Home>>รีวิว>>รีวิว Fobo Tire ระบบวัดลมยางรถยนต์ที่ผมใช้มาหลายปีแล้ว มองว่าแม่นยำ และถึกทนที่สุด
Fobo Tire
รีวิว

รีวิว Fobo Tire ระบบวัดลมยางรถยนต์ที่ผมใช้มาหลายปีแล้ว มองว่าแม่นยำ และถึกทนที่สุด

ผมเคยเขียนรีวิวเจ้านี่ไปแล้วในบล็อกเก่า กาฝากดอทคอม แต่ว่าบล็อกนั้นปิดตัวไปแล้วแหละ เพราะผมตั้งใจว่าจะมาเป็น กาฝากดอทบล็อกแทน เนื่องจากเปลี่ยนมาเขียนบล็อกเป็นงานอดิเรกแล้ว แต่ที่กลับมารีวิวอีกครั้งก็เพราะว่า ผมซื้อเจ้า Fobo Tire ชุดใหม่มาเพื่อใช้กับ Nissan Kicks ที่ผมเพิ่งถอยออกมาหมาดๆ เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. นี้น่ะสิฮะ และผมก็เพิ่งรู้ว่ามันยังมีขายอยู่ในประเทศไทยนะเออ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

Fobo Tire เซ็ตนี้ก็เหมือนเซ็ตก่อนหน้าแหละ ผมซื้อมาใช้เอง รีวิวเอง ไม่ได้มีใครสนับสนุนอะไรใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการรีวิวจากผู้ใช้งานที่แท้ทรู และเป็นผู้ใช้งานที่ใช้มาหลายปีแล้วด้วย และรู้สึกได้ว่ามันดี แม่นยำ ถึกทน จนต้องซื้อเป็นชุดที่สอง แม้ราคาจะเกือบครึ่งหมื่นก็ตาม

ก่อนอื่น ต้องขออภัยก่อนว่าอาจจะไม่มีรูปประกอบบทความมากนัก เพราะผมแกะใช้งานเรียบร้อยแล้ว เพิ่งนึกได้ว่า ควรจะถ่ายรูปเพื่อเอามารีวิวซ้ำอีกรอบ เพราะรีวิวเดิมมันอยู่ที่บล็อกเก่า แต่เอาเป็นว่า พอแกะกล่องออกมาแล้วอะ สิ่งที่อยู่ในกล่องมันจะประกอบไปด้วย ตัวรับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ ที่มีหน้าตาแบบในรูปด้านล่าง คือ เป็นกล่องเล็กๆ ที่มีไฟ LED อยู่ในตำแหน่งคล้ายๆ กับล้อ 4 ล้อของรถยนต์ ถ้าดูตามในรูปจะเห็นว่าด้านบนคือด้านหน้าของรถ แล้วพลาสติกสีดำๆ สีจุดนั่นแทนล้อทั้ง 4 นั่นเอง เจ้ากล่องเนี่ยทำงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด AA จำนวน 2 ก้อน มีแถมมาให้แล้วเป็นแบบลิเธียมด้วย ไฮโซมาก มีเทปพลาสติกกั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ถูกใช้งานในขณะที่ยังถูกเก็บในสต็อก

ถัดมาก็คือ จุกลมยาง TPMS ของ Fobo Tire ที่มีให้มา 4 จุก พร้อมน็อตพลาสติก 6 อัน ที่เอาไว้ล็อก กันไม่ให้คนมือบอนมาแอบหมุนขโมยจุกของเราไป (ซึ่งจริงๆ แล้ว ขโมยไปก็เอาไปทำอะไรไม่ได้หรอกนะ แต่ถ้าโดนขโมยไป เราก็ต้องซื้อชุดใหม่มาเปลี่ยนอะ แล้ว แบบ มันแพงอะ เข้าใจใช่มะ) เราใช้แค่ 4 อันพอ อีก 2 อันเขาให้เป็นสำรอง แล้วก็จะมีตัวประแจพลาสติก ที่เอาไว้ขันไอ้น็อตพลาสติกนี่แหละ และสุดท้ายคือ แบตเตอรี่แบบกระดุม CR2032 ที่หาซื้อได้ไม่ยากในประเทศไทย เขาให้มา 4 อัน

อย่าเพิ่งดีใจว่าเขาให้มา 4 อันเป็นของแถม เพราะจากที่ผมเจองวดนี้คือ ตัวเซ็นเซอร์อะ มันมีการใส่ถ่านมาให้แล้ว แถมไม่มีเทปพลาสติกมันกั้นด้วย ส่งผลให้แบตเตอรี่หมดจ้า เลยต้องเอาไอ้ที่เขาแถม 4 อันนี่แหละ มาใส่เปลี่ยนเข้าไปเพื่อใช้งาน

การติดตั้งนั้นง่ายมาก ก่อนอื่นก็ดาวน์โหลดแอป Fobo Tire 2 มาติดตั้งก่อน (Android | iOS) จากนั้นทำตามที่คู่มือบอกตรงฝากล่อง เปิดใช้งานตัวรับสัญญาณ แล้วเพิ่มเจ้ากล่องนี่ลงไปในแอป จากนั้นก็ค่อยๆ ใส่เซ็นเซอร์ไปทีละล้อ โดยเอาจุกลมยางอันเก่าออก ใส่น็อตกันคลายเข้าไปก่อน จากนั้นค่อยเอาจุก TPMS Fobo Tire ใส่เข้าไป เริ่มจากล้อหน้าขวาก่อน จากนั้นก็เอาตัวรับสัญญาณไปอยู่ใกล้ๆ แล้วใช้แอปเริ่มทำการติดตั้ง ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 4 ล้อ ซึ่งจะเป็น หน้าขวา -> หลังขวา -> หลังซ้าย -> หน้าซ้าย ตามลำดับ

จุกลม TPMS ของ Fobo Tire มันแจ่มกว่าของยี่ห้ออื่นตรงที่ มันไม่มีการระบุว่าอันไหนมันสำหรับล้อไหน ถ้าเรามีสองชุด เราสามารถเอาจุกลมสลับชุดกันได้ แค่ต้องตั้งค่าให้ถูกต้องเท่านั้นเอง แต่มันจะงงๆ เวลาติดตั้งเสร็จแล้ว มีความจำเป็นต้องถอดออก ต้องใส่อย่าให้ผิด ซึ่งถ้าเราไม่จดเอาไว้ เราก็แค่ใส่คืนกลับไปทีละอัน แล้วดูว่าอันที่ใส่ มันไปเด้งขึ้นล้อไหนในแอปก็ได้

ตัวแอป มันจะให้เราบันทึกโปรไฟล์ของรถของเราไป แอปนึงสามารถบันทึกได้หลายโปรไฟล์ครับ เผื่อเรามีรถยนต์หลายคัน แล้วก็ใช้ Fobo Tire ด้วยกันทั้งหมด (ซึ่งตอนนี้ กรณีของผมก็จะมีรถยนต์สองคัน) เวลาบันทึกเราก็ระบุไปว่าอยากให้โปรไฟล์ชื่ออะไร แล้วรถยนต์ยี่ห้อไหน รุ่นอะไร ปีอะไร ก็บันทึกได้ นอกจากนี้ก็ยังตั้งค่าได้ว่าแรงดันลมยางปกติควรเป็นเท่าไหร่ (เช่น Nissan Kicks แนะนำ ล้อหน้า 33 psi ล้อหลัง 30 psi) และตั้งไว้ว่า Min เป็นเท่าไหร่ Max เป็นเท่าไหร่ ซึ่งหากแรงดันลมมันเกินหรือต่ำกว่าค่า Min Max ที่กำหนด มันจะมีการร้องเตือน ทั้งผ่านแอป และผ่านตัวรับสัญญาณครับ

มันมีข้อเสียตรงที่ เพื่อความปลอดภัย มันเลยยอมให้ล็อกอินใช้งานแอปได้แค่ครั้งละ 1 user เท่านั้น และด้วยข้อจำกัดที่การเช็กแรงดันลมเป็นตัวเลข มันสามารถทำได้แค่ผ่านแอปเท่านั้น เลยทำให้ไม่สะดวกในกรณีที่รถยนต์มีคนขับหลายคนครับ ซึ่งผิดกับของจีนที่มันจะมีหน้าจอแสดงผลแยกออกมาเลย ไม่ต้องดูผ่านแอป หรือของ ZUS ซึ่งในเมืองไทยก็มีขายอยู่นะ (ผมก็มีชุดนึง แต่มันไม่ทนเท่าไหร่ และหลังๆ มันก็ไม่ค่อยแม่นซะงั้น ผมใช้กับรถ Nissan Sylphy คันเก่า พอเปลี่ยนมาเป็น Kicks เลยถือโอกาสปลดระวางมันซะเลย) ที่มันยอมให้เราล็อกอินเข้าแอปได้หลายเครื่อง

ตัวแอปมันแสดงผลดูง่ายมาก คือ มันจะบอกเลยว่าล้อแต่ละล้อ มีแรงดันลมที่เท่าไหร่ มีอุณหภูมิอยู่ที่เท่าไหร่ ระดับแบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์เป็นยังไงบ้าง ควรต้องเปลี่ยนหรือยัง มีการแจ้งว่าล้อหน้าล้อหลัง เราตั้งค่าปกติไว้ที่เท่าไหร่ด้วย ในกรณีที่เกิดยางรั่ว หรือ เซ็นเซอร์หาย (อันนี้ผมจำลองการยางรั่วจนแรงลมไม่เหลือ ด้วยการถอดเซ็นเซอร์ออกจากล้อเลย) แอปก็จะเด้งเตือน แล้วตัวรับสัญญาณก็จะร้องด้วยครับ

เวลาที่ตัวรับสัญญาณร้อง มันจะเกิดได้จากหลายกรณี เช่น แบตเตอรี่ของตัวรับสัญญาณใกล้จะหมดต้องเปลี่ยน แบตเตอรี่ของเซ็นเซอร์หมด ต้องเปลี่ยน หรือ ตัวยางเองมีปัญหา ยางอ่อนกว่าค่าที่กำหนด อะไรพวกนี้ ฉะนั้น เมื่อได้ยินเสียงร้อง ก็อย่าอยู่เฉย รีบหาทางแก้ปัญหาในบัดดล ซึ่งมันมีข้อเสียอยู่ตรงที่ ตัวรับสัญญาณมันส่งเสียงน่ารำคาญมาก และไม่ยอมหยุดด้วยนะ แล้วก็ปิดเสียงยากอยู่

แต่โดยรวมอะ หลังจากใช้มาหลายปี โดยที่ภรรยาผมเป็นคนขับรถของเธอซะส่วนใหญ่ แต่แอปสำหรับดูข้อมูลอะ อยู่ที่ผม ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ เพราะการโดนอะไรทิ่มตำล้อมันไม่ได้เกิดขึ้นได้บ่อยๆ และแค่มีเสียงเตือนพร้อมไฟกระพริบตรงที่ตัวรับสัญญาณเพื่อบอกว่าปัญหามาจากล้อไหน มันก็บอกอะไรได้มากพออยู่แล้ว

ความเจ๋งของเจ้านี่คือ ออกแบบมาได้อึดถึกดีมาก ฝาจุกเป็นพลาสติกอย่างหนา ทนทาน มีซีลกันน้ำอย่างดี หมดห่วงเรื่องลุยน้ำลุยฝน แต่ก็แลกมาด้วยขนาดของจุกที่ใหญ่โตอลังการเกิ๊น ทำใจเหอะ

แต่บอกได้เลยว่า มี TPMS แล้ว ดีกว่าไม่มีเยอะจริงๆ ครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.