Home>>รีวิว>>รีวิวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 เบาและวิ่งได้ไกล ตอบโจทย์คนใช้งานในเมืองเพื่อเดินทาง
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40
รีวิว

รีวิวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 เบาและวิ่งได้ไกล ตอบโจทย์คนใช้งานในเมืองเพื่อเดินทาง

ก่อนหน้านี้ผมได้รีวิว Ninebot Kickscooter F20A ไปแล้ว ซึ่งสำหรับคนที่ชอบสกู๊ตเตอร์แนวขับขี่มั่นคง ล้อยางลมนุ่มนวล แบบ Ninebot Kickscooter MAX แต่น้ำหนักเบากว่าแบบชัดเจนมาก ตัวนี้คือคำตอบเลย แต่มันก็ยังมีข้อจำกัดอย่างนึงที่สำคัญ ที่ทำให้มันยังไม่ตอบโจทย์การใช้งานผม 100% นั่นก็คือ ระยะทางวิ่ง ที่ทำได้แค่ราวๆ 20 กิโลเมตรเท่านั้น ในงวดนี้ก็เลยจัด Ninebot Kickscooter F40 มารีวิวให้อ่านแทนครับ ซึ่งตัวนี้โดยรวมเรียกว่าเหมือนรุ่น F20A เกือบทุกอย่าง แต่ได้ระยะทางวิ่งไกลสุดตามเลขรุ่นมันเลยคือ ราวๆ 40 กิโลเมตร ประสบการณ์ในการขับขี่จริงจะเป็นยังไงนั้น ติดตามอ่านกันได้ครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

สำหรับ Ninebot Kickscooter F40 ตัวนี้ แตกต่างจากตอนรีวิว F20A นะครับ เพราะเป็นตัวที่ผมจัดมาจากทางร้าน MONOWHEEL โดยตั้งใจว่าจะเอาไว้เป็นตัวสำรองสำหรับ Ninebot Kickscooter MAX ในกรณีฉุกเฉินครับ (เช่น ดันลืมชาร์จแบตเตอรี่ แต่ต้องขี่ไปทำงาน) ฉะนั้น การรีวิวนี้ก็จะเป็นสไตล์การรีวิวจากผู้ใช้งานจริง ได้ลองเอาไปขี่ลุยกันจริงๆ มาแล้วนะฮะ แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เลยทำให้ผมไม่ได้ใช้มันขี่หลายๆ วันซักเท่าไหร่ แต่จากประสบการณ์การขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาหลายรุ่น ระยะทางรวมเกิน 10,000 กิโลเมตร ผมเชื่อว่า ผมน่าเล่าประสบการณ์ได้มากพอสมควรล่ะ

ตัว Ninebot Kickscooter F40 นี่ แพ็กเกจก็จะเหมือนๆ กับตัวรุ่น F20A เลยนะครับ ภายในกล่องก็จะประกอบไปด้วยตัวสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ยางอะไหล่ อะแดปเตอร์สำหรับชาร์จไฟ คู่มือการใช้งาน วิธีการประกอบก็ง่ายๆ เหมือนกัน แค่สวมแฮนด์สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเข้าไป แล้วก็ขันน็อตก็เรียบร้อย ใครอยากได้รายละเอียดช่วงนี้ไปอ่านรีวิว Ninebot Kickscooter F20A ของผมแทนละกัน

ความแตกต่างที่เห็นและรู้สึกได้ชัดเจนเกี่ยวกับรุ่น F40 เมื่อเทียบกับ F20A ก็คือ ดีไซน์ที่มีการใช้สีส้มตรงสายเบรก ตัวล็อกคอ และตรงล้อ มาตัดกับสีเทาดำของตัวรถ ทำให้ดูสวยและเฉี่ยวกับสีเทาดำล้วนๆ ของรุ่น F20A พอสมควรเลยครับ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40

ล้อหน้าและล้อหลังของรุ่น F40 ก็เหมือนกับรุ่น F20A ครับ คือเป็นล้อยางลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 10 นิ้ว หน้าตัด 2.125 นิ้ว ดีไซน์ดอกยางคล้ายๆ กับรุ่น MAX ซึ่งน่าจะมีการพัฒนาความทนทานมาจากรุ่น Ninebot Kickscooter ES2/ES4 ที่ผมเคยขี่มาก่อน แต่มีความแตกต่างจากรุ่น MAX ตรงที่เป็นขับเคลื่อนล้อหน้าแทน

และบอกตรงๆ ว่า แม้ด้วยสเปกแล้ว Ninebot Kickscooter F40 จะยังแพ้ Ninebot Kickscooter MAX อยู่เล็กน้อย แต่ในแง่ดีไซน์บางอย่าง F40 ได้รับการปรับปรุงมาจากรุ่น MAX อยู่นะ เช่น บังโคลนหลังที่ได้รับการเสริมตัวยึดเอาไว้ เพื่อป้องกันการแตกหักอันเกิดจากการกระแทกของล้อหลังเวลาที่ขับขี่เจอหลุมเจอเนินบ่อยๆ คือรุ่น MAX ก็ไม่ได้แตกหักง่ายนะ เพราะผมขี่มาเกิน 6,600 กิโลเมตรแล้ว ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ แต่การที่ล้อมันไปกระแทกบ่อยๆ ก็มีโอกาสแตกหักได้จริงๆ และนี่เป็นปัญหาพื้นๆ ของรุ่น ES2/ES4 เลยด้วย

ช่วงแฮนด์ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40

แม้จะดูเป็นรุ่นเล็กกว่า แต่ความกว้างของแฮนด์ของ F40 นี่ก็พอๆ กับ MAX ครับ แต่ว่าด้วยความที่มีการปรับปรุงดีไซน์เรื่องกระดิ่งซะใหม่ นอกจากจะทำให้ใช้ง่ายขึ้นแล้ว มันยังรวมเอาขอเกี่ยวตัวล็อกบังโคลนเวลาพับไปอยู่ด้วยกัน ส่งผลให้เหลือพื้นที่สำหรับติดอุปกรณ์เสริมสำหรับจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นตัวจับสมาร์ทโฟน สวิตช์ไฟเลี้ยว ไฟหน้าเสริม ฯลฯ ได้สบายๆ ครับ ซึ่งในกรณีของรุ่น MAX เนี่ย ผมต้องไปหาบาร์เสริมมาติด เพราะพื้นที่ไม่พอใช้ หน้าจอแสดงผลแบบ LED มีความสวยงาม และสว่างสู้แดดมากขึ้น เวลาขี่กลางแดดก็ยังสามารถอ่านข้อมูลได้สบายๆ

ระบบเบรกยังเป็นแบบเบรกจักรยาน และเมื่อสั่งเบรกแล้ว มันจะสั่งงานเบรกทั้งล้อหน้าและล้อหลังพร้อมกัน แต่ว่าล้อหน้าจะเป็นระบบดรัมเบรก ไม่ใช่เบรกไฟฟ้า ส่วนล้อหลังจะเป็นดิสก์เบรก (อันนี้ว่ากันตามสเปกที่เขาบอกมา) ส่วนสวิตช์คันเร่ง ยังคงอยู่ที่แฮนด์ด้านขวาเหมือนเดิม

สลักล็อกคอสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40

การพับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 นี่เป็นแบบสลักล็อกอยู่ด้านหลัง มีดีไซน์ใหม่ที่ดูแข็งแรง ตัวล็อกก็เป็นแบบใหม่ พับแล้วตัวรถก็จะถูกพับเป็นทรงสามเหลี่ยม หิ้วง่าย และด้วยความที่ดีไซน์มอเตอร์อยู่ล้อหน้า มันทำให้น้ำหนักถ่วงสมดุลขึ้น เวลาหิ้วแล้วรู้สึกเบากว่าตอนรุ่น MAX มาก (อ่านความแตกต่างระหว่างรุ่น F20A กับ MAX ได้ในบล็อกของผม ซึ่งรุ่น F40 ก็จะคล้ายๆ กัน)

ประสบการณ์ในการขับขี่ Ninebot Kickscooter F40

ผิดกับตอนรีวิว F20A นะครับ เนื่องจากรุ่นนี้ตามสเปกแล้วสามารถวิ่งได้ไกลสุด 40 กิโลเมตร นั่นหมายความว่าต่อให้ผมวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด (โหมด S) ยังไงก็ต้องได้ระยะทางมากกว่า 20 กิโลเมตรแน่ๆ เพราะตอนใช้รุ่น MAX สเปกมันบอกว่าวิ่งได้ 65 กิโลเมตร แต่วิ่งได้จริงๆ ในโหมด S คือราวๆ 35-36 กิโลเมตร เซฟๆ ถึงเป็นที่มาที่ผมเลือกจะใช้เป็น “ตัวสำรอง” สำหรับรุ่น MAX

ฉะนั้น ในการรีวิวรุ่นนี้ นอกจากจะเอาไปขี่วนๆ แถวบ้านแล้ว ผมก็หยิบมันออกไปขี่ไปทำงานดูเลยครับ ระยะทางไปกลับ 36 กิโลเมตรตามมาตรฐานของผมฮะ ซึ่งผมพบว่าในขณะที่รุ่น F20A เนี่ยจะวิ่งได้สูงสุดที่ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ F40 จะสามารถทำความเร็วได้ถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลย และที่สำคัญคือ แม้แบตเตอรี่จะหายไปเกิน 50% แล้ว ความเร็วก็ยังสามารถวิ่งได้ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงสบายๆ ซึ่งในกรณีของรุ่น MAX เนี่ย ถ้าแบตเตอรี่หายไปเกิน 40% เราก็จะเริ่มเห็นความเร็วตกลงมาเหลือแถวๆ 28 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบ้างแล้ว

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 จอดขวางอยู่ในตรอกแคบๆ ข้างสะพานพระปกเกล้า

แต่ด้วยความที่มันวิ่งได้เร็วแบบนี้ และขับเคลื่อนล้อหน้า ผมจึงพบว่ามันจะมีบางจังหวะและบางสถานการณ์ที่ตอนเร่งความเร็วแล้ว อาจจะเจอปัญหาล้อฟรีแป๊บๆ ได้ คือ มันไม่ล้อฟรีเยอะมากเหมือนตอนรุ่น ES4 แต่ก็รู้สึกได้ฮะว่าถ้าเจอพวกถนนลื่นๆ ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าตอนขี่รุ่น MAX อันนี้บอกเลย

ที่วางเท้าของ Ninebot Kickscooter F20A

ที่วางเท้าของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 แม้จะสั้นกว่ารุ่น MAX แต่ก็มีความกว้างพอๆ กัน ฉะนั้น หากใครคิดว่ายืนขี่รุ่น MAX แล้วสบาย รุ่น F40 นี่ก็จะยืนได้สบายๆ เหมือนกันครับ เท่าที่ลองขี่ระยะทางระดับ 18 กิโลเมตรแบบยิงยาว ก็ถือว่าสบายๆ ครับ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 จอดอยู่ริมถนนใกล้สะพานข้ามคลอง

แน่นอนว่าเมื่อสามารถวิ่งได้ความเร็วสูงสุด 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เท่ากับว่ามอเตอร์มีความแรงสูงขึ้น ผมลองไปขี่ขึ้นสะพานชันๆ ดูก็พบว่ามันสามารถขึ้นได้แบบสบายๆ แบบ Ninebot Kickscooter MAX เลยครับ

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 จอดอยู่ริมถนนบนสะพานข้ามคลองในหมู่บ้านจัดสรร

ในแง่ของระยะทางสูงสุดที่ Ninebot Kickscooter F40 จะทำได้สำหรับการขี่โหมด S น่าจะอยู่ที่ราวๆ 23-25 กิโลเมตร แต่ถ้าขี่ที่โหมด D ก็จะได้ระยะทางเพิ่มมาเป็นซัก 27-30 กิโลเมตรครับ ตามสเปกที่ว่าจะขี่ได้ไกลสุด 40 กิโลเมตรนั้นน่าจะต้องขี่โหมด ECO แต่ผมพบกับข้อสังเกตอีกอย่าง ที่ไม่เคยเจอตอนขี่ Ninebot Kickscooter MAX นั่นก็คือ เรื่องของอุณหภูมิครับ คือ ผมพบว่าถ้าขี่โหมด S แบบยิงยาวมาตลอด แล้วก็เป็นตอนกลางวัน หรือบ่ายแก่ๆ ที่แดดยังแรงอยู่ ถ้าขี่มาได้ซัก 15-16 กิโลเมตรต่อเนื่อง ก็เจอไฟเตือนเรื่องอุณหภูมิเลยฮะ ส่งผลให้ต้องลดความเร็วลงมาที่โหมด D และพยายามขี่ไม่เกิน 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ภาพถ่ายจากด้านข้างของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 ตอนข้ามลูกระนาดบนถนน

ด้วยความที่แบตเตอรี่มันน้อยกว่ารุ่น MAX พอสมควร ประสบการณ์ในการขี่เรื่องนึงที่รู้สึกได้เลยว่าดีขึ้นคือตอนขี่ข้ามลูกระนาดครับ มันไม่ไปครูดกับท้องสกู๊ตเตอร์เลย เพราะความหนาของตัวที่วางเท้ามันลดลงไปได้ค่อนข้างเยอะเลยฮะ

แฮนด์ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40 ถ่ายภาพขณะที่จอดอยู่บริเวณทางแยก

สำหรับคนที่ต้องการใช้งานในระยะไม่เกิน 20 กิโลเมตร ในแต่ละวัน หรือใครที่คิดแบบผม คือ ใช้ขี่ไปทำงานระยะทางซัก 15-20 กิโลเมตร แล้วสะดวกที่จะชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างวัน Ninebot Kickscooter F40 นี่ถือว่าตอบโจทย์มากครับ เพราะถือว่าระยะทางกำลังเหมาะพอดีเลยแหละ

จุดชาร์จแบตเตอรี่ของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter F40

ในส่วนของการชาร์จแบตเตอรี่ แม้ว่าจะทำไม่ได้รวดเร็วเท่ากับรุ่น MAX ด้วยกำลังไฟของอะแดปเตอร์ต่างกันพอสมควร แต่ว่าถ้าวิ่งในระยะซัก 20 กิโลเมตร จะใช้เวลาในการชาร์จแบตเตอรี่แค่ราวๆ 4-5 ชั่วโมง ซึ่งสำหรับคนที่ขี่ไปทำงานแล้วมีเวลาที่จะชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างวัน ถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสำหรับการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มครับ

Ninebot Kickscooter F40 เทียบกับ Ninebot Kickscooter MAX แล้ว อันไหน

สำหรับคำถามนี้ ต้องพิจารณาสองสถานการณ์ครับ

➊ ถ้าเป็นตอนนี้ ค่าตัวของ Ninebot Kickscooter F40 สนนราคาค่าตัว 29,990 ถ้าเทียบราคากับ Ninebot Kickscooter MAX ตอนนี้ ราคาเท่ากัน การจะเลือกตัวไหนก็ต้องดูว่าอยากได้อะไร ถ้าอยากได้ระยะทางไกลมากๆ ก็รุ่น MAX ครับ แต่ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักที่เยอะ หิ้วลำบาก แต่ถ้ายอมแรกกับระยะทางที่สั้นลงมาประมาณนึง เราจะได้น้ำหนักค่อนข้างเบาลงแบบเห็นได้ชัด แล้วก็ต้องจัด Ninebot Kickscooter F40 ครับ

➋ ถ้าเป็นหลังปรับราคาใหม่เดือนสิงหาคม 2564 ราคาของ Ninebot Kickscooter MAX ก็จะแพงกว่า F40 พอสมควรเลยฮะ คือ 33,900 บาท ฉะนั้นก็ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ คือ จะยอมจ่ายแพงและตัวรถมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ได้ระยะทางไกลขึ้น เลือก MAX หรือจะประหยัดเงินหน่อย น้ำหนักเบา แต่ได้ระยะทางที่พอสมควร ก็ F40 ครับ

สนใจอยากซื้อ ไปดูรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ MONOWHEEL เลยครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.