Home>>รีวิว>>รีวิว 1MORE ComfoBuds True Wireless Headphones (ESS3001T) หูฟังไร้สาย ราคาไม่แรง
หูฟัง 1MORE อยู่ในกล่อง
รีวิว

รีวิว 1MORE ComfoBuds True Wireless Headphones (ESS3001T) หูฟังไร้สาย ราคาไม่แรง

นี่ผมก็นึกไม่ออกแล้วนะ ว่าครั้งสุดท้ายที่ใช้หูฟังแบบมีสายเนี่ยมันเมื่อไหร่ เพราะเดี๋ยวนี้หูฟังแบบไร้สายราคาไม่แพงแล้ว โดยเฉพาะพวกที่เป็น True wireless นี่ล่าสุด ทาง 1MORE เขาก็มีส่งหูฟัง 1MORE ComfoBuds True Wireless Headphones มาให้ลองครับ เจ้านี่ขายอยู่บน Shopee ในราคา 1,299 บาท ถือว่าไม่แพงมาก และจากประสบการณ์ที่ผมเคยรีวิวหูฟังของ 1MORE (iBeFree และ Triple driver in-ear) มาก่อน ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ก็ต้องเรียกว่าเป็นหูฟังที่ค่อนข้างโอเคทีเดียวฮะ แต่นี่คือ True wireless ตัวแรกจากค่ายนี้ที่ผมได้ใช้งาน มาดูกันว่าเป็นยังไงบ้าง

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

1MORE ComfoBuds ที่รีวิวอยู่นี้เป็นรุ่น ESS3001T ครับ ได้รับความเอื้อเฟื้อมาจากทาง 1MORE Official store บน Shopee ส่งมาให้ใช้งานเพื่อรีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันครับ

บอกก่อนเลยว่า 1MORE ไม่ใช่แบรนด์โนเนมครับ แพ็กเกจของหูฟัง 1MORE ComfoBuds นี่ก็เลยดูดีทีเดียวครับ แกะกล่องออกมา เราจะเห็นตัว Charging case ที่มีหูฟังใส่อยู่ด้านใน และมีภาพประกอบเพื่อสอนวิธีการแกะเอาตัวหูฟังออกจากกล่องด้วย และมีสาย USB-A to USB-C สำหรับชาร์จ ความยาว 36 เซ็นติเมตรมาให้เส้นนึง กับคู่มือการใช้งานหลายภาษา มีภาษาอังกฤษด้วย (แต่ไม่มีภาษาไทย) ส่วนด้านหลังของกล่อง จะมีพวกรายละเอียดสเปกของหูฟัง และฟีเจอร์เด่นๆ ของหูฟังตัวนี้ครับ ซึ่งสเปกคร่าวๆ ก็จะมีดังนี้

ขนาดไดรเวอร์ของหูฟัง13.4 ม.ม.
น้ำหนักหูฟัง (ต่อข้าง)3.8 กรัม
น้ำหนัก Charging case28.9 กรัม
แบตเตอรี่หูฟัง (ต่อข้าง)35mAh
แบตเตอรี่ของ Charging case410mAh
เวลาที่ใช้ในการชาร์จ (หูฟัง/Charging case)85 นาที/80 นาที
ระยะเวลาใช้งานสูงสุด 4 ชั่วโมง
(Charging case ชาร์จเพิ่มได้รวมเป็น 18 ชั่วโมง)
Impedance30Ω
เวอร์ชันบลูทูธ5.0
โปรโตคอลที่รองรับHFP/A2DP/AVRCP
ระยะใช้งาน10 เมตร
หูฟัง 1MORE อยู่ในกล่อง

Charging case เนี่ยมีลักษณะเป็นวงรีครับ คล้ายๆ แคปซูลเม็ดยา มีขนาดไม่ใหญ่มาก พกใส่กระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกงได้สะดวกๆ แหละ หูฟังมีสองสีให้เลือกคือ ขาว กับ ดำ แต่ผมเป็นพวกนิยมใช้หูฟังสีดำ ก็เลยเลือกเป็นสีดำมา แต่ 1MORE เขาใส่ลูกเล่นเล็กๆ เข้าไปใน Charging case ก็คือ มันจะมีผิวมันวาว แต่ภายใต้พื้นผิวอะ มันมีการทำลวดลายกากเพชรเอาไว้ด้วย เวลาแสงมาตกกระทบแล้ว เราจะเห็นเป็นเม็ดๆ สีฟ้า สีนำเงิน สะท้อนวิบวับ สวยดี

เปิดฝา Charging case ออกมา เราจะเห็นหูฟัง 1MORE ComfoBuds อยู่ด้านใน ดีไซน์เป็นแบบก้านยาว วางสลับกันอยู่แบบในรูปด้านล่าง มีปุ่มที่เป็นปุ่มสำหรับการ Unpair อยู่ครับ อันนี้มีไว้ใช้เพื่อยกเลิกการจับคู่อุปกรณ์ (วิธีการใช้งาน อ่านในคู่มือเอาได้ครับ) ตัว Charging case จะมีไฟ LED อยู่ด้านหน้า เอาไว้บอกสถานะของการชาร์จแบตเตอรี่ และสถานะของระดับแบตเตอรี่ โดยสีเขียวคือแบตเตอรี่เต็ม สีเหลืองส้มคือแบตเตอรี่เหลือครึ่งเดียวแล้ว และสีแดงคือแบตเตอรี่ใกล้หมด รีบชาร์จโดยไว ขณะที่กำลังชาร์จอยู่ ก็จะขึ้นเป็นไฟสีแดง และเมื่อแบตเตอรี่เต็ม ไฟก็จะดับ

หูฟัง 1MORE ComfoBuds เปิดฝา Charging case แล้ว เห็นตัวหูฟังอยู่ด้านใน

ตัวหูฟังเอา ก็มีการออกแบบพื้นผิวแบบเดียวกับตัว Charging case เลยครับ คือ มีสีดำเป็นมันวาว และมีลวดลายกากเพชรอยู่ด้วย ตรงปลายก้านหูฟังมีไฟ LED เอาไว้แสดงสถานะ ถ้ากำลังชาร์จแบตเตอรี่อยู่ ก็จะเป็นไฟสีแดง แต่ถ้ากำลังจะเชื่อมต่อ (อยู่ในโหมด Paring) ก็จะกระพริบเป็นสีน้ำเงิน

ไฟ LED สีแดงตรงก้านหูฟัง แสดงสถานะของหูฟังว่ากำลังชาร์จอยู่

มาดูที่ตัวหูฟังอย่างเดียวกันบ้าง มีลักษณะเป็น Semi in-ear แบบเหน็บหู มีระบุว่าข้างไหนซ้ายข้างไหนขวาชัดเจน มีการติดสติกเกอร์ป้องกันการชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างจัดเก็บเพื่อรักษาคุณภาพของแบตเตอรี่เอาไว้ และมีสติกเกอร์ปิดตรงส่วนลำโพงของหูฟังด้วย ดีไซน์แบบนี้ จากประสบการณ์ที่ผมเคยใช้หูฟังสไตล์เดียวกันมา ก็ต้องบอกเลยว่าข้อดีคือ มันใส่แล้วไม่เจ็บหูครับ แต่สำหรับคนที่หูไม่ค่อยมีจุดให้เหน็บให้เกี่ยวหูฟังไว้ ก็อาจจะมีปัญหาหูฟังหลุดง่ายหน่อย

ตัวหูฟัง 1MORE ComfoBuds

ตัวก้านหูฟัง จะมีขั้วทองเหลืองข้างละ 2 จุด เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่ตอนเก็บลง Charging case มีไมโครโฟน 2 ตัว สำหรับฟีเจอร์ Noise cancellation แต่ไม่ได้เอาไว้สำหรับใช้ฟังเพลงนะครับ Noise cancellation นี้เป็นแบบ Environmental Noise Cancellation (ENC) เพื่อตัดเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมขณะสนทนาโทรศัพท์ครับ เพื่อให้เสียงของเราชัดเจน

การสั่งงานหูฟัง จะใช้วิธีแตะที่ก้านหูฟัง 2 หรือ 3 ทีติดกันครับ โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นการแตะ 2 ทีติดกัน (ข้างไหนก็ได้) เพื่อเริ่มหรือหยุดเล่นเพลง หรือรับ-วางสาย และการแตะ 3 ทีติดกัน จะเป็นการเรียก Personal assistant (Siri/Google Assistant) ใช้งาน

ข้อสังเกต

ในเว็บไซต์ข้อมูลบน Shopee รวมถึงบนเว็บไซต์ผลิตภัณฑ์ในสหรัฐอเมริกาเอง มันเขียนว่ามีไมโครโฟน ENC (Environmental Noise Cancellation) 4 ตัว แต่บนกล่องเนี่ย เขาเขียนไว้ว่าเป็น Dual ENC ครับ ตรงนี้ผมเข้าใจว่า มันคือเรื่องเดียวกันแหละ เพียงแต่บนกล่องมันเขียนไว้ในแบบหูข้างเดียว แต่บนเว็บไซต์เขานับหูฟังสองข้างรวมกัน

ถ้าจะใช้หูฟัง 1MORE ComfoBuds ให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ที่สุด ก็ควรดาวน์โหลดแอป 1MORE Music มาครับ มันเอาไว้อัปเดตเฟิร์มแวร์ของหูฟัง และตั้งค่าต่างๆ โดยเฉพาะการตั้งค่าการแตะที่ก้านหูฟังเพื่อสั่งงาน ซึ่งเราจะเลือกเป็นอย่างอื่นเพื่อความสะดวกได้ เช่น ผมจะเลือกแตะ 3 ทีที่หูข้างซ้ายเป็นการลดเสียง และแตะ 3 ทีที่หูข้างขวาเพื่อเพิ่มเสียงก็ได้

หูฟังจะมี Proximity sensor เอาไว้ตรวจจับเวลาที่เราสวมหูฟังด้วย เพื่อเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อสวมหูฟัง และหยุดเล่นเพลงชั่วคราวอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก ซึ่งเราก็สามารถเข้าไปตั้งค่าในแอปได้อีกว่าจะปิดฟีเจอร์นี้ไหม หรือจะให้ทำแค่เฉพาะหยุดเล่นอัตโนมัติพอ

แต่ฟีเจอร์ที่ผมว่าไร้ประโยชน์มากๆ คือ Soothing sound อะครับ คือ หลักการมันคือตรงที่มันจะเปิดเสียงธรรมชาติเช่น ลมพัด น้ำไหล ฝนตก ฯลฯ ให้เราฟังเพื่อให้เราผ่อนคลาย แต่ในทางปฏิบัติ เสียงที่แอป 1MORE มันให้มา มันสั้นมาก แล้วก็เปิดวนลูปไป พอเล่นๆ ไป มันวนลูป ก็สะดุดอีก คือ ฟังดูก็รู้เลยว่าปลอมมากๆ นี่ยังไม่นับว่าเสียงมันฟังแล้วไม่ธรรมชาติเท่าไหร่อีกด้วย คุณภาพเสียงไม่ดีอะ

เปิดใช้ฟีเจอร์ Smart Burn-in

ที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน ก็น่าจะเป็นฟีเจอร์นี้ครับ Smart burn-in ซึ่งน่าจะมีในหูฟังไร้สายของ 1MORE ที่เชื่อมต่อกับแอปตัวนี้ได้ทั้งหมด มันจะเป็นการเล่นเสียงซ่าๆ แบบ Noise ที่ผู้เชี่ยวชาญในวงการหูฟังเขาว่าเป็นการทำให้พวกชิ้นส่วนต่างๆ ของหูฟังมันพร้อมสำหรับใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพครับ โดยปกติ เขาแนะนำให้เปิดฟังเพลงจำพวก Lossless ฟังต่อเนื่องนานๆ ซัก 100-200 ชั่วโมงกันเลย แต่ Smart burn-in ของ 1MORE นี่เขาเปิดเสียง Noise บางอย่าง ที่น่าจะครอบคลุมทุกย่านความถี่ เป็นจำนวน 4 เฟส ซึ่งแต่ละเฟสก็ไม่ใช่ย่อยๆ เลยครับ อย่างเฟสแรกนี่ก็ 12 ชั่วโมงอะ (แต่ไม่ต้องทำต่อเนื่องขนาดนั้นนะ Pause แล้วค่อยมาต่อทีหลังก็ได้

แต่ถึงจะไม่ผ่านการ Burn-in มาก่อน ผมก็ว่าคุณภาพเสียงมันก็โอเคพอสมควรแล้วนะ ฟังเพลงแล้วได้เสียงย่านเบสค่อนข้างดี เสียงกลางก็ถือว่าโอเคเลย เสียงใสก็ถือว่าใช้ได้ เอามาใช้สนทนาโทรศัพท์ก็ดีครับ เสียงจากคู่สนทนาก็ชัดดี เสียงจากฝั่งเราไปถึงคู่สนทนาก็ถือว่าใช้ได้ ชัดเจน แบตเตอรี่ก็เรียกว่าอึดพอตัว ไม่ได้ถึงขนาด 4 ชั่วโมงหรอกครับ เพราะนั่นเขาเปิดทดสอบจากการฟังเพลงที่ระดับความดัง 50% แต่ในชีวิตจริงคนเราฟังที่ระดับความดังไม่เท่ากัน ของผมเนี่ย ได้ราวๆ 3 ชั่วโมงกว่าครับ แต่นั่นก็เหลือเฟืออะ เอามาใช้ประชุมออนไลน์ก็สบายเลย แบตเตอรี่ยาวพอที่จะประชุมยาวๆ ได้ประชุมนึงสบายๆ

บทสรุปการรีวิวหูฟังไร้สาย 1MORE ComfoBuds ESS3001T

ตอนเปิดตัวมาใหม่ๆ ราคาแอบแพงกว่าตอนนี้นิดหน่อย คือ 1,499 บาท แต่ตอนนี้เขาปรับราคาลงมาเหลือ 1,299 บาทแล้ว เป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงดี แบตเตอรี่อึดพอสมควร และสวมใส่ใช้งาน พกพาไปไหนมาไหนก็สะดวก ตัวหูฟังก็สวยงาม สีดำก็สวย สีขาวแอบเห็นในรีวิวคนอื่นแล้วก็ว่าสวยเหมือนกัน เลือกซื้อใช้ไม่ผิดหวังอะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.