Home>>รีวิว>>รีวิวจักรยานไฟฟ้าจีน ใช้ดีไหม? ไปซื้อมาแล้ว จากร้านริมถนนไม่ไกลจากบ้าน 7,900 บาท
จักรยานไฟฟ้าสีแดง
รีวิว

รีวิวจักรยานไฟฟ้าจีน ใช้ดีไหม? ไปซื้อมาแล้ว จากร้านริมถนนไม่ไกลจากบ้าน 7,900 บาท

เรื่องของเรื่องคือวู่วาม ขับรถออกไปหาข้าวกลางวันกินวันก่อน ไปจอดหน้าร้านร้านนึง เขามีขายจักรยานไฟฟ้า กินข้าวเสร็จกลับมาดู พบว่ารูปทรงดูดีทีเดียว ลองให้ภรรยาซ้อนแล้วก็พอนั่งได้ ราคาก็ 7,900 บาท เฮ้ย มันโอเค คือ อยากได้จักรยานไฟฟ้าสไตล์นี้มาใช้ขี่พาภรรยาไปหาข้าวเย็นกินแถวบ้าน หรือเผื่อคุณแม่อยากไปจ่ายตลาดแถวบ้านก็ขี่ไปได้ ไม่คิดอะไรมากเลย โอนเงินกันเดี๋ยวนั้นเลยฮะ แล้วก็เอามาเล่าประสบการณ์ในการขับขี่ให้อ่านกันตรงนี้ด้วยแล้วกัน

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

จักรยานไฟฟ้าคันที่ใช้รีวิว เป็นอะไรที่ผมวู่วามซื้อมาใช้เอง รีวิวเอง ส่วนความเห็นของผมเกี่ยวกับจักรยานไฟฟ้าจีนนั้น จะเป็นประสบการณ์ส่วนตัวจากที่ได้ลองขี่มา 3-4 แบบ (มีเพื่อนบ้านที่ใช้จักรยานไฟฟ้าจีนเหมือนกัน) ผมก็เอามาสรุปเป็นประสบการณ์เทียบกับการขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าที่ผมมีประสบการณ์มากกว่า 10,000 กิโลเมตรในระยะเวลา 3 ปีเศษๆ ที่ผ่านมาครับ

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า จักรยานไฟฟ้าจีนเนี่ย เขาก็มีหลายเกรดนะครับ ตั้งแต่แบบที่ผมซื้อมา 7,900 บาท ไปจนถึงเกือบสองหมื่นบาท ก็อยู่ที่ฟีเจอร์ สเปก และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ฉะนั้น การจะเลือกซื้อต้องพิจารณาการใช้งานของเราด้วย ตัวที่ผมซื้อมาเป็นแบบล้อ 14 นิ้ว มีความหนากว่าจักรยานทั่วไป เรียกว่าเป็นล้อมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กเลยจะดีกว่า รูปร่างหน้าตาก็ประมาณที่เห็นนี่ มีเบาะนั่งของคนขี่ มีเบาะสำหรับคนซ้อนท้ายที่พอจะให้เด็กหรือผู้หญิงตัวเล็กๆ ซ้อนได้ มีตะกร้าใสของด้านหน้า มีขาตั้งเหมือนรถจักรยาน มีโช๊กตะเกียบด้านหน้า และมีโช๊กสปริงด้านหลัง

ถึงจะเรียกว่าจักรยาน แต่เอาจริงๆ คือมีคันถีบเอาไว้ให้มองว่าเป็นจักรยาน จะได้มีภาษีน้อยกว่าถ้าถูกมองเป็นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า (แม้จะเอาไปจดทะเบียนไม่ได้) ตำแหน่งของคันถีบไม่ถูกหลักการยศาสตร์เอามากๆ และโคตรหนัก ร้านที่ผมซื้อจักรยานไฟฟ้ามาเลยถอดให้ลูกค้าเลย ไม่ต้องมีไว้ให้เกะกะ และไม่ต้องห่วง ขณะที่มันวิ่งไปข้างหน้า ไอ้แท่งเหล็กที่เห็นในรูปด้านล่างนี่มันจะไม่หมุนมาตีเราหรอกนะครับ แต่ตอนเข็นรถถอยหลัง ไอ้นี่จะหมุนๆ ได้ครับ

การซื้อจากร้านริมถนน (แม้จะมีหน้าร้านเป็นหลักแหล่ง) บางทีมันก็มีข้อเสีย อย่างกรณีของผมคือ เจ้าของร้านบอกสเปกของรถได้ไม่หมด ไม่ว่าจะวิ่งเร็วสุดกี่กิโลเมตรต่อชั่วโมง วิ่งได้ไกลสุดแค่ไหน อะไรพวกเนี้ย บอกไม่ได้ซักอย่าง แต่ด้วยความที่พอจะเคยหาข้อมูลเอาไว้บ้าง ก็เลยพอจะมีคำตอบในใจ คือ ส่วนใหญ่สเปกจะวิ่งได้ 30-40 กิโลเมตร อยู่ที่พฤติกรรมการวิ่ง ความเร็วน่าจะได้ที่ 25-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผมเช็กที่สเปกของยาง มันบอกว่ายางแต่ละเส้นรับน้ำหนักได้ 60 กิโลกรัม สองเส้นรวมกันก็น่าจะได้ซัก 120 กิโลกรัมละมั้ง แต่เวลาใช้จริงมันก็บวกไปได้อีกหน่อย ผมกับภรรยานั่งสองคน ตกราวๆ 140 กิโลกรัม แถมไปจ่ายตลาดมาอีก ก็น่าจะซัก 142-143 กิโลกรัม มันก็ยังรับน้ำหนักได้นะ อันนี้ลองมาแล้ว กล้าพูด แต่ผมไม่อยากให้น้ำหนักบรรทุกหนักไปกว่านี้นะ เพราะมันจะมีประเด็นเวลาต้องขึ้นสะพานฮะ … ฉะนั้น ใครที่คิดจะซื้อมาซ้อนด้วย ก็พิจารณาเรื่องน้ำหนักให้ดีๆ

ส่วนของแฮนด์และแดชบอร์ด เป็นอะไรที่ผมอยากให้ทุกคนให้ความสนใจไว้ ของผมเนี่ยเป็นแบบไฟ LED บอกสถานะ บอกแค่ว่าแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่ ไฟหน้าเปิดอยู่ไหม ซึ่งไฟ LED มันสู้แดดไม่ได้เลย แถมดันตั้งให้แดชบอร์ดนี่ชี้สู้ฟ้าอีกตะหาก ขี่ตอนกลางวันคือมองห่านอะไรไม่เห็นเลยครับ ต้องเอามืออังทุกครั้งเวลาจะดูว่าแบตเตอรี่เหลือเท่าไหร่

ผมเช็กบนออนไลน์ มีหลายรุ่นที่เขามีจอแดชบอร์ดเป็น LED บอกได้ทั้งระดับแบตเตอรี่ แถมยังบอกความเร็วในการขี่ ณ ขณะนั้นได้อีก ดีงามกว่าเยอะ

แฮนด์ด้านซ้าย มีแตรไฟฟ้า บางรุ่นก็จะมีปุ่มเปิดไฟหน้า แล้วก็ปุ่มไฟเลี้ยวด้วย แต่รุ่นที่ผมซื้อมามันไม่มีครับ ไฟหน้าใช้วิธีบิดกุญแจไปอีกแก๊ก แล้วไฟหน้าก็จะติด ไฟเลี้ยวนี่เป็นอะไรที่ผมบอกเลยว่าควรมีมากๆ เพราะจะทำให้รถด้านหน้าและด้านหลังรู้ว่าเราจะเลี้ยวไปไหน อย่าไปคิดว่าจะใช้สัญญาณมือบอก ไม่เวิร์กเท่าไหร่หรอก

แฮนด์ด้านขวา มีสวิตช์เอาไว้ปรับเลือกระดับความเร็ว ต่ำ (低速) กลาง (中速) สูง (高速) ให้เลือก แต่ละยี่ห้อมันก็จะมีความเร็วสูงสุดไม่เหมือนกันครับ และด้วยความที่เจ้าจักรยานไฟฟ้าของผมนี่มันไม่มีแดชบอร์ดบอกความเร็ว ผมก็เลยไม่รู้ว่ามันเร็วเท่าไหร่กันแน่ ตอนนี้ก็ยังไม่มีอุปกรณ์มาหนีบสมาร์ทโฟนด้วย ไม่งั้นจะลองเอาสมาร์ทโฟนใช้ GPS จับความเร็วดู

สิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับตัวจักรยานไฟฟ้าของจีนแบบนี้คือ ที่วางเท้าใหญ่โตมาก วางเท้าสบายกว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเยอะเลย แถมเพราะได้นั่ง น้ำหนักตัวก็เลยไม่ได้ไปกดลงที่เท้า ไม่เมื่อย รุ่นนี้จะมีรูกุญแจอยู่ เพราะว่าแบตเตอรี่อยู่ในที่วางเท้านี่แหละ ข้อดีคือ หมดห่วงเรื่องโดนน้ำแล้วจะช็อต ดูงานเก็บมาแน่นหนาดี ผมขี่ลุยฝนตกหนักมาแล้ว รอด

ถ้าต้องนั่งซ้อน เขามีติดที่เหยียบไว้ให้คนนั่งซ้อนด้วย แต่ตำแหน่งโคตรไม่ดี และคงคิดว่าคนซ้อนจะเป็นเด็กซะมากกว่า เลยมีขนาดที่เหยียบเล็กมาก ถ้าคนตัวสูงๆ มาซ้อน ยิ่งแย่เลย เพราะขาต้องงอเยอะมาก นั่งไม่สบาย แต่ผมกับภรรยาลองดูแล้ว ให้คนซ้อนเอาขามาวางตรงที่วางเท้าของคนขี่นี่แหละ ที่เหลือๆ

แต่อย่างไรก็ดี คอนเฟิร์มว่าที่นั่งเบาะหลัง ผู้ใหญ่ไม่ได้นั่งสบายมากหรอกนะ แค่พอไหว แบบว่าเอาไปขี่พาภรรยาไปตลาดแถวบ้าน ระยะทางไป-กลับ 6 กิโลเมตร หรือซื้อของ 7-Eleven แถวบ้าน อะไรแบบเนี้ย ได้อยู่ โช้กมันช่วยทำให้กันสะเทือนได้ระดับนึง คนขี่นี่รู้สึกได้เลยว่าดีงาม ขี่แล้วบอกเลย นิ่งกว่าสกู๊ตเตอร์ Ninebot Kickscooter MAX คันโปรดของผมซะอีก บังโคลนออกแบบมาดี ขี่ลุยน้ำ หรือ พื้นเปียกๆ น้ำนี่ไม่มีดีดมาโดนหลังเลย (ลองมาแล้ว)

การชาร์จแบตเตอรี่ เขาจะมีอะแดปเตอร์ชาร์จไฟมาให้ หัวเป็นแบบแบนสองขา ใช้กับประเทศไทยได้เลย ไม่ต้องหาหัวแปลง ปลายอีกด้านก็เอาไปเสียบชาร์จกับรูชาร์จที่ตัวรถจักรยานไฟฟ้า เรื่องนี้ผมอยากให้ดูให้ดีๆ นะครับ จักรยานไฟฟ้าหลายรุ่นมันมีแบตเตอรี่ติดไว้ด้านนอก ที่เสียบชาร์จก็ไม่มีอะไรปิดมิดชิด โคตรเสี่ยงช็อตเวลาเอามาขี่แล้วอยู่ๆ ฝนตก ต้องตากฝน อันตรายๆ

ตอนชาร์จไม่มีอะไรบอกเราเลยว่าแบตเตอรี่ได้กี่เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่เราจะรู้ได้ว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มแล้วเพราะไฟ LED ที่อะแดปเตอร์จะเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว อะแดปเตอร์มันกำลังไฟ 160 วัตต์ มันเลยมีพัดลมระบายความร้อนด้วย ฉะนั้นระหว่างชาร์จได้ยินเสียงอะไรเป่าลมอย่าตกใจ พัดลมอะแดปตเตอร์แหละ … แต่เพราะรถมันคันใหญ่เทอะทะ แถมหนักมาก การจะแบกเข้าไปชาร์จในบ้านคืออย่าหาทำ แต่จะชาร์จนอกบ้าน ก็ต้องดูว่าเรามีปลั๊กไฟนอกบ้านไหม ของผมอะมี แต่สายไฟของอะแดปเตอร์ก็โคตรสั้น ต้องไปหารางไฟมาต่อเสริมเอา แต่ก็ทำให้เวลาชาร์จต้องระวัง เพราะจะชาร์จทิ้งไว้ทั้งคืนคงไม่ดี เกินฝนตก น้ำสาด ชิบหายแน่นอน อย่างกรณีผมเนี่ย ก็คือเอามาชาร์จตอนกลางวัน ตอนที่อยู่บ้าน ถ้าไปขี่มาแล้ว ก็จะต้องพยายามชาร์จแบตเตอรี่ไว้ตลอด

พูดถึงเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่ อีกเรื่องนึงที่ผมต้องเตือนก็คือ การบอกระดับแบตเตอรี่ของรถจักรยานไฟฟ้าประเภทนี้ ที่บอกเป็นขีดๆ เนี่ย (ไม่ว่าจะรุ่นของผม หรือรุ่นใดก็ตามที่บอกด้วยวิธีคล้ายๆ กันแบบนี้) มันจะไม่สามารถบอกอะไรเราได้เป๊ะ 100% นะครับ เพราะไอ้มาตรวัดแบบนี้มันจะพิจารณาจากแรงดันไฟฟ้าที่แบตเตอรี่จ่ายออกมาได้ ปัญหาก็คือ พอเราจอดอยู่เฉยๆ หรือ ปล่อยคันเร่ง มอเตอร์ไฟฟ้าไม่ดึงไฟจากแบตเตอรี่ มันก็จะบอกระดับแบตเตอรี่ออกมาสูงกว่าความเป็นจริงอยู่ประมาณนึงเสมอ

อย่างตอนที่ผมซื้อจักรยานไฟฟ้าคันนี้อ่ะ บิดกุญแจปุ๊บ แบตเตอรี่เต็มเว้ย เราก็คิดในใจ โอเควิ่งสบายแหละ สเปกมันได้ 30-40 กิโลเมตร จากร้านไปบ้านผมมันตกราวๆ 9 กิโลเมตร น่าจะไหวแหละ ที่ไหนได้ วิ่งไปไม่ถึงครึ่งทาง ผ่านบริเวณที่มีร่มเงา สังเกตเห็นระดับแบตเตอรี่บอกเหลือสองขีด (จากสี่ขีด) เวรแล้ว จะรอดไหมเนี่ย ต้องเปลี่ยนสปีดจากเร็วสูงสุดไปเป็นเร็วปานกลางแทนเลยฮะ แต่สรุปว่าก็รอดกลับมาได้นะ แต่อยากให้ระวังตรงนี้ไว้เลย ผมเองก็ต้องหาโอกาสคอยจดไว้ว่าเจ้านี่น่าจะวิ่งได้ระยะทางสูงสุดแบบเซฟๆ (ไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเข็นกลับบ้าน) กี่กิโลเมตร แล้วคอยนับทุกครั้งที่ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มครับ

จักรยานไฟฟ้าของจีนที่ผมเห็น ส่วนใหญ่ก็จะมีตะกร้าด้านหน้าเอาไว้ให้ไปใส่ของจ่ายตลาดได้ จุของได้ดีประมาณนึง และมีตะแกรงปิดล็อกอย่างดี กันไม่ให้ของกระเด็นกระดอนเวลาที่เจอถนนขรุขระหรือเจอลูกระนาดบนถนนถือว่าดีมาก แต่บางรุ่นนี่ผมเห็นมีช่องใส่ของด้านในด้วย แต่ผมก็ลังเลว่ามันจะเวิร์กไหม เพราะไอ้ช่องใส่ของนี่ดันไม่มีอะไรปิดฝาอะ

ถ้าเลือกที่งานประกอบดีๆ แบตเตอรี่ดูเก็บไว้มิดชิด ช่องชาร์จแบตเตอรี่มีฝาปิดดี แล้วจักรยานไฟฟ้าเกิดต้องลุยฝนขึ้นมาจะรอดไหม … ผมตอบเลยว่ารอด ซื้อมาได้วันที่สอง กะประเดิมพาภรรยาออกไปหาซื้อข้าวที่หมู่บ้านใกล้ๆ ขากลับฝนตกหนักจ้า บรรลัยชิบเป๋ง ลุยฝนกลับมาเปียกปอนทั้งผัวเมีย แต่รถจักรยานไฟฟ้าก็ยังพาเรารอดกลับมาได้

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดของจักรยานไฟฟ้าคันที่ผมซื้อ (แต่ไม่ใช่อะไรที่แก้ไขไม่ได้) คือ ไม่มีไฟท้าย และไม่มีไฟเลี้ยว เดี๋ยวไว้ต้องไปหามาติดเพิ่ม เพราะเดี๋ยวนี้เขามีไฟท้ายและไฟเลี้ยวสำหรับจักรยานให้ใช้เยอะแยะ แต่ถ้าใครจะซื้อจักรยานไฟฟ้าซักคัน ผมแนะนำให้เลือกซื้อรุ่นที่มีติดตั้งมาให้เลยจะดีสุด เพราะจะได้ไม่ต้องไปหาที่ติดตั้งเพิ่ม ไม่ต้องไปชาร์จแบตเตอรี่แยกต่างหากอีก

ถามว่าใช้แล้วเวิร์กไหม จักรยานไฟฟ้า คือบอกตรงๆ ก็เชื่อมั่นในระดับนึงเพราะเห็นข้างบ้านเขาใช้กันอยู่ แต่ไม่ใช่แบบนี้ มันจะออกแนวความเป็นจักรยานมากกว่านี้ แต่ไม่ชอบเพราะแบตเตอรี่มันถูกเอามาติดตั้งไว้ด้านนอก แอบเสียวเวลาฝนตก แต่คันนี้ก็อย่างที่บอก ลุยฝนก็ยังสบาย (แต่ไม่ควรทำเหอะ มันเปียก)

ในแง่ความปลอดภัย ผมว่าหายห่วงได้ประมาณนึง เพราะจะสตาร์ทรถก็ต้องใช้กุญแจ แล้วเรายังสามารถล็อกล้อได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบกันขโมยให้อีก ใช้รีโมตกดล็อกได้ ถ้าเกิดใครมาพยายามเลื่อนรถไปก็จะเลื่อนรถไม่ได้ แล้วสัญญาณกันขโมย (ที่โคตรดังมากๆ แอบเกรงใจข้างบ้านมากตอนที่ทดสอบว่ามันเป็นยังไง) ก็จะดังขึ้นจนรถจักรยานไฟฟ้าคันนี้กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนได้เลย … แต่การจะใช้ระบบกันขโมยต้องระวังนะครับ เพราะเหมือนมันเซ็ตแยกออกจากระบบรถเลย คือ ถ้าเราเปิดใช้อยู่แล้วไม่ปิด ต่อให้เราใช้กุญแจไขสตาร์ทรถ แล้วจะขับออกไป ก็จะขับไม่ได้ และสัญญาณกันขโมยก็จะดังครับ ฉะนั้น ระวังเรื่องแบตเตอรี่รีโมตหมดไว้ให้ดีๆ … รถจักรยานไฟฟ้าที่ผมซื้อ เขาให้กุญแจและรีโมทมาสองชุดครับ

ในแง่ของความคล่องตัว มันสู้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ได้ จะซอกซอน จะข้ามฝั่งถนนผ่านทางม้าลาย (ที่มักจะมีการทำเสากันไม่ให้มอเตอร์ไซค์แอบฉวยโอกาสผ่าน) หรือสะพานลอย เจ้านี่หมดสิทธิเลยเหอะ อัตราเร่งก็สู้ไม่ได้เช่นกัน เวลาเจอขึ้นสะพานสูงๆ ถ้ามีโอกาสเร่งความเร็วมาแต่ไกลให้แรงส่งมากพอ ก็พอจะขึ้นสะพานสูงไหว แต่ถ้าเกิดไม่มีระยะทางพอให้มีแรงส่ง คือยากเลย แต่ในขณะที่ Ninebot Kickscooter MAX ของผมนี่สบายๆ เลย … ไม่ใช่อะไรหรอกนะ รถมันก็หนักด้วยแหละ ยิ่งถ้าซ้อนสองอีกยิ่งต้องคิดให้หนัก หากเส้นทางวิ่งของเรามีสะพานสูงๆ

ถ้าจะเดินทางไปกลับบ้านและที่ทำงานของผม หรือจะไปห้างแถวบ้านแบบไม่ต้องขับรถยนต์ออกไป ทางเลือกของผมก็จะยังคงเป็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Ninebot Kickscooter MAX อยู่ดี แต่ถ้าเกิดจะไปจ่ายตลาดแถวบ้าน พาภรรยาออกไปหาข้าวกินหมู่บ้านใกล้ๆ หรือไปซื้อของ 7-Eleven ผมจะเลือกใช้จักรยานไฟฟ้าครับ คล่องตัวดี

ใครที่สนใจอยากซื้อ ผมไปค้นๆ หาร้านบน Lazada มาให้แล้ว ไปตามลิงก์ด้านล่างเลย เป็น LazMall มีความน่าเชื่อถือ ราคาแพงกว่าคันที่ผมซื้อนิดหน่อย (แต่น่าจะ OEM เดียวกัน เพราะดูจากอะแดปเตอร์นี่เหมือนกันเลย) แต่มันมีไฟท้าย มีไฟเลี้ยวให้ด้วย และแดชบอร์ดดูดีกว่าของผมอีกหน่อย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.