Home>>รีวิว>>Segway-Ninebot ซีรีส์ต่างๆ เลือกตัวไหนดีถึงจะตอบโจทย์?
รีวิวบ่นเรื่อยเปื่อย

Segway-Ninebot ซีรีส์ต่างๆ เลือกตัวไหนดีถึงจะตอบโจทย์?

ล่าสุดเพิ่งต้อนรับ Segway-Ninebot Kickscooter P65U เข้าบ้าน หลังจากได้รีวิวแล้วถูกใจ ในขณะที่มี Segway-Ninebot Kickscooter MAX และ F40 อยู่แล้วด้วย และก็มีโอกาสได้รีวิวอีกหลายรุ่น ก็มีโอกาสได้ยินคนถามอยู่บ่อยๆ ว่า จะซื้อรุ่นไหนดี เพราะตอนนี้ MONOWHEEL มีรุ่นให้เลือกเยอะซะเหลือเกินครับ เลยขอถือโอกาสพูดถึงรุ่นที่เหมาะสม ตอบโจทย์ต่อการใช้งานเอาไว้ในบล็อกตอนนี้แบบนี้ก็แล้วกันนะครับ

ก่อนอื่น ผมต้องขออนุมานว่าท่านผู้อ่านมีงบในการเลือกซื้อไม่จำกัดนะครับ 🤣🤣 สิ่งที่ต้องการคืออยากได้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานของตัวเองจริงๆ นะครับ เพราะถ้าเอางบประมาณมาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว มันตอบยากจริงๆ

สำหรับผู้นิยมความเร็ว ตัวเลือกคือ GT series หรือไม่ก็ P series

โดยทั่วไป สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้สำหรับเดินทางในเมืองจะถูกออกแบบมาให้มีความเร็วอยู่ในช่วง 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นั่นเพราะมันคือความเร็วตามที่กฎหมายกำหนดในหลายๆ ประเทศ Segway-Ninebot Kickscooter โมเดลเดียวกัน แต่ขายในประเทศต่างกัน ก็จะมีความเร็วสูงสุดแตกต่างกันไป 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้าง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้าง ส่วนรุ่นที่เอามาขายในประเทศไทยคือความเร็วสูงสุด 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แต่ความต้องการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่แรงๆ ความเร็วสูงๆ มันก็ยังมี ทาง Segway-Ninebot เขาก็เลยปล่อย GT series ที่ประกอบไปด้วย GT1 และ GT2 ซึ่งต้องบอกเลยว่าแรงจริง เพราะ GT1 ทำความเร็วได้สูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน GT2 ก็ทำความเร็วได้สูงสุด 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และรุ่น GT1 กับ GT2 นี่ก็มีการออกแบบให้มีโช้กหน้าและหลัง เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลขึ้นด้วย เพราะการขับขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ความเร็วสูงๆ ต้องระวังเรื่องการกระแทกครับ

ผู้ชายผมสั้น สวมแว่น สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงยีนส์ กำลังขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter GT1 อยู่ในลานรถโกคาร์ท

อย่างไรก็ดี GT series นี่จะเหมาะสำหรับคนที่งบเหลือเฟือมากๆ เพราะราคาใช่ย่อยนะ GT1 นี่ 129,000 บาท ส่วน GT2 นี่ก็ 169,000 บาท และผมไม่อยากแนะนำให้ใช้สำหรับขับขี่ในเมืองนะครับ ความเร็วและแรงระดับ GT series ผมแนะนำให้ใช้ขี่เที่ยวในพื้นที่โล่งมากกว่าครับ เพราะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามันต่างจากรถมอเตอร์ไซค์ ล้อมันเล็กกว่ากันเยอะ โอกาสที่จะสะดุดล้มมันสูงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากขับขี่ด้วยความเร็วสูงๆ แต่หากใครอยากใช้แทนรถมอเตอร์ไซค์เพื่อใช้เดินทางในเมือง เพราะสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามันคล่องตัวกว่า ผมแนะนำให้ขี่แค่ Eco mode พอ ความเร็วสูงสุด 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพียงพอแล้วสำหรับเดินทางในเมืองครับ (พี่ตำรวจจะได้ไม่เพ่งเล็งด้วย) อันนี้จากประสบการณ์การขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ตะลุยเมืองของผมนะ (หมายเหตุ: ผมยังไม่เคยขี่ GT series ตะลุยเมืองนะ เพราะด้วยน้ำหนักมันไม่ตอบโจทย์การใช้งาน)

น้ำหนักของ GT series ทำให้ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีความจำเป็นต้องหิ้ว (เช่น ขึ้นสะพานลอย ขึ้น BTS เป็นต้น) น้ำหนักระดับ 48-52 กิโลกรัม และขนาดที่ใหญ่มาก จะยกขึ้นรถยนต์คือคงต้องให้ผู้ชายสองคนช่วยกันยกครับ และรถยนต์ที่จะขนคงต้องเป็นรถกระบะเลยแหละ

ส่วนคนที่งบน้อยลงมาหน่อย หรือต้องการความสามารถในการพกพาใส่รถยนต์เพื่อเอาไปไหนมาไหนด้วย แต่ยังอยากได้ความแรงแบบชิลล์ๆ อยู่ Segway-Ninebot Kickscooter P65U หรือ P100U น่าจะตอบโจทย์สุดครับ P65U ยังทำความเร็วสูงสุดได้ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วน P100U ทำความเร็วสูงสุดได้ 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้ว่าจะเร็วสู้ GT1 และ GT2 ไม่ได้เลย แต่ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆ ที่ทำความเร็วสูงสุดได้ในช่วง 25-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็ต้องบอกว่าเร็วกว่าแบบเหลือเฟือนะครับ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Segway-Ninebot Kickscooter P65U จอดอยู่ริมถนนข้างฟุตบาธ มีสวนที่เป็นพุ่มไม้อยู่เป็นแบ็กกราวด์

P65U และ P100U นี่จะได้เปรียบตรงที่ น้ำหนักยังพอจะยกคนเดียวไหวอยู่ คือ 26.9 กิโลกรัม สำหรับ P65U และ 32.9 กิโลกรัม สำหรับ P100U ทั้งคู่ยังพอจะพับแล้วยัดเข้าท้ายรถยนต์จำพวก SUV ที่อยู่ใน C-Segment ได้สบายๆ ครับ ตัว P65U นี่เอาเข้า SUB B-Segment พอไหว (กรณีของผมคือ Nissan Kicks ปี 2020)

สกู๊ตเตอร์ Segway-Ninebot Kickscooter P65U ที่ถูกเก็บลงที่ช่องเก็บของท้ายรถยนต์ Nissan Kicks

ด้วยความเร็วที่ไม่สูงและไม่แรงจนเกินไป ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องพี่ตำรวจจะเพ่งเล็ง และความที่มันยังสามารถยกใส่ท้ายรถได้ ก็ทำให้เจ้านี่เหมาะที่จะใช้งานได้ในหลากหลายสถานการณ์เลย ไม่ว่าจะเอาไว้พกพาไปขี่เที่ยวชิลล์ๆ หรือใช้เป็นยานพาหนะเดินทางภายในเมืองแบบผม ก็ถือว่าโอเคนะครับ ถ้าเป็น P65U จะยกขึ้นสะพานลอยก็ยังพอไหว (P100U ผมยังไม่ได้ลอง แต่คาดว่าจะได้ลองเร็วๆ นี้)

P100U แม้ว่าจะหนักกว่า P65U แต่สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือ ระบบดิสก์เบรกล้อหน้าและล้อหลัง บวกกับเบรกไฟฟ้าอีก ทำให้เบรกได้หยุดกึกมากกว่า และมีโช้กหน้าหลังอีกด้วย จะขับขี่ได้นุ่มนวลกว่าเยอะ และใครชอบความเก๋ มันก็มีไฟโปรเจ็กชันตรงด้านท้ายด้วย เก๋ไปอีกแบบ เวลาขี่ตอนกลางคืน (ซึ่งด้วยความเร็วรถ ผมก็ไม่อยากแนะนำเท่าไหร่หรอกนะครับ)

เน้นขับขี่สลับโหมดการเดินทาง ขึ้นรถสองแถว ขึ้นรถเมล์ ไปต่อรถไฟฟ้า

หลายคนอาจจะต้องการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้แค่เชื่อมต่อการเดินทาง เช่น จากบ้านออกมาถึงป้ายรถเมล์หรือสถานี BTS นั่งไปจนถึงปลายทางแล้ว ขี่ต่ออีกหน่อยนึงถึงที่จุดหมายปลายทาง การพกพาสะดวก น้ำหนักไม่มาก สามารถเอาขึ้นไปบนรถเมล์ รถสองแถว หรือขึ้น BTS/MRT ได้แบบไม่ต้องเกรงใจใครมาก คือเรื่องสำคัญ ผมแนะนำ Segway-Ninebot Kickscooter E25A ครับ พับเก็บและเข็นเป็นแนวตั้ง ไม่เกะกะ ขึ้นรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า หาที่เหมาะๆ ยืนอยู่ได้

Ninebot Kickscooter E25 ที่ถูกพับเก็บอยู่

บางทีเวลาไปทานข้าวที่ร้านอาหาร หรือไปหาหมอฟัน หรือเดินห้าง พับแล้วเข็นแบบนี้หลายๆ สถานที่เขาก็โอเคนะ เพราะไม่ได้เกะกะสร้างความเดือดร้อนให้ลูกค้าท่านอื่นๆ พวกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นหลังๆ ที่พับแบบ 3 เหลี่ยม มันไม่ได้เข็นได้สะดวกขนาดนั้น ปกติก็ต้องกางคอออกมาเข็นแบบจักรยานเลย เกะกะน่าดู หรือบางคนอาจจะติดล้อเสริมเพื่อให้เข็นแนวตั้งได้ แต่ขนาดของการพับแบบสามเหลี่ยมก็ยังใหญ่อยู่ดี

อย่างไรก็ดี Segway-Ninebot Kickscooter E25A สนนราคาคือ 29,900 บาท ถือว่าแพงกว่า F30 ที่สเปกใกล้ๆ กันซะอีก แต่ความได้เปรียบก็คือเรื่องการพับที่ขนาดเล็กกว่า น้ำหนักที่เบากกว่านิดหน่อย (ประมาณ 1 กิโลกรัม) พกพาไปไหนมาไหนสะดวกกว่าเยอะมาก

เน้นขี่ยิงยาว ใช้เดินทางโดยไม่ง้อระบบขนส่งสาธารณะ ภายในงบไม่เกิน 40,000 บาท

ถ้าใครต้องการสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเอาไว้ใช้เป็นยานพาหนะแบบจริงๆ จังๆ เดินทางในระยะไกลๆ เลย ไม่เน้นใช้ร่วมกับระบบขนส่งสาธารณะ แต่งบประมาณคือไม่สามารถจัด GT หรือ P series ได้ ทาง Segway-Ninebot เขาก็มีหลายรุ่นไว้ให้เลือกนะ ลองมาดูตัวเลือกของผมกันครับ

Segway-Ninebot Kickscooter MAX (หรืออีกชื่อนึงคือ G30 เป็นหนึ่งใน G series)

ตัวแรกเลย ต้องขอแนะนำตัวโปรดของผมก่อน คือ Segway-Ninebot Kickscooter MAX ครับ เป็นตัวหลักของผมมาหลายปีในการขี่ไปกลับบ้านและออฟฟิศ (อ่านบล็อกเกี่ยวกับการขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปทำงานของผมได้) สนนราคาตอนนี้เฉียดๆ 40,000 บาท แต่ความคุ้มค่ามันอยู่ที่ ความเร็วสูงสุดที่ทำได้คือ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน Sport mode และหากขี่ใน Drive mode ที่ความเร็วสูงสุด 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะทำระยะทางได้ไกลสุดๆ คือ 45 กิโลเมตร (จากประสบการณ์ตรงของผม ไม่ใช่จากสเปก ถ้าว่ากันตามสเปก การขับขี่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด จะสามารถทำระยะได้สูงสุด 65 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นระยะทางที่ค่อนข้างไกล และน่าจะเพียงพอต่อการใช้งานสำหรับเกือบทุกคน ไป-กลับ ออฟฟิศ ถ้าขี่แบบ Drive mode คือ น่าจะทำได้โดยไม่ต้องชาร์จด้วย

Ninebot Kickscooter MAX จอดตั้งอยู่ด้านหน้าของบันไดขึ้นสะพานตากสิน

น้ำหนักตัวราวๆ 18 กิโลกรัม แม้จะดูหนักเอาเรื่อง แต่สำหรับหลายๆ คน มันก็ยังเป็นน้ำหนักที่พอจะแบกไหว ไม่ว่าจะขึ้นสะพานลอย หรือแม้แต่ขึ้นสะพานตากสิน (ที่สูงประมาณตึก 3-4 ชั้น) การขับเคลื่อนล้อหลังทำให้การขับขี่ค่อนข้างมั่นคง ไม่ต้องกลัวล้อจะฟรีเวลาขี่ผ่านพวกลูกระนาดหรือเนินเล็กๆ

นอกจากนี้ การชาร์จแบตเตอรี่ก็ทำได้ไม่ยาก เพราะมันมีอะแดปเตอร์ภายในตัวอยู่แล้ว ที่เราต้องพก มันก็แค่สายไฟ AC แบบรูกลม 3 รูเท่านั้นเอง

Segway-Ninebot Kickscooter D38U หรือ F40

D38U จาก D Series เป็นรุ่นเด่นราคาดีที่ผมอยากแนะนำ ด้วยสนนราคา 23,900 บาท แต่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 30 กิโลเมตร ใน Sport mode และ Drive mode และสามารถทำระยะทางครอบคลุมในการใช้งานจริงที่ความเร็วสูงสุดได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร สำหรับคนที่ทำงานในระยะที่ไม่ไกลจากบ้านมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่คอนโดแล้วทำงานในเมือง น่าจะตอบโจทย์สุดๆ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter D38U จอดอยู่บนทางเดินของสะพานลอยแห่งหนึ่ง

น้ำหนักตัวรถ 16.4 กิโลกรัม อาจจะดูเบากว่า Segway-Ninebot Kickscooter MAX เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เวลายกจริง มันให้ความรู้สึกว่าเบากว่าพอสมควรเลยครับ ส่วนนึงมาจากการที่มอเตอร์รถมันอยู่ด้านหน้า ตำแหน่งที่เราจะจับเพื่อหิ้วสกู๊ตเตอร์จะใกล้ๆ กับมอเตอร์ ส่งผลให้ไม่รู้สึกว่าโดนน้ำหนักถ่วงมาก ตัวบอดี้สีแดงก็กิ๊บเก๋ดีด้วย

สำหรับใครที่เน้นใช้งานในระยะ 20 กิโลเมตร เพื่อไปทำงาน และแวะชาร์จแบตเตอรี่ได้ตอนอยู่ออฟฟิศ (อย่างกรณีผม ผมจอดข้างโต๊ะทำงานแล้วชาร์จเลย) ตัวนี้คือเหมาะมาก อีกรุ่นนึงที่สเปกใกล้เคียงคือ Segway-Ninebot Kickscooter F40 ครับ ความแตกต่างหลักๆ จะเป็นเรื่องฟีเจอร์ เช่น ระบบเบรก และนั่นทำให้สนนราคาของ F40 แพงกว่า โดยอยู่ที่ 29,900 บาท

พกใส่รถยนต์ พาไปขี่เล่นระยะสั้นๆ เน้นชิลล์ เน้นเพลิน

อีกหนึ่งรูปแบบการใช้งานสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็คือ การเอาไปขี่เล่นระยะสั้นๆ เวลาไปเที่ยวครับ พกใส่รถยนต์เอาไว้ ขี่ไปเที่ยวย่าน Walking street ดูพวก Street art หรือหาอะไรกินใกล้ๆ ที่พัก แบบไม่ต้องไปขับรถวนหาที่จอด กินลมชมวิวแถวสันเขื่อน ตอนไปอยุธยา หรือ สุโขทัย สามารถขี่เที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ อะไรแบบนี้ ตัวเลือกเยอะแยะเลยครับ

ผู้ชายผมสั้น ใส่แว่น สวมเสื้อยืดคอวีสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีกากี กำลังขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter E25 อยู่บนถนนบนสันเขื่อน

🛴 ถ้าเน้นพกง่าย พับเก็บง่าย เอาไปเข้าร้านอาหาร หรือสถานที่บางที่สะดวกมากๆ ก็แนะนำ Segway-Ninebot Kickscooter E25A ราคา 29,900 ครับ

🛴 ถ้าไม่เน้นแพงมาก แต่ยังพกพาได้สะดวก ระยทางรวมที่วิ่งได้โอเค Segway-Ninebot Kickscooter F25/F30 หรือแม้แต่ D38U ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวนะครับ เพียงแต่ว่าการพับแบบสามเหลี่ยมอาจจะไม่สะดวกเอาเข้าไปวางข้างโต๊ะอาหารในร้านอาหารบางแห่ง อาจจะต้องจอดไว้ข้างนอก (อย่าลืมซื้ออุปกรณ์เสริมเป็นโซ่ล่ามกันขโมยล่ะ)

โดยรวมก็ประมาณนี้ครับ สำหรับตัวเลือกสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ สำหรับการใช้งานแบบต่างๆ ในมุมมองของผม

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ผมใช้แค่ดูว่ามีคนเข้ามาดูเว็บไซต์ผมกี่คน กี่ครั้ง และดูหน้าเว็บไหนบ้าง ถ้าคุณปิดการใช้งาน ผมก็จะไม่เห็นว่ามีคนเข้ามาอ่านบล็อกของผมกี่คน กี่ครั้ง
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า