Home>>รีวิว>>กำจัดโฆษณาน่ารำคาญ ด้วย AdGuard โปรแกรมบล็อกโฆษณาที่ช่วยทำให้ประสบการณ์ท่องเว็บสบายตาขึ้นเยอะ
หน้าปกบล็อก "กำจัดโฆษณาน่ารำคาญ ด้วย AdGuard"
รีวิว

กำจัดโฆษณาน่ารำคาญ ด้วย AdGuard โปรแกรมบล็อกโฆษณาที่ช่วยทำให้ประสบการณ์ท่องเว็บสบายตาขึ้นเยอะ

รู้สึกบ้างไหมครับว่าเดี๋ยวนี้เว็บไซต์หลายๆ แห่ง มีโฆษณามากจนกลายเป็นรกหูรกตา บ่อยครั้งนี้คือแบบว่า อาจจะงงไปเลยว่าอันไหนเป็นเนื้อหาจริงๆ ของเว็บนั้น อันไหนเป็นโฆษณากันแน่ แล้วบางทีไอ้โฆษณามันก็ดันมาในรูปแบบวิดีโอแบบ Autoplay ที่เล่นเองซะงั้น เปลืองค่าเน็ตเข้าไปอีก (สำหรับคนใช้สมาร์ทโฟน) และบางทีวิดีโอมันก็มีเสียงอีกตะหาก บางทีอยากเปิดเว็บดูในที่สาธารณะ เสียงโฆษณาก็ดังใช้ชาวบ้านเขาได้ยินซะเฉย วันนี้บล็อกผมเลยมาขอแนะนำโปรแกรมบล็อกโฆษณาดีๆ ที่ผมใช้มาได้หลายเดือนแล้วให้รู้จักกัน นั่นคือ AdGuard ครับ

เราต้องทำใจก่อนว่าโฆษณาออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำให้บริการหลายๆ อย่างยังสามารถ “ฟรี” อยู่ได้บนโลกอินเทอร์เน็ต และผมก็โอเคในระดับนึงนะ ที่จะเห็นโฆษณาพวกนั้น เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับเว็บไซต์หรือบริการนั้นๆ แต่เมื่อมีบริการฟรีพวกนี้ขึ้นมาเยอะมาก ประกอบกับแบรนด์ต่างๆ ก็มีช่องทางในการโฆษณาออนไลน์ของตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนโฆษณาออนไลน์นี่เพิ่มขึ้นเยอะมาก และความพยายามในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อที่จะได้ทำการตลาดแบบ “หลอกหลอน” ก็ยิ่งมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เราเจอโฆษณาพวกนี้บ่อยแค่ไหน ทั้งแบบที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว? ผมลองเอาโปรแกรม AdGuard ที่ผมกำลังจะแนะนำในบล็อกตอนนี้ มาใช้บล็อกโฆษณา และพวก Tracker ต่างๆ มาได้ราวๆ 3 เดือนแล้ว พบว่ามีโฆษณาถูกบล็อกไปแล้วมากกว่า 5 แสนครั้ง และพวก Tracker โดนบล็อกไปแล้วมันกว่า 2.5 แสนครั้ง นี่ขนาดว่าเครื่องพีซีที่ผมใช้นี่ ไม่ใช่เครื่องหลักสำหรับการออนไลน์ของผมนะ

หน้าจอโปรแกรม AdGuard แสดงข้อมูลสถิติการบล็อกโฆษณาและ Tracker

โปรแกรม AdGuard นี่ มีทั้งเวอร์ชันสำหรับ Windows, macOS, iOS และ Android ครับ และสำหรับคนใช้ระบบปฏิบัติการอย่าง ChromeOS หรือ Linux ก็สามารถดาวน์โหลดเวอร์ชันที่เป็น Extension ของเบราว์เซอร์ ซึ่งรองรับตัวยอดฮิตทั้ง Chrome, Firefox, Safari, Microsoft Edge, Opera และ Yandex

ข้อดีของตัวโปรแกรมนี้คือใช้งานได้ฟรี ภายใต้ฟีเจอร์ที่จำกัดบางอย่างครับ เช่น ไม่สามารถบล็อกพวกโฆษณาหรือ Tracker ที่มากับแอปได้ ไม่บล็อกพวก Phishing หรือ Malware จากเว็บให้ อะไรพวกนี้ แต่ถ้าเราเสียเงิน ซึ่งมีให้เลือกสองแบบคือ Personal ใช้ได้สูงสุด 3 อุปกรณ์ และ Family ใช้ได้สูงสุด 9 อุปกรณ์ ก็เลือกเอาว่าเรามีอุปกรณ์มากน้อยแค่ไหน เลือกตามความเหมาะสม ส่วนเรื่องราคา ก็มีแบบทั้งรายปี และ ตลอดชีพครับ ถ้าสังเกตดีๆ จะรู้สึกว่า ถ้าต้องใช้งานซัก 3 ปีนี่ ซื้อแพ็กเกจตลอดชีพไปเลยจะคุ้มกว่าเนอะ

แพ็กเกจPersonalFamily
รายปี47 บาท/เดือน103 บาท/เดือน
ตลอดชีพ1,498 บาท/เดือน3,184 บาท/เดือน

แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าเราซื้อแพ็กเกจตลอดชีพผ่านเว็บไซต์อย่าง Stacksocial.com เราจะได้ราคาที่พิเศษเข้าไปอีก คือ แบบ Personal $19.99 (ประมาณ 630 บาท) และแบบ Family $29.99 (ประมาณ 1,000 บาท) ยิ่งคุ้มสุดๆ ฮะ (ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ ค่าตอบแทนใดๆ จาก AdGuard หรือ Stacksocial จากการนำเสนอข้อมูลนี้นะ ออกตัวไว้ก่อน)

แล้วใช้ได้ผลดีแค่ไหน? ดูตัวอย่างจากด้านล่างได้ครับ เป็นที่รู้กันว่าพวกเว็บไซต์ข่าวสมัยนี้ โฆษณาตรึมมากครับ ทั้งด้านบน ด้านล่าง ระหว่างเนื้อหา แถมบางทีก็มีพวกวิดีโอเปิดลอยๆ ขึ้นมาอีก ลองเลื่อนแถบดูครับ เปรียบเทียบระหว่างหน้าเว็บไซต์ข่าวแห่งหนึ่งแบบที่ไม่เปิดใช้ AdGuard กับแบบที่เปิดใช้ AdGuard แล้ว (หมายเหตุ: ผมใช้เลือกเสียค่าบริการตลอดชีพ เป็น AdGuard Premium นะ)

จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า โฆษณาหายเหี้ยนเลยครับ จากเดิมที่เปิดเว็บมาแล้วโฆษณาบังเนื้อหาจนมิดไปหมด (บอกตรงๆ ในฐานะคนทำเว็บ แบบนี้ดูไม่ดีเลย เพราะโฆษณามันบดบังเนื้อหาจริงๆ ของเว็บมากเกินควร) พอเปิด AdGuard ปุ๊บ โล่งเลย อ่านเนื้อหาได้ในทันที แถมโฆษณที่เป็นวิดีโอตรงมุมด้านล่างขวามือ ก็จะโหลดวิดีโอไม่ขึ้นครับ (แต่กรอบโฆษณายังอยู่ เราก็แค่กดปิดไป)

แต่มันมีข้อจำกัดอยู่หน่อยนะฮะ คือ ถ้าเป็นบนระบบปฏิบัติการ iOS ก็จะช่วยบล็อกโฆษณาได้แค่เฉพาะบนเบราว์เซอร์ Safari เท่านั้นนะฮะ เป็นข้อจำกัดของตัวระบบปฏิบัติการ ที่ไม่ยอมให้แอปเข้าไปยุ่มย่ามอะไรมาก และเช่นกัน บนระบบปฏิบัติการ Android ก็จะรองรับเฉพาะเบราว์เซอร์ Samsung กับ Yandex เท่านั้น ถ้าเราดาวน์โหลดจาก Google Play Store ฮะ แต่ถ้าดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของ AdGuard โดยตรง ก็จะสามารถบล็อกโฆษณาได้แบบเต็มเหนี่ยว ไม่ว่าจะเป็นเบราว์เซอร์ใดก็ตาม และหากซื้อไลเซ่นส์แบบพรีเมียมแบบผม ก็จะบล็อกโฆษณาได้ยันบนแอปเลย

หน้าจอแอป AdGuard เวอร์ชัน Android แสดงเมนูของตัวแอปที่เป็นไลเซ่นส์แบบพรีเมียม

ถามว่า ถ้าบล็อกโฆษณาซะเหี้ยนแบบนี้ แล้วจะมีปัญหาอะไรตามมาไหม? เท่าที่ลองใช้มา ก็พอเห็นปัญหาอยู่บ้างนิดหน่อยครับ นั่นก็คือ

• จะมีปัญหากับเกมที่ต้องดูโฆษณาเพื่อได้ไอเท็มในเกม หรือ ได้รางวัลบางอย่าง คือ พอมันบล็อกจนโหลดวิดีโอโฆษณาไม่ขึ้น เราก็เลยไม่สามารถดูโฆษณาเพื่อแลกไอเท็มหรือรางวัลในเกมได้ ต้องปิดก่อน
• เว็บดูวิดีโอออนไลน์บางเว็บ พอโหลดโฆษณาไม่ขึ้น ก็ดูวิดีโอไม่ได้เช่นกัน ส่วนใหญ่จะเกิดกับพวกเว็บดูหนังเถื่อน
• แอปธนาคารบางทีจะมีปัญหาล็อกอินไม่ได้ ในกรณีที่มันดันเขียนโค้ดว่าต้องโหลดโฆษณาบางอย่างขึ้นมาก่อน ถึงจะไปต่อได้ แต่แอปธนาคารเดียวกันนี่แหละ อาจโหลดได้บ้างไม่ได้บ้าง อยู่ที่ว่ามีโฆษณาคั่นกลางระหว่างโหลดไหม

ถ้าเจอปัญหาอะไรแบบนี้ ง่ายๆ เลยครับ ปิดการบล็อกโฆษณาชั่วคราวก่อน แล้วค่อยเปิดใหม่ทีหลัง เมื่อเราใช้งานแอปหรือดูเว็บไซต์ที่มีปัญหาเสร็จ ก็เรียบร้อยแล้ว

หน้าจอแอป AdGuard เวอร์ชัน Android แสดงข้อมูลการบล็อกโฆษณาในระดับ DNS

การบล็อกโฆษณานี่นอกจากจะช่วยในเรื่องความสะอาดสะอ้านของหน้าเว็บ ทำให้อ่านเนื้อได้อย่างสบายใจแล้ว ยังช่วยในเรื่องประหยัดแบนด์วิธด้วยนะครับ เพราะต้องไม่ลืมว่าโฆษณาพวกนี้ก็ต้องโหลดข้อมูลขึ้นมา ทำให้นอกจากที่อาจจะโหลดเนื้อหาได้ไวขึ้นแล้ว ก็ยังเซฟอินเทอร์เน็ตด้วยนะ โดยเฉพาะคนใช้แพ็กเกจบนสมาร์ทโฟนแบบที่ไม่ใช่ Unlimited

เอาจริงๆ นี่ใช้จนเคยตัวครับ พอเล่นเกมแล้วต้องปิด AdGuard ชั่วคราว ลืมเปิด พอมาเปิดหน้าเว็บนี่คือแบบงง ว่าทำไมโฆษณาเยอะจัง 555

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.