Home>>บทความ How-to>>5 ทิป ใช้ Windows 11 ให้ได้ประโยชน์มากขึ้น
แบ็กกราวด์ใน Dark mode ของ Windows 11
บทความ How-toHow-to อื่นๆ

5 ทิป ใช้ Windows 11 ให้ได้ประโยชน์มากขึ้น

นี่เล่น Windows 11 มาเกือบครบปีแล้วครับ นับตั้งแต่อิตอนที่เขามีตัวหลุด ก็ต้องบอกว่าโดยส่วนตัวผมชอบ Windows 11 มากกว่า Windows 10 นะ คือ User Interface หลายๆ อย่าง มันสมบูรณ์ขึ้นอะ แต่หลายๆ คนก็อาจจะแอบบ่นเพราะมันไม่คุ้นเคย แต่ในบล็อกตอนนี้ ผมจะมาแนะนำทิปบางอย่างที่จะทำให้ใช้ Windows 11 ได้ประโยชน์มากขึ้นครับ

พิมพ์ด้วยเสียง บางทีมันก็ไวกว่าพิมพ์เอง

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการพิมพ์ด้วยเสียงบนสมาร์ทโฟนมาแล้ว มันแอบสะดวกมากเวลาที่จะต้องพิมพ์อะไรยาวๆ หรือตอนที่ไม่สะดวกจะพิมพ์ด้วย On-screen keyboard และก็อยากจะทำแบบเดียวกันนี้กับบน Windows บ้าง สำหรับ Windows 11 นั้น สามารถทำได้ด้วยการกดปุ่ม Windows key + H มันก็จะเปิดหน้าจอการสั่งพิมพ์ด้วยเสียงขึ้นมา จากนั้น เราก็แค่คลิกที่ไอคอนรูปไมโครโฟนตรงกลาง หรือไม่ก็กด Windows key + H ซ้ำอีกที เพื่อเปิดการใช้งานฟังก์ชันพิมพ์ด้วยเสียงครับ

ภาพหน้าจอโปรแกรม Notepad ที่สั่งพิมพ์ด้วยเสียงเป็นประโยคว่า "ทดสอบการพิมพ์ภาษาไทยด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์สิบเอ็ด" บนตัวโปรแกรม Notepad นี้ มีหน้าต่างโปรแกรมการสั่งพิมพ์ด้วยเสียงอยู่ มีไอคอนรูปฟันเฟืองอยู่ซ้ายสุด ไอคอนรูปไมโครโฟนอยู่ตรงกลาง และไอคอนรูปเครื่องหมายคำถามอยู่ขวามือ

อยากจะพิมพ์ด้วยเสียงเป็นภาษาอะไร ก็เปลี่ยนแป้นพิมพ์เป็นภาษานั้นๆ แหละครับ ง่ายๆ เลย เพียงแต่มันพิมพ์ได้ทีละภาษานะครับ มันจะเหมาะกับกรณีที่เราพิมพ์เป็นภาษาใดภาษาหนึ่งยาวๆ มากกว่า (จริงๆ อยากได้แบบ Gboard ของ Google มาก ที่สามารถตรวจจับภาษาที่พูดได้ พิมพ์ไทยปนอังกฤษได้สบายๆ เลย)

อยากพิมพ์อีโมจิ GIF อีโมติคอน หรือพวกอักขระพิเศษแบบง่ายๆ ทำยังไงดี?

โลกโซเชียลมีเดียทำให้คนเราคุ้นชินกับการพิมพ์อีโมจิมากขึ้น ซึ่งถ้าเราใช้สมาร์ทโฟนก็ไม่ยากเท่าไหร่ เพราะคีย์บอร์ดมันจะมีฟีเจอร์ให้พิมพ์อีโมจิอยู่แล้ว (อยู่ที่ว่าใช้ระบบปฏิบัติการอะไร และคีย์บอร์ดอะไรอะนะ) แต่ถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ Windows 11 ล่ะ จะทำยังไง? ก็กดปุ่ม Windows Key กับแป้นจุดทศนิยม (เครื่องหมาย . บนคีย์บอร์ดเลย์เอาต์ภาษาอังกฤษนั่นแหละ ใช้คีย์บอร์ดเลย์เอาต์ภาษาไทยไม่ได้นะครับ) มันก็จะเปิดหน้าต่าง Emoji panel สำหรับค้นหาอีโมจิ GIF อีโมติคอน หรือพวกอักขระพิเศษขึ้นมา เราก็ไปค้นหาเอาได้เลยครับ

หน้าต่างโปรแกรม Emoji panel ของ Windows 11

ความเจ๋งของอันนี้คือ มันจะมี Clipboard history ให้เปิดใช้งานด้วย พวกข้อความหรืออะไรก็ตามที่เราเคยก็อปปี้ทิ้งไว้ จะมาแสดงบนนี้ เพื่อให้กลับมาใช้ได้อีกรอบด้วย ใช้ให้คล่องๆ นอกจากจะพิมพ์โพสต์โซเชียลมีเดียสะดวกแล้ว ยังสะดวกตอนทำงานด้วยนะเออ

จริงๆ ฟีเจอร์นี้บน Windows 10 ก็มีนะ (ซึ่งก็ไม่น่าจะมีคนรู้ซักเท่าไหร่เช่นกัน) แต่ Windows 11 มันพัฒนาขึ้นให้ค้นหาได้ และเพิ่ม GIF กับอีโมติคอนเข้ามาด้วย

ปรับแต่ง Taskbar ของ Windows 11

หนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนไปเยอะมากของ Windows 11 เมื่อเทียบกับ Windows 10 ก็คืออิ Taskbar ที่ทั้งย้ายตำแหน่งจากด้านซ้ายมาอยู่ตรงกลาง ให้คล้ายๆ กับ Dock ของระบบปฏิบัติการ macOS และมีการเพิ่มทั้งไอคอน Search, Widgets, Task view และ Chat (ที่มาแทน Skype) ซึ่งบางอย่างมันก็เกะกะ Taskbar อยู่ไม่น้อย

เราสามารถไปปรับแต่งเพื่อปิดการแสดงไอคอนพวกนี้ได้ใน Settings > Personalization > Taskbar ครับ ไปตรง Taskbar items แล้วเลือกปิดตามสะดวกเลย

หน้าจอการปรับแต่ง Taskbar ในหัวข้อ Personalization ของระบบปฏิบัติการ Windows 11

ส่วนตำแหน่งของ Taskbar นั้น ไปปรับได้ตรง Taskbar behaviors แล้วตรงหัวข้อ Task alignment ก็เปลี่ยนจาก Center เป็น Left ครับ มันก็จะกลับไปอยู่ตำแหน่งด้านซ้ายเหมือนเดิม แต่หน้าตาของ Start menu ก็จะยังคงเป็นแบบ Windows 11 นะครับ หากอยากได้แบบ Windows 10 ก็ต้องไปหาโปรแกรมมาช่วย เช่น Start11 ที่เป็นโปรแกรมต้องเสียเงินนะครับ

สลับหน้าต่างโปรแกรม สลับหน้าเดสก์ท็อปได้รวดเร็ว

จริงๆ นับตั้งแต่ Windows 10 เป็นต้นมา Microsoft ก็ออกแบบระบบปฏิบัติการ Windows ให้รองรับฟีเจอร์ที่เรียกว่า Multiple desktops แล้วนะ คือ แทนที่เราจะต้องเปิดโปรแกรมทุกอย่างอยู่บนหน้าเดสก์ท็อปเดียว เราก็สามารถสร้างหน้าเดสก์ท็อปเพิ่มได้ ซึ่งจะสะดวกมากในการจัดกลุ่มของโปรแกรมที่เราทำงาน เช่น เราอาจจะมีเดสก์ท็อปนึงเอาไว้ดูหนัง ฟังเพลง ส่วนอีกเดสก์ท็อปเอาไว้ตัดต่อวิดีโอ และอีกเดสก์ท็อปนึงเอาไว้ทำงานเอกสาร อะไรพวกนี้

หน้า Desktop view ที่แสดงรายการของโปรแกรมต่างๆ ที่ถูกเปิดใช้อยู่ใน Desktop 1 และรายการของ Desktop ต่างๆ ที่เราสร้างเอาไว้ ซึ่งในรูปนี้มี Desktop 1 และ Desktop 2

เราสามารถเข้าถึงหน้า Desktop view นี้ได้หลายทางครับ ถ้าเราใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีแค่คีย์บอร์ดกับเมาส์ เราก็กดปุ่ม Windows Key กับ Tab พร้อมๆ กัน แต่ถ้าเราใช้โน้ตบุ๊กที่มีทัชแพดที่รองรับ Multi-touch ก็สามารถแตะ 3 นิ้วพร้อมกัน แล้วลากขึ้น ก็จะเข้าถึงหน้า Desktop view นี้ได้ครับ ตรงนี้เราจะสามารถลากเอาโปรแกรมต่างๆ ที่เปิดเอาไว้บนหน้าเดสก์ท็อปนึงไปที่อีกหน้าเดสก์ท็อปนึงได้ด้วย

ส่วนการสลับไปมาระหว่างเดสก์ท็อปนั้น ถ้าเรามีทัชแพดที่รองรับ Multi-touch จะง่ายสุดเลย คือ แตะ 4 นิ้วพร้อมกัน แล้วปัดซ้ายหรือขวา เพื่อสลับไปมาระหว่างเดสก์ท็อปแต่ละอัน แต่ถ้าเรามีแค่คีย์บอร์ดกับเมาส์ ให้กดปุ่ม Ctrl พร้อมกับ Windows Key แล้วกดปุ่มลูกศรซ้ายหรือขวา เพื่อสลับไปมาระหว่างหน้าเดสก์ท็อปครับ

หน้าจอ Desktop view ในส่วนที่แสดงรายการของเดสก์ท็อปที่ถูกสร้างเอาไว้ โดยซ้ายสุดคือ Desktop 1 และตรงกลางคือเดสก์ท็อปที่ถูกตั้งชื่อเป็น Graphic design และขวาสุดเป็นไอคอน New desktop เอาไว้สร้างหน้าเดสก์ท็อปใหม่

และเพื่อให้รู้ได้ว่าหน้าเดสก์ท็อปอันไหนเราเอาไว้ทำอะไร ก็ไปคลิปที่ชื่อของเดสก์ท็อปนั้นๆ เพื่อเปลี่ยนชื่อให้เข้าใจได้ง่ายนะครับ ไม่งั้นมันจะขึ้นแค่ว่า Desktop 1, Desktop 2 อะไรแบบนี้

ใช้ Snap layout จัดหน้าต่างให้เข้าล็อก

สำหรับคนใช้จอใหญ่ๆ ความละเอียดสูงๆ เน้นทำงานแบบ Multitasking จะชอบฟีเจอร์ที่สามารถทำการ Snap หน้าต่างโปรแกรมไว้เป็นสัดส่วนบนหน้าจอแสดงผลได้ เช่น แบ่งครึ่ง ซ้าย-ขวา บน-ล่าง หรือ แบ่งเป็นสี่ส่วนอะไรแบบนี้ สมัยก่อนจะต้องใช้วิธีเอาเมาส์ลากไปแปะ หรือไม่ก็ใช้คีย์ลัดเป็น Windows Key พร้อมกับปุ่มลูกศร บน/ล่าง/ซ้าย/ขวา

หน้าต่างโปรแกรม แสดงฟีเจอร์ Snap layout ที่มีตัวเลือกการ Snap หน้าต่างโปรแกรมในแบบต่างๆ

แต่บน Windows 11 เขาเพิ่มฟีเจอร์ Snap layout ให้ใช้งานง่ายขึ้น แถมมีตัวเลือกมากขึ้นด้วย และตัวเลือกนี่ก็เปลี่ยนไปตามขนาดของจอแสดงผล และวิธีการตั้งจอด้วย (หมายถึง แนวนอน หรือ แนวตั้ง) แค่เราเอาเคอร์เซอร์ของเมาส์ไปวางอยู่ตรงไอตอนที่เอาไว้ Resize ขนาดหน้าต่างโปรแกรม มันก็จะขึ้นเลย์เอาต์ของหน้าต่างโปรแกรมที่เราสามารถเลือกได้มาให้เลยว่าอยากได้เลย์เอาต์แบบไหน และโปรแกรมนี้จะอยู่ตรงไหนของเลย์เอาต์

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ ผมใช้แค่ดูว่ามีคนเข้ามาดูเว็บไซต์ผมกี่คน กี่ครั้ง และดูหน้าเว็บไหนบ้าง ถ้าคุณปิดการใช้งาน ผมก็จะไม่เห็นว่ามีคนเข้ามาอ่านบล็อกของผมกี่คน กี่ครั้ง
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า