ Quick snap นี้เช่นกัน

อัปเกรดจาก Windows 10 ได้ไม่มีปัญหา แต่อาจจะใช้ไม่ได้กับเครื่องรุ่นเก่ามาก

ข่าวดีคือ ผมลองอัปเกรดจาก Windows 10 Home มาเป็น Windows 11 Home ได้อย่างไม่มีปัญหาใดๆ (เท่าที่เห็น ณ ขณะนี้ ยังไม่ได้ลองใช้ยาวๆ เดี๋ยวค่อยมาว่ากัน) สามารถอัปเกรดแบบที่โปรแกรมต่างๆ ที่เคยลงไว้ การตั้งค่าต่างๆ ไฟล์ต่างๆ อยู่ครบเหมือนเดิม ใช้งานต่อได้เลย และแน่นอน หากเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เป็น Windows 10 ของแท้ ที่ Activate แล้ว มันก็จะขึ้นว่า Activate แล้วด้วย เย่ ไลเซ่นส์ไม่หาย

หน้าจอ Activation ของ Windows 11 ที่แสดงว่าไลเซ่นส์ของระบบปฏิบัติการนั้นได้ถูก Activated แล้ว

ที่เหลือก็แค่ต้องคิดว่า สมมติผมไม่อยากใช้ Windows 11 แล้ว จะสามารถ Downgrade กลับมาเป็น Windows 10 ได้ไหมนะ แต่คิดว่าน่าจะได้แหละน่า ไว้ค่อยว่ากัน

รัน Affinity Photo บน Windows 11

ทีนี้ผมก็ลองรันโปรแกรมนิดๆ หน่อยๆ ครับ เช่น Microsoft Office หรือ Affinity Photo ดูว่าจะมีปัญหาอะไรไหม ก็พบว่า ไม่มีปัญหาอะไร ถามว่า Windows 11 เขมือบแรมมากไหม ผมลองเปิดแบบโล่งๆ ดู ก็พบว่ามันกินแรมราวๆ 2.4GB บน VirtualBox ที่ไม่ได้ลงโปรแกรมใดๆ เลย เตียนๆ โล่งๆ ส่วนบนโน้ตบุ๊กที่ผมอัปเกรดมา มันก็กินแรมไป 5.8GB ก็พอๆ กับตอนใช้ Windows 10 ตามปกติครับ

เบื้องต้น คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ครับ เดี๋ยวไว้มีอะไรคืบหน้า จะมาเล่าให้อ่านกันเพิ่มเติมทีหลังนะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.