Home>>รีวิว>>รีวิว Huawei FreeBuds 4i หูฟังไร้สาย ที่มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีมาก ในราคาสบายกระเป๋า
รีวิว

รีวิว Huawei FreeBuds 4i หูฟังไร้สาย ที่มาพร้อมกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ดีมาก ในราคาสบายกระเป๋า

ยุคนี้สมัยนี้ ถ้าจะหาหูฟังบลูทูธใช้ มันต้องเป็นแบบ True wireless คือ ไม่ต้องมีสายอื่นใดมาเกะกะอีก แถมต้องมีระบบตัดเสียงรบกวน Active noise cancellation (ANC) สิ และล่าสุดนี่ Huawei ก็เปิดตัว Huawei FreeBuds 4i มาให้เป็นทางเลือกในการพิจารณาครับ ในบล็อกตอนนี้ ผมจะมาเขียนถึงประสบการณ์ในการใช้งานร่วมสองสัปดาห์ที่ผ่านมาให้ได้อ่านกัน

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

หูฟัง Huawei FreeBuds 4i ตัวที่ใช้รีวิวอยู่นี้ ทาง Huawei เขาได้มอบมาให้ผมได้ใช้งานกันตั้งแต่ก่อนจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ได้ลองใช้แบบเต็มเหนี่ยว ก่อนที่จะเอามาเขียนเล่าสู่กันอ่านกันในวันที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยนี่แหละครับ ฉะนั้น อย่าเพิ่งตกใจว่า เฮ้ย ของเพิ่งออกมาขาย ทำไมกาฝากรีวิวได้เป็นตุเป็นตะแล้ว ไม่ใช่นะครับ ผมได้ลองใช้จริง แบบใช้แทนหูฟังไร้สายตัวปกติที่ผมใช้เลยแหละ เป็นเวลาร่วมสองสัปดาห์

แพ็กเกจของหูฟัง Huawei FreeBuds 4i นี่ประกอบไปด้วยคู่มือการใช้งานที่มีภาษาไทยด้วย มีตัวหูฟัง Huawei FreeBuds 4i พร้อมกล่องใส่ และมีชุดยางสำหรับหูฟังอีกสองขนาด คือขนาดใหญ่ (L) และขนาดเล็ก (S) ทำให้รู้เลยว่าที่ติดมันกับหูฟังแต่ตอนแรกเลย คือ ขนาดกลาง (M) นั่นเอง แล้วก็มีสาย USB-C มาให้เส้นนึงด้วย เอาไว้ชาร์จแบตเตอรี่

กล่องใส่หูฟัง Huawei FreeBuds 4i

ตัวเลือกในด้านสี เขามีให้เลือกสามสีครับ คือ สีขาว Ceramic white สีดำ Carbon black และสีแดง Red edition ครับ ตอนเขาถามผมว่า อยากรีวิวสีอะไร ผมเลือกที่จะใช้สีดำครับ

กล่องใส่หูฟัง Huawei FreeBuds 4i เป็นทรงรี สีดำ มันวาว มีชื่อยี่ห้อ Huawei สกรีนไว้อยู่

ตัวกล่องใส่หูฟัง มีลักษณะเป็นทรงรีๆ หน่อบ วัสดุเป็นพลาสติกที่มีการเคลือบมันวาวมากๆ เอาไว้ มันวาวมากจนแบบว่า มีฝุ่นมาเกาะ มีรอยนิ้วมือมาติด คือเห็นชัดมาก จนรู้สึกว่า เออ จริงๆ ผมควรจะเลือกขอรีวิวสีขาวอะ มันน่าจะเห็นฝุ่นกับรอยนิ้วมือยากกว่านี้

ตัวกล่องเนี่ย ด้านหน้าที่มีชื่อ Huawei เนี่ย จะมีไฟ LED เล็กๆ ที่เอาไว้แสดงสถานะครับ และด้านล่างของตัวกล่อง มีพอร์ต USB-C เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งตามสเปกระบุว่าใช้เวลาในการชาร์จ 60 นาทีสำหรับการชาร์จหูฟังให้แบตเตอรี่ (แบตเตอรี่ 55mAh ต่อข้าง) เต็ม 100% ส่วนตัวกล่องใส่หูฟัง ที่ก็มีแบตเตอรี่เก็บเอาไว้เช่นกัน ใช้เวลาในการชาร์จ 90 นาที (แบตเตอรี่ 215mAh)

ด้านขวาของกล่องใส่หูฟัง Huawei FreeBuds 4i มีปุ่ม Function อยู่

ด้านขวามือของกล่อง เป็นปุ่ม Function เอาไว้ใช้ใน 2 เรื่องหลักคือ

• การรีเซ็ตหูฟัง ซึ่งทำได้โดยการเปิดฝากล่องเอาไว้ แล้วกดปุ่มนี้ค้าง 10 วินาทีจนไฟ LED แสดงสถานะเป็นสีแดงกระพริบ
• การเข้าสู่โหมดจับคู่ ซึ่งทำได้โดยการเปิดฝากล่องเอาไว้ แล้วกดปุ่มนี้ค้างไว้ 2 วินาทีจนไฟ LED แสดงสถานะเป็นสีขาวกระพริบ

หูฟังสามารถจับคู่ใช้งานได้กับทั้งสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการ Android และ iOS แต่ถ้าต้องการตั้งค่าเพิ่มเติม ต้องทำผ่านแอป Huawei AI Life ซึ่งเวอร์ชันบนระบบปฏิบัติการ Android นี่ไม่มีปัญหาเพราะสามารถดาวน์โหลดแอปได้จาก QR code ที่อยู่ในคู่มือ แต่คนใช้อุปกรณ์ที่เป็นระบบปฏิบัติการ iOS นี่ แอป Huawei AI Life บน Apple Store นั้น มันจะไม่สามารถเชื่อมต่อกับหูฟัง FreeBuds 4i นี้ได้ครับ เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากการที่สหรัฐอเมริกาแบน Huawei นั่นเอง

ตัวหูฟัง FreeBuds 4i เนี่ย ก็ดีไซน์เป็นแบบ In-Ear หรือ ยัดในรูหูครับ มีลักษณะเป็นเคลือบมันวาวเหมือนกับตัวกล่องเลย มีระบุเอาไว้ชัดเจนว่าข้างไหนข้างขวา ข้างไหนข้างซ้าย ซึ่งตอนนี้ยังแอบเสียดายว่าไม่มีรายละเอียดว่าดีไซน์ด้านในของหูฟังเขาเป็นยังไง

แต่ฟีเจอร์หลักๆ ตามที่ Huawei เขาได้บอกเอาไว้ มีดังนี้

• ไดรเวอร์หูฟังขนาด 10 มม. กับ PEEK + PU composite diaphragm
• ไมโครโฟนของหูฟัง 2 ตัวด้านนอก สำหรับตัดเสียงรบกวนแบบ ANC
• เทคโนโลยี Beamforming ทำงานร่วมกับ AI noise reduction ช่วยเรื่องแยกแยะเสียงให้แม่นยำขึ้น และลดเสียงรบกวนจากลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
• แบตเตอรี่ค่อนข้างอึด ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็ม สามารถใช้งานต่อเนื่องได้ 6.5 ชั่วโมง หากเปิด ANC หรือ 10 ชั่วโมง หากไม่เปิด ANC และตัวกล่องใส่
• ถ้าจำเป็น ก็พึ่งพาแบตเตอรี่ชาร์จไว ชาร์จ 10 นาทีก็ใช้งานฟังต่อเนื่องได้อีก 4 ชั่วโมงแล้ว
• สแตนด์บายได้ยาวเป็น 200 ชั่วโมงเลย
• เชื่อมต่อไร้สายด้วยเทคโนโลยีบลูทูธ 5.2

ถ้าอยากจะใช้งานแบบสะดวกโยธินสุดๆ เลยเนี่ย คือใช้คู่กับสมาร์ทโฟนของค่าย Huawei ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMIUI 10.0 ขึ้นไป แต่ถ้าใช้ยี่ห้ออื่นก็ไม่มีปัญหาอะไรเช่นกัน สำหรับผม ผมทดสอบกับ Samsung Galaxy Z Fold 2 ครับ ซึ่งผมเองมีแอป Huawei AI Life อยู่แล้วด้วย เพราะรีวิว Huawei FreeBuds Studio มาก่อนหน้าไง การเริ่มต้นใช้งานไม่ยากครับ เข้าสู่โหมด Paring แล้วก็พร้อมใช้ได้เลย

บนตัวหูฟังอะ มันไม่มีปุ่มใดๆ เลยนะ แต่ว่ามันจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการแตะเอาไว้ที่หูฟังแต่ละข้าง ซึ่งค่า Default มันจะกำหนดให้แตะสองทีติดๆ กัน ไม่ว่าจะหูฟังข้างไหนก็ตาม เป็นการเล่นหรือหยุดการเล่นเพลง (และเป็นการรับหรือวางสาย เวลาโทรศัพท์เข้ามา) การแตะหูฟังข้างใดข้างหนึ่งทิ้งไว้แป๊บนึง มันจะเป็นการสลับโหมดระหว่างการเปิด ANC, ปิด ANC และเข้าสู่โหมด Awareness

ถ้าอยากจะปรับตั้งค่าการใช้งานเพิ่มเติม ก็ต้องทำผ่านแอป Huawei AI Life ครับ จะสามารถเปลี่ยนโหมดของหูฟัง (เปิด ANC, ปิด ANC และ Awareness) กับเปลี่ยนการตั้งค่า Shortcut ได้ ว่าการแตะที่หูฟังสองที ข้างซ้ายหรือข้างขวา จะให้ทำอะไร ซึ่งเลือกได้ระหว่าง เล่น/หยุด, เพลงถัดไป, เพลงก่อนหน้า, เรียก Voice assistant และ ไม่ทำอะไรเลย การแตะแต่ละข้าง สามารถสั่งงานกันคนละแบบได้ ส่วนการแตะค้างก็สามารถเลือกได้ ว่าจะให้สลับโหมดอะไรบ้าง

Huawei บอกว่า FreeBuds 4i เนี่ย ได้ทำการจูนเสียงให้เหมาะกับเพลงป๊อบโดยเฉพาะด้วย ดูท่าจะเล็งกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายคือกลุ่มคนวัยซัก 13-30 ปีอะไรแบบนี้ละมั้ง ที่น่าจะชอบเพลงแนวๆ นี้ แต่เผอิญว่ามันไม่ใช่แนวที่ผมฟังเป็นหลักนี่สิ (ผมมันแนวลูกทุ่ง 555) แต่จากที่ได้ลองใช้งาน ก็ต้องบอกว่าหูฟังสามารถให้เสียงย่านต่างๆ ได้ค่อนข้างโอเคเลยนะ เสียงสูง เสียงกลาง เสียงต่ำ มาครบ ผมลองฟังด้วยคลิปด้านล่างนี่ด้วยครับ

ตัวหูฟังมีน้ำหนักค่อนข้างเบามาก แค่ 11 กรัมเท่านั้น ใส่แล้วไม่รู้สึกหนักอะไรเลย และค่อนข้างกระชับหูดีมาก คือ ไม่หลุดออกจากหูง่ายๆ เลยครับ แต่มีข้อติตรงที่ออกแบบหูฟังมาให้มันวาวเกินไป คนที่มือมันๆ แบบผมเนี่ย หยิบไม่ค่อยขึ้นซักเท่าไหร่ แถมแรงแม่เหล็กที่กล่องใส่หูฟังใช้ยึดกับตัวหูฟังอะ ค่อนข้างแรงมาก ซึ่งจริงๆ มันคือข้อดีนะ เพราะว่าเรามั่นใจได้เลย ผมนี่มีปัญหาจริงๆ โดยเฉพาะตอนที่มีคนโทรเข้ามา แล้วอยากหยิบมันออกมาเสียบหูเพื่อสนทนา มือมันๆ หยิบไม่ขึ้นอะ

หูฟัง Huawei FreeBuds 4i ที่อยู่ด้านในกล่องเก็บ

ในแง่ของคุณภาพเสียงในการใช้งานจริง ผมได้ลองเอามาฟังเพลงต่างๆ นาๆ แบบในห้องปกติ ซึ่งก็บอกได้เลยว่าค่อนข้างประทับใจ และโดยส่วนตัว ผมว่าต่อให้เอาไปฟังเพลงแนวอื่น มันก็ออกมาโอเคเช่นกันนะ ก็น่าประทับใจดี ลองเอามาใส่แล้วขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้วฟังเพลงไปด้วย ก็รู้สึกว่ามันมีประเด็นเรื่องลมตีเข้าใบหูนิดหน่อยในบางที อันนี้เป็นเพราะตำแหน่งในการใส่หูฟังครับ มันต้องตั้งใจจัดตำแหน่งกันหน่อย ถึงจะกันเรื่องเสียงลมตีใบหูได้

แต่ที่ผมชอบมากกว่า ดูจะเป็นฟีเจอร์ในการตัดเสียงรบกวนภายนอก ที่ทำออกมาได้ดีมาก เสียงหึ่งๆ อะไรพวกเนี้ย ตัดเหี้ยนเลยครับ ตัดเสียงรบกวนที่ดังอยู่ในช่วงย่านความถี่ประมาณนึง มีความดังประมาณนึงออกไปได้ค่อนข้างดี นี่ถ้าไม่ใช่ยุคโควิด-19 มีโอกาสได้นั่งเครื่องบินไปเที่ยวหรือไปทำงานที่ต่างประเทศบ้าง นี่น่าจะเป็นหูฟังที่พกไปใช้บนเครื่องบินได้ดีเลยแหละ และฟีเจอร์ Awareness mode ที่รับเสียงภายนอกเข้ามาผ่านไมโครโฟน เพื่อที่เราจะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวได้โดยไม่ต้องเอาหูฟังออก ทำได้ดีมาก เสียงฟังชัด เหมือนกับคุยโดยไม่ผ่านหูฟังเลยทีเดียวล่ะ แต่ในขณะเดียวกัน ถ้ายังจะฟังเพลงต่อ มันก็ยังให้คุณภาพเสียงเพลงที่ยังดีอยู่ เอามาใช้ตอนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า หรือ เดินฟังเพลงริมถนนได้สบายๆ เพราะยังได้ยินเสียงรอบตัวอยู่บ้าง

ภาพของผู้ชายผมสั้น ใส่แว่นและหน้ากากผ้า สะพายเป้ ใส่เสื้อสีน้ำเงิน

โหมด Awareness นี่ได้ประโยชน์สุดๆ กับผม เพราะผมขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า อยากฟังเพลงในระหว่างขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า แต่ก็อยากจะได้ยินเสียงภายนอกด้วย เพราะถ้าตัดเสียงจนเงียบกริบไปมันก็แอบอันตรายอยู่ไม่น้อย และในบางทีผมก็ใส่ตอนขับรถนะ เพราะระบบเครื่องเสียงรถมันไม่รองรับบลูทูธอะ เวลาขับทางไกลๆ อยากฟังเพลงจากสมาร์ทโฟน ก็ใช้วิธีเสียบหูฟังนี่แหละ (ปล่อยให้ภรรยาที่นั่งมาด้วยหลับไป) การมีโหมด Awareness ทำให้ยังฟังเพลงได้เพลินๆ ในขณะที่ไม่พลาดการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอก

ผู้ชายผมสั้น ใส่แว่น สวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียว กำลังขับรถยนต์อยู่ ในหูข้างซ้าย สวมหูฟัง Huawei FreeBuds 4i

สำหรับไมโครโฟนของหูฟัง ถือว่าดีครับ คุยสนทนาโทรศัพท์ชัดเจนดี และกันเสียงลมได้ค่อนข้างดี ผมเคยลองโทรคุยกับเพื่อ แล้วแอบเอาหูฟังไปจ่อใกล้ๆ กับพัดลมไอน้ำ (ที่ปกติจะลมแรง เสียงดัง) ฝ่ายตรงข้ามก็ไม่รู้สึกได้ยินเสียงลมเลย ถือว่าใช้ได้ครับ

สิ่งที่ผมว่ามันยังขาดหายไป ที่ผมอยากให้มันมีมากๆ คือ การปรับลดระดับเสียงให้สามารถทำได้จากตัวหูฟังเลย ผมอยากแนะนำ Huawei ว่า Gesture ง่ายๆ แบบ แตะทีเดียว ข้างซ้ายเป็นการเพิ่มเสียง แตะทีเดียวข้างขวาเป็นการลดเสียง ก็น่าจะโอเคแล้ว อยากให้ใส่เข้าไปจริงๆ เพราะตอนนี้เวลาที่ฟังอะไรแล้วรู้สึกว่าอยู่ๆ เสียงดังไป อยากลดเสียง มันต้องเสียเวลาหยิบสมาร์ทโฟนออกมากดลดระดับเสียง ยังดีนะว่ามีสมาร์ทวอทช์มาช่วยอำนวยความสะดวกแทนได้ … แต่อะไรแบบนี้ ผมว่ามันควรทำได้จากตัวสมาร์ทโฟนเลยครับ และผมก็เชื่อว่า มันไม่ต้องออกฮาร์ดแวร์มาใหม่ด้วย แต่อัปเดตกันได้ผ่านซอฟต์แวร์

ผู้ชายผมสั้นใส่แว่น สวมเสื้อยืนคอกลมสีเขียว กำลังทำ Video call ผ่านสมาร์ทโฟน และหูฟัง Huawei FreeBuds 4i

สำหรับแบตเตอรี่อึดอย่างที่โฆษณาไหม ผมต้องบอกว่าผมไม่ได้ทดลองฟังแบบไม่เปิด ANC นะ ผมเน้นเปิด ANC เป็นส่วนใหญ่ แบตเตอรี่อยู่ได้ต่อเนื่องราวๆ 6 ชั่วโมงครับ แต่ว่าการที่เราเก็บหูฟังเข้ากล่องทุกครั้งที่ใช้งานเสร็จ มันช่วยให้แบตเตอรี่ของหูฟังเต็ม 100% เกือบตลอดเวลา เลยไม่ต้องห่วงว่าแบตจะหมดง่ายๆ ยกเว้น คุณหยิบมาเปิดฟังยาวระดับ 6 ชั่วโมงจริงจัง ซึ่งถ้าไม่ใช่ตอนอยู่บนเครื่องบินนี่ ผมก็นึกไม่ค่อยออกว่าจะมีจังหวะเวลาไหนของชีวิต ที่ผมจะว่างนั่งฟังอะไรจากหูฟังต่อเนื่องยาวนานขนาดนั้นนะ ตัวแอป Huawei AI Life มีการบอกระดับแบตเตอรี่ของหูฟังแบบแยกข้าง แถมบอกด้วยว่าแบตเตอรี่ในกล่องเก็บหูฟังเท่าไหร่ ทำให้ไม่เผลอลืมชาร์จแบตเตอรี่กล่องเก็บหูฟังด้วย และหากจำเป็นต้องใช้งานจริงๆ คุณสมบัติการชาร์จเร็ว 10 นาที มันก็เพียงพอสำหรับเอามาใช้งานต่อเนื่องอีกพักใหญ่ๆ แล้ว (แบบไม่เปิด ANC นะ)

และด้วยความไม่ตั้งใจ ผมก็ได้ทดสอบประสิทธิภาพการกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP54 ของ Huawei FreeBuds 4i นี่เมื่อไม่กี่วันมานี้ เพราะเผอิญว่าลืมเอาหูฟังออกจากกระเป๋ากางเกงครับ (มันเบาเกินไป เลยไม่ทันสังเกตว่ายังมีอะไรเหลืออยู่ในกระเป๋าไหม) ผลก็คือ โดนเอาเข้าไปปั่นในเครื่องซักผ้าซะสะอาดเลยจ้า ตอนหยิบออกมานี่คือทำใจแล้ว พังแน่นอน แต่ที่เกิดขึ้นจริงๆ คือ ตัวหูฟังนี่ยังใช้งานได้ปกติ ฟังเพลงยังเสียงดี สนทนาโทรศัพท์ก็ยังสบาย อันนี้ไม่แปลกใจ เพราะตัวหูฟังมันกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP54 อยู่แล้ว ที่ผมห่วงน่ะ คือตัวกล่องใส่หูฟังมากกว่า เพราะมันมีพอร์ต USB-C ที่เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ ที่เป็นจุดให้น้ำเข้า มันอาจจะเป็นปัญหาได้ และก็เป็นไปตามคาด พอหยิบออกมาจากเครื่องซักผ้าแล้วก็รู้สึกได้เลยว่า ระบบชาร์จแบตเตอรี่ไม่ทำงานแล้วจ้า เสียบสายชาร์จแล้วก็ไฟไม่เข้า (ไฟ LED ที่ปกติจะติดตอนชาร์จแบตเตอรี่มันไม่ขึ้น) ตอนแรกนึกว่าจะไม่รอดแล้ว แต่ผมก็ตั้งข้อสังเกตว่าผมยังสามารถเชื่อมต่อกับกล่องชาร์จได้อยู่ แอป Huawei AI Life มันก็ยังบอกระดับแบตเตอรี่ของกล่องอยู่ (ซึ่งเหลือราวๆ 1%) ก็เลยเอามาเป่าลมร้อนซัก 5 นาที แล้วปล่อยไว้เฉยๆ อีกราวๆ 4-5 ชั่วโมง และลองวัดดวงชาร์จแบตเตอรี่ใหม่อีกที ผลคือ กลับมาชาร์จแบตเตอรี่และใช้งานได้ตามปกติครับ … รอดเว้ย อึดกว่าที่คิด

ย้ำอีกทีนะ…

การทดสอบเรื่องการกันน้ำกันฝุ่น IP54 ที่ผมเขียนถึงนี้ ไม่ได้ทดสอบโดยตั้งใจนะครับ ในความเป็นจริงคุณอาจจะไม่ดวงดีเท่าผมก็ได้ ดังนั้น หากเลี่ยงได้ อย่าเผลอลืมไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋ากางเกง แล้วจับเข้าเครื่องซักผ้าล่ะ

บทสรุปการรีวิว Huawei FreeBud 4i

เป็นหูฟังที่ผมบอกได้เลยว่า ซื้อไปไม่ผิดหวัง คุณภาพเสียงดี แบตเตอรี่ค่อนข้างอึดถูกใจทีเดียว อาจจะมีขัดใจบ้างในสองจุด คือ หูฟังมันออกแบบมามันวาว เวลามือมันๆ พยายามจะหยิบออกจากกล่อง มันทำได้ไม่ง่ายเท่าไหร่ และไม่สามารถปรับระดับเสียงจากตัวหูฟังได้ ต้องหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากด หรือไม่ก็ต้องพึ่งพาสมาร์ทวอทช์ แต่นั่นไม่ได้เป็นข้อจำกัดที่จะทำให้ผมไม่เลือกซื้อหูฟังตัวนี้แน่ๆ อะ

ที่แอบทึ่งคือความอึดอย่างน่าประหลาด จากความบังเอิญที่ผมเผลอลืมเอาหูฟังและกล่องใส่ออกจากกระเป๋ากางเกง จนมันไปถูกปั่นๆ ในเครื่องซักผ้านี่แหละ คิดว่าไม่รอดแล้ว แต่ก็รอดมาได้

ราคาเปิดตัวออกมาแล้ว 2,799 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มมากนะ เมื่อเทียบกับฟีเจอร์และคุณภาพ อยากสอยมาใช้ กดลิงก์ด้านล่างได้

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.