Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>เอาจริงๆ นะ … อะไรๆ รอบตัวเรา บางทีก็ไม่จำเป็นต้องสมาร์ทไปซะหมดก็ได้นะ
ภาพกราฟิกรูปบ้านที่เป็น Smart Home มีมือกำลังถือแท็บเล็ต สั่งงานควบคุม
บ่นเรื่อยเปื่อย

เอาจริงๆ นะ … อะไรๆ รอบตัวเรา บางทีก็ไม่จำเป็นต้องสมาร์ทไปซะหมดก็ได้นะ

จั่วหัวบล็อกแบบนี้แล้วอาจจะรู้สึกว่าผมมาแปลก ในฐานะที่เป็นบล็อกเกอร์ที่เน้นเขียนเรื่องสายเทคโนโลยีซะส่วนใหญ่ ทำไมมาบอกว่าบางทีของรอบตัวเราไม่จำเป็นต้องสมาร์ทไปซะหมดก็ได้ซะงั้น ทั้งๆ ที่สมัยนี้เอะอะอะไรก็ต้องสมาร์ทไว้ก่อน สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ สมาร์ทโฮม ฯลฯ คือมันเป็นแบบนี้ฮะ…

ใดใดรอบตัวเรานี้ … สมาร์ทจัง

ในยุค IoT หรือ Internet of Things นี้ อะไรต่อมิอะไรก็ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน WiFi ได้ สั่งงานผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือสั่งงานด้วยเสียงผ่านผู้ช่วยดิจิทัลอย่าง Siri (ของ Apple) Google Assistant (ของ Google) หรือ Alexa (ของ Amazon) ได้ เมื่อทุกอย่างมันสมาร์ท ชีวิตมันก็สะดวกสบายขึ้น

ภาพแสดงตัวอย่างการใช้งานหลอดไฟอัจฉริยะ Philips Hue เป็นห้องนั่งเล่นที่มีชุดเก้าอี้ และโทรทัศน์ติดผนัง ไฟในห้องมีโทนสีม่วง มีผู้หญิงชาวต่างชาติกำลังใช้สมาร์ทโฟนในการสั่งงานอยู่

เอาจริงๆ หลายๆ อย่างผมก็ชอบนะ เช่น ผมใช้หลอดไฟบนห้องนอนเป็นของ Philips Hue สามารถเปลี่ยนสีของไฟได้ หรี่หรือเร่งความสว่างได้ ตั้งเวลาเปิดปิดไฟ สั่งงานด้วยเสียงได้ สะดวกมาก เวลาจะนอน ไม่ต้องวุ่นวายลุกจากเตียงเดินไปปิดสวิตช์ไฟที่อยู่โคตรไกลเตียง แถมถ้ากลัวเผลอหลับไปโดยไม่ได้ปิดไฟ ผมนี่ก็ตั้งเวลาเอาไว้เลยว่าตีสองแล้ว ให้ดับไฟ แต่ไม่ใช่อยู่ๆ ดับไฟพรึ่บเลยนะ ให้ค่อยๆ หรี่ไฟลง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพื่อให้เราได้มีเวลาตัดสินใจว่า ยังไม่ปิดไฟนะ เพราะยังไม่ได้กะว่าจะนอนด้วย

ภาพของ Ambi Climate 2 รีโมตคอนโทรลอัจฉริยะ สำหรับควบคุมเครื่องปรับอากาศด้วย AI  ถ่ายคู่กับเครื่องปรับอากาศชนิดติดผนัง

ผมมีสมาร์ทปลั๊ก เสียบไว้กับแท่นชาร์จสมาร์ทโฟน เพื่อจะได้สั่งเปิดปิดการชาร์จได้ สามารถตั้งเวลาให้หยุดการชาร์จแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟนได้ เสียบกับพัดลม ก็สามารถสั่งเปิดปิดพัดลมได้ (แต่เสียดายว่าสั่งเปลี่ยนระดับความแรงของพัดลมไม่ได้) ส่วนเครื่องปรับอากาศ ผมก็มี Ambi Climate 2 ที่ใช้ AI ในการเรียนรู้พฤติกรรมของผม ว่าผมชอบอากาศแบบไหน อย่างไร เพื่อปรับอุณหภูมิให้โดยอัตโนมัติ ทำให้อากาศในห้องไม่ร้อนเกินไป หรือไม่หนาวเกินควร

เดี๋ยวนี้อุปกรณ์ทำสมาร์ทโฮมมีเยอะมาก แล้วหลายๆ แบรนด์ก็ออกแบบมาให้ติดตั้งง่ายมาก จนใครต่อใครก็สามารถสร้างสมาร์ทโฮมเองได้ไม่ยาก ขอแค่ใช้เงินแก้ปัญหาเท่านั้นแหละ พวกบ้านเศรษฐีทั้งหลายเนี่ย ถ้าเป็นคนชอบความไฮเทค บอกเลยว่า ล้ำโคตรครับ

แต่ล้ำไม่ได้หมายความว่าสมาร์ท ที่สมาร์ทเพราะมันสะดวกต่างหาก

แต่สำหรับผม นิยามคำว่าสมาร์ทโฮม ไม่ใช่ล้ำ ไม่ใช่ไฮเทคนะ ผมว่ามันคือความสะดวกมากกว่า คือ ถ้าจะมีอะไรมาทำให้การใช้ชีวิตในบ้านเราสะดวกขึ้น นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่าสมาร์ทโฮมที่แท้ทรู ถ้าเราจะเดินขึ้นบันได แต่เราต้องตะโกนสั่ง Google Assistant หรือ หยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดไฟตรงบันได ผมว่าไม่สมาร์ทเท่าไหร่ แต่ถ้าเราทำการติดตั้งไฟดวงเล็กๆ หลายๆ ดวง พร้อมเซ็นเซอร์ตรงจับการเคลื่อนไหว ที่จะเปิดไฟเมื่อเราเดินผ่าน แบบนี้ผมว่าสมาร์ทดี เพราะเราไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากเดินผ่าน ไฟก็ติดแล้ว สบายจะตาย

นอกจากนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่บ้านที่จะคุ้นชินกับสมาร์ทโฮม ภรรยาของผมก็ยังรู้สึกว่าการเดินไปเปิดสวิตช์ไฟมันรวดเร็วกว่าการไปหยิบสมาร์ทโฟนมาเปิดหาแอปที่ใช้ควบคุมระบบไฟในห้องเพื่อเปิดไฟ เพราะ Google Assistant ยังฟังเสียงภรรยาของผมไม่ค่อยได้ 100% บางทีต้องตะโกนเถียงกับมันตั้งนาน เดินไปเปิดสวิตช์แป๊บเดียวก็จบแล้ว ยิ่งคุณแม่ของผม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงละเนอะ

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความท้าทายของสมาร์ทโฮม

ปัญหาใหญ่สุดที่ทุกคนอาจมองข้าม เพราะคิดว่าอาจจะไม่เกิดขึ้นกับตนเองก็คือเรื่องของความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพราะเมื่ออะไรต่อมิอะไรก็สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ตามยุคสมัย Internet of Things ก็หมายความว่าในทางกลับกัน ผู้ไม่หวังดีก็สามารถเข้าถึงอุปกรณ์สมาร์ทโฮมทั้งหลายแหล่ในบ้านเราจากอินเทอร์เน็ตได้เช่นกัน

อุปกรณ์จำพวกสมาร์ทโฮม อาจจะเหมือนเป็นฮาร์ดแวร์ แต่ภายในตัวมันเนี่ย จะมีซอฟต์แวร์อยู่ด้วย ที่เขาเรียกว่าเฟิร์มแวร์อะ ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ว่าซอฟต์แวร์ที่ถูกเขียนขึ้นมา อาจมีบั๊ก และบั๊กพวกเนี้ย ก็อาจจะกลายเป็นช่องทางที่ทำให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาโจมตีเราได้ อุปกรณ์จำพวก IoT หลายๆ อย่าง แม้จะโดนโจมตีก็อาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อเรามาก เช่น พวกหลอดไฟ หรือ สมาร์ทปลั๊ก แต่อีกหลายๆ อย่างเนี่ย อาจนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ตามมานะ เช่น

😱 กล้องวงจรปิดจำพวก IP Camera ที่สามารถเรียกดูภาพผ่านอินเทอร์เน็ตได้ ถ้าโดนแฮกไปได้ ก็หมายความว่าแฮกเกอร์จะสามารถเข้าดูพวกวิดีโอต่างๆ ที่กล้องวงจรปิดถ่ายเอาไว้ได้นะสิ
😱 สมาร์ททีวี บางยี่ห้อมีเว็บแคมในตัว ถ้าโดนแฮกได้ ก็ไม่ต่างอะไรกับกล้องวงจรปิด เผลอๆ หนักกว่าด้วย เพราะหลายคนก็เอาทีวีไว้ห้องนอน และทีวีก็มักจะหันหน้าเข้าหาเตียงนอน นอกจากนี้ สมาร์ททีวีส่วนใหญ่ก็จะติดตั้งแอปพลิเคชันได้ หากโดนแฮกไปได้ แล้วแฮกเกอร์สามารถบันทึกการพิมพ์ต่างๆ ของเราได้ มันก็อาจจะได้พวกรหัสผ่านบางอย่างของเราไปด้วยไหม
แล้วอุปกรณ์จำพวก IoT เนี่ย บางคนก็เน้นของราคาไม่แพง ซึ่งผู้ผลิตก็จะไม่ได้มีศักยภาพมากในการหมั่นตรวจสอบปัญหา และอัปเดตเฟิร์มแวร์เพื่ออุดช่องโหว่ด้วย ก็กลายเป็นความเสี่ยงอีก ความเสี่ยงบางอย่าง อาจป้องกันได้ด้วยระบบเน็ตเวิร์กที่เข้มแข็ง แต่คุณคิดว่าตัวคุณเก่งด้านเน็ตเวิร์กพอไหมล่ะ?

สำหรับผม ตอนนี้ที่บ้านก็เลยยังไม่ใช่สมาร์ทโฮม แค่เกือบจะเป็นสมาร์ทรูมเท่านั้นแหละ

ฉะนั้น สำหรับตัวผมเอง ตอนนี้ที่บ้านก็ยังเป็นบ้านเฉยๆ นั่นแหละครับ ไม่ต้องสั่งงานด้วยเสียง ไม่ต้องใช้แอปควบคุมใดๆ ปุ่มกด รีโมตคอนโทรลคุม แบบดั้งเดิมนี่แหละ ใช้ได้ทั้งบ้าน แขกไปใครมาก็ใช้ได้หมด จะมีก็แค่ห้องนอนของผมเอง ที่เป็นมุมส่วนตัวจริงๆ ที่มีการเอาพวกสมาร์ทปลั๊ก หลอดไฟอัจฉริยะ อะไรพวกนี้เข้ามาอำนวยความสะดวกบ้าง แต่ก็พิจารณาจากความสะดวกในการใช้งานจริงๆ นะ

พวกหลอดไฟส่วนใหญ่ในห้องนอน ก็ยังเป็นแบบดั้งเดิมอยู่ เพียงแต่เลือกซื้อแบบที่ไร้สาย ชาร์จแบตเตอรี่ผ่านพอร์ต USB ติดตั้งไว้ในจุดที่หยิบฉวยใช้งานสะดวก ห้องน้ำก็เอาหัวแปลงมาเปลี่ยนเป็นระบบอินฟราเรด จะได้ไม่ต้องเปิดปิดด้วยตัวเอง ทั้งสะดวก ทั้งประหยัดน้ำขึ้น สบู่ล้างมือก็ใช้เครื่องจ่ายสบู่โฟมอัตโนมัติ อะไรพวกนี้ ไม่ต้องเป็น IoT ไม่ต้องสมาร์ทมาก แต่เราเลือกใช้แบบสมาร์ทๆ เพื่อให้ชีวิตเราสะดวกขึ้นตะหาก


ภาพ Smart Home โดย Technology vector created by vectorpouch – www.freepik.com

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.