Home>>รีวิว>>รีวิวลำโพง Creative Pebble Plus ลำโพง 2.1 ตัวเล็ก เสียงดี ราคาไม่แพง ที่หาซื้อยากมากแล้ว
กล่องลำโพง Creative Pebble Plus
รีวิว

รีวิวลำโพง Creative Pebble Plus ลำโพง 2.1 ตัวเล็ก เสียงดี ราคาไม่แพง ที่หาซื้อยากมากแล้ว

Creative Pebble Plus เป็นลำโพงที่เป็นบาป 12.12 ของผมครับ คือ ซื้อมาช่วงนั้นแหละ กรรมจะตามทันตอน Statement บัตรเครดิตมา 🤣🤣 จริงๆ ก็ยังลังเลอยู่ว่าจะรีวิวดีไหม เพราะตัวนี้มันขายมาสองปีกว่าแล้ว เพิ่งจะซื้อมาใช้ แต่คิดอีกที ก็เขียนรีวิวไว้ดีกว่า เพราะมันดีคุ้มราคามาก แถมตอนนี้สต็อกของหลายๆ ร้านก็ใกล้หมด หรือหมดแล้วด้วย ถ้าจะหาซื้อก็ต้องรีบละครับ เพราะขนาดที่ร้าน Mercular ที่ผมซื้อมา ตอนนี้ก็สินค้าหมดแล้ว

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

Creative Pebble Plus ตัวนี้ ซื้อมาใช้เองครับ และไม่ใช่ลำโพงรุ่นใหม่ล่าสุดอะไร เพราะออกมาตั้งกะปี 2562 แล้ว ถ้าใครอยากซื้อรุ่นใหม่ แนะนำว่าไปซื้อ Creative Pebble V3 ครับ แต่เผอิญว่า Creative Pebble Plus เป็นรุ่นเดียวในตระกูล Pebble นี้ (ณ ตอนนี้) ที่เป็นลำโพงแบบ 2.1 channel ครับ เรียกว่าพอสต็อกของหมด ก็จะกลายเป็นแรร์ไอเท็มได้ไม่ยาก

ก่อนอื่นต้องเกริ่นนำก่อนว่าโดยส่วนตัว โต๊ะคอมฯ ของผมมีลำโพงอยู่แล้ว เป็น Soundbar ที่มาพร้อมกับจอ HUAWEI MateView GT 34″ Sound Edition ครับ ซึ่งคุณภาพเสียงก็ต้องบอกว่าโอเคในระดับนึงอยู่แล้ว เพียงแต่มันจูนเสียงออกมาเน้นไปที่การให้เสียงคนพูดชัด เวลาฟังเพลงมันก็เลยได้ยินเสียงคนร้องชัดเลย แต่เสียงเพลงกลับแอบเบา ไม่นุ่มเท่าไหร่ ด้วยความที่หลังๆ ก็ทำงานไป แล้วฟังเพลงไปมากขึ้น ก็เลยอยากได้ลำโพงเสียงดีๆ ราคาไม่แพงมาใช้งานซักตัว แล้วมันก็ไปตกอยู่กับ Creative Pebble Plus ตัวนี้แหละ

ลำโพง Creative Pebble Plus พร้อมตู้ Subwoofer

แกะกล่อง Creative Pebble Plus ออกมา สิ่งที่เราจะได้ก็คือ ตัวลำโพง Creative Pebble Plus ที่ดีไซน์เป็นทรงหินรีๆ เกลี้ยงๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ เพราะจนถึง V3 แล้ว ดีไซน์ลำโพงก็ยังเหมือนเดิมเลย 🤣🤣 โดยตัวลำโพงจะมีสายเคเบิลต่างๆ ติดมาให้แล้ว แบบถอดออกไม่ได้ สายจะมีอยู่ด้วยกัน 4 เส้น เพราะเจ้านี่ไม่ใช่ลำโพงไร้สายครับ มันจะมีสายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างลำโพงซ้ายและขวา ความยาว 120 เซ็นติเมตร สาย Line-in ที่เป็น 3.5 มม. เอาไว้ต่อกับคอมพิวเตอร์ ก็ยาว 120 เซ็นติเมตรเช่นกัน ถัดมาก็คือสาย Standard RCA connector เอาไว้เชื่อมต่อระหว่างลำโพงกับตัว Subwoofer ซึ่งอันนี้ยาวหน่อยคือ 180 เซ็นติเมตร คงเพราะว่าเขาต้องเผื่อให้ถึงตำแหน่งวางตัว Subwoofer ด้วย ซึ่งมักจะต้องอยู่ใต้โต๊ะ และจะไกลจากลำโพงพอสมควร และสุดท้ายก็เป็นสาย USB-A ยาว 120 เซ็นติเมตร เอาไว้จ่ายไฟให้กับตัวลำโพง

สายเคเบิลต่างๆ ของลำโพง Creative Pebble Plus

การที่มีสาย 4 เส้น มันยุ่บยั่บมาก ผมนี่อยากให้ออกแบบมาให้ถอดเปลี่ยนสายได้มากๆ เลย เพราะสายแต่ละเส้นมันเป็นสายมาตรฐานล้วนๆ เผื่อแมวมากัดสาย หรือเกิดอุบัติเหตุ สายขี้หักใน อะไรแบบนี้ จะได้เปลี่ยนได้ แต่นี่ดันทำออกมาแบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ ถ้าสายพัง ก็จบกันนะ บัย อันนี้ไม่ชอบ 😕😕

ลำโพง Creative Pebble Plus

ตัวลำโพง Creative Pebble Plus ถ้าไม่นับรวม Subwoofer ละก็ มันก็คล้ายๆ กับ Pebble รุ่นอื่นๆ นั่นแหละครับ อย่างที่บอก Creative เขาไม่เคยอัปเดตดีไซน์เลย 🤣🤣 ดีไซน์เป็นทรงหิ้นเกลี้ยงๆ สมชื่อรุ่น Pebble แต่จริงๆ ผมรู้สึกว่ามันเหมือนทรงไข่มากกว่าครับ สิ่งที่ผมแอบเสียดายก็คือ มันไม่มีรุ่นสีขาวเหมือนรุ่น Pebble ปกติ ซึ่งอาจจะมีผลกระทบกับคนที่ต้องการลำโพงสีเข้ากับธีมโต๊ะที่จัด แต่สำหรับผมที่ธีมเป็น Mixed & ไม่ Matched ไม่มีปัญหาใดๆ

ภาพอธิบายการต่อลำโพง Creative Pebble Plus ในคู่มือการใช้งาน

แอบเคียงตรงที่ทาง Creative เขาไม่ระบุมาให้ว่าลำโพงข้างไหนเป็นข้างซ้าย ข้างไหนเป็นข้างขวา บนตัวลำโพง ส่วนในคู่มือก็ไม่ได้ระบุเอาไว้ชัดเจน ให้มาแค่ภาพแบบด้านบนนี่ครับ ซึ่งก็พอจะเดาๆ ได้แหละว่า ไอ้ลำโพงข้างที่มีสวิตช์ลูกบิด น่าจะเป็นข้างขวา ตามไดอะแกรมอธิบายการเชื่อมต่อลำโพงครับ

ลำโพงข้างขวา มีสวิตช์ลูกบิด เอาไว้เปิดปิด และปรับระดับเสียงของตัวลำโพง มีไฟ LED สีเขียวมะนาว ที่จะติดเมื่อเราเปิดลำโพง ส่วนด้านใต้ของลำโพงด้านขวานี่ ก็จะมีสวิตช์สำหรับปรับ Gain ของลำโพงครับ เลือกเป็น Low gain หรือ High gain ได้ ซึ่งมันถูกปรับมาเป็น High gain มาแต่ต้นครับ ใครที่ไม่อยากใช้แบบ High gain ก็อย่าลืมไปปรับเป็น Low gain ล่ะ

แต่ถ้าใครจะใช้แบบ High gain อย่าลืมเช็กให้ดีว่าลำโพงได้เชื่อมต่อกับพอร์ต USB-A ที่จ่ายไฟได้ 5V 2A หรือเปล่าด้วยนะครับ

High gain / Low gain มีประโยชน์ยังไง?

อธิบายแบบง่ายๆ คือ จะขยายเสียงหรือเปล่า ถ้าอยากจะให้เสียงมันออกมาดังๆ ก็เลือก High gain ครับ มันจะขยายเสียงให้ดังขึ้นครับ ทำให้เราไม่ต้องปรับ Volume เยอะๆ ก็ได้เสียงดังแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ มันขยายเสียงทุกชนิดนะครับ ขยายยัน Noise เลยแหละ ส่วน Low gain นี่ ก็เรียกว่าเป็นเสียงตามปกติครับ เสียงจะไม่ดังมาก ถ้าอยากฟังดังๆ ก็ต้องปรับ Volume ไปเยอะๆ หน่อย แต่ข้อดีคือ Noise ก็จะไม่ได้ถูกขยายมามากนัก

ตู้ Subwoofer ของลำโพง Creative Pebble Plus ขนาดไม่ใหญ่มากครับ ก็ 150×195×202 มม. ตัวลำโพงของ Subwoofer จะอยู่ด้านล่างของตู้ ดังนั้น ที่เราจะเห็น ก็จะเป็นตู้สีเหลี่ยมสีดำ และมีช่องเสียบ RCA อยู่ด้านหลังช่องเดียว เท่านั้น แน่นอน เราเอาวางไว้ใต้โต๊ะ ก็ไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นมันอยู่ดีนั่นแหละ

การใช้งานไม่ยุ่งยากครับ เนื่องจากสายมันถูก Built-in ไปกับตัวลำโพงแล้ว ที่เราต้องทำก็แค่เสียบสาย Line-in เข้ากับช่องเสียบ 3.5 มม. ของเครื่องคอมพิวเตอร์ เสียบสาย USB-A กับพอร์ต USB ซึ่งถ้าจะให้ดี แนะนำให้เสียบกับอะแดปเตอร์ต่างหากจะดีกว่า เพราะจะได้ไม่เปลืองพอร์ตบนเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย และจะได้แน่ใจได้ด้วยว่าลำโพงได้ไฟ 5V 2A เต็มๆ และสุดท้าย คือเสียบสาย RCA เข้ากับ Subwoofer ครับ

ด้านคุณภาพเสียงในการใช้งานเป็นยังไงบ้าง? ก็ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงโอเค คุ้มเกินราคาครับ ซึ่งอันนี้เป็นอะไรที่หลายๆ รีวิวก็ยืนยันมาแล้ว เรียกว่าในลำโพงราคาระดับพันต้นๆ นี่ Creative Pebble Plus ไม่ทำให้ผิดหวังครับ แต่ถ้าใครคาดหวังว่ามี Subwoofer แล้ว เบสมันจะตึบ หนักแน่น ออกมาเป็นลูกๆ อันนี้คุณก็คาดหวังเวอร์ไปกับลำโพงราคาพันต้นๆ นะครับ สิ่งที่คุณจะได้รับอะคือ ลำโพงที่ให้เสียงสูง กลาง ต่ำ ในระดับที่พอสมควร เบสนุ่มนวล รู้ว่าเสียงมันต่ำ แต่จะไม่ตึบๆๆ อะไรมากมาย Subwoofer นี่ไม่ได้ขับเบสระดับโต๊ะสั่นพื้นสะเทือนนะ บอกไว้ก่อน

สิ่งที่ผมคิดว่า Creative ควรเพิ่มเติมคือ ตัวเลือกในการสลับลำโพงซ้ายขวาครับ เพราะสำหรับรุ่นนี้ ผมพบว่าในการจัดวางบางตำแหน่ง ขนาดสายยาว 120 เซ็นติเมตรแล้วก็ยังแอบสั้นนิดๆ เพราะสายเคเบิลใดๆ มันไปรวมที่ลำโพงด้านขวาหมดเลย ถ้าเกิดเราสามารถสลับตำแหน่งลำโพงซ้ายขวาได้ ตำแหน่งวางสายเคเบิลอาจจะเหมาะกว่ามาก แต่เสียงสเตริโอมันก็จะสลับซ้าย-ขวาไปด้วย ซึ่งตรงนี้ระบบปฏิบัติการ Windows ที่ผมใช้มันสลับ Channel ซ้ายและขวาในระดับระบบปฏิบัติการไม่ได้อะ (แต่ macOS เหมือนว่าจะทำได้นะ) ถ้าอยากจะทำ ต้องหาซอฟต์แวร์มาติดตั้งเพิ่มเอง แอบอยากให้ Microsoft ทำให้ได้มั่งจัง

ข้อจำกัดร้ายแรงของ Creative Pebble Plus ก็คือ มันเป็นลำโพงแบบที่ต้องเสียบสายครับ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ใดๆ ก็ตามได้ทีละเครื่องอย่างแท้ทรู และการที่มันมีสายนี่ก็ทำให้มีข้อจำกัดเรื่องตำแหน่งการติดตั้งนะครับ

บทสรุปการรีวิวลำโพง Creative Pebble Plus

เอาเป็นว่าคุ้มค่าครับ โดยเฉพาะตอน 12.12 หลังหักส่วนลดแล้ว ผมได้มาในราคา 1,044 บาท (ส่งฟรี) เองด้วย โดยผมซื้อมาจากร้าน Mercular บน Shopee แต่ว่าตอนนี้ของหมดสต็อกร้านเขาแล้วนะ บนร้านออนไลน์ผมก็เจอแต่พวกมีของ แต่ขายราคาแพงอะ (ปกติ 1,290 บาท) ผมก็ไม่อยากแนะนำให้ไปซื้อ ฉะนั้น ไม่ขอแปะลิงก์ร้านนะครับ ใครที่หาเจอในราคา 1,290 บาท มีประกันศูนย์ หรือถูกกว่านั้น แล้วอยากซื้อลำโพงดีๆ ราคาไม่แพง ตัวนี้ซื้อได้

ตอนนี้ผมเลยมีลำโพงแยกแยะชัดเจนแล้ว ถ้าอยากดูหนังฟังเพลงบนคอมพิวเตอร์ก็ใช้ Creative Pebble Plus นี่แหละ แต่ถ้าจะประชุมออนไลน์ หรือดูคลิป YouTube ก็จะกลับไปใช้ลำโพงของ HUAWEI MateView GT 34″ Sound Edition ครับ เรียกว่า เลือกใช้ลำโพงให้ถูกงาน 🤣🤣

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.