Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>รีวิว Jitta Wealth Global ETF ลงเงินไปแล้ว 5 เดือน เป็นยังไงบ้าง?
กราฟิกประชาสัมพันธ์ Jitta Wealth Global ETF เขียนว่า ไม่ต้องลงทุนเก่งก็สร้างผลตอบแทนคาดหวังได้ 4 ถึง 8%
บ่นเรื่อยเปื่อย

รีวิว Jitta Wealth Global ETF ลงเงินไปแล้ว 5 เดือน เป็นยังไงบ้าง?

สงสัยเพราะวัยเข้าหลักสี่แล้ว ช่วงนี้เลยใส่ใจเรื่องการบริหารจัดการเงินเป็นพิเศษ และในฐานะของคนที่ไม่ถนัดเรื่องการไปเก็งกำไรหุ้น (เคยลองแล้ว ตอนนี้ติดดอยอยู่ ลงมาไม่ได้) เลยเน้นไปที่การหากองทุนดีๆ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการฝากธนาคาร และมีความเสี่ยงไม่มาก อยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ ก่อนหน้านี้ผมลอง DCA กับ Odini ไปแล้ว (เดี๋ยวไว้มาเล่าให้ฟังว่าผ่านไปหนึ่งปีเศษแล้วเป็นยังไงบ้าง) คราวนี้จะมาลองเล่าของ Jitta Wealth Global ETF บ้างครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

โดยส่วนตัว ผมรู้จักกับเผ่า ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Jitta ครับ แต่การลงทุนกับ Jitta Wealth Global ETF นี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับเผ่าเลย ผมลงของผมเอง และไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ กับ Jitta ทั้งสิ้น และในบล็อกตอนนี้ ผมจะมาเปิดให้ดูกันแบบไม่ปิดบังกันเลย ว่าผ่านไปเกือบ 5 เดือนแล้ว ตกลงมันงอกเงย หรือ หดหายกันแน่ แล้วต้องระวังอะไร มีข้อติชม Jitta Wealth Global ETF ยังไง ว่ากันไปตรงๆ

การเปิดพอร์ตลงทุนกับ Jitta Wealth ก็จะคล้ายๆ กับการเปิดพอร์ตลงทุนที่อื่นนั่นแหละ แต่สมัยใหม่นี่เขาไม่ต้องไปพิมพ์เอกสารออกมาเซ็นให้วุ่นวายอะไรแล้ว ทุกอย่างสามารถทำมาผ่านแอปได้หมด ซึ่งสำหรับ Jitta Wealth เราก็ต้องไปดาวน์โหลดแอปมาก่อน (iOS/Android)

ซึ่งขั้นตอนในการเปิดพอร์ต ก็ตามอินโฟกราฟิกด้านบนเลยครับ คือ พอดาวน์โหลดเสร็จแล้ว ก็มาสร้างบัญชีผู้ใช้งาน เลือกรูปแบบการลงทุนที่สนใจ กรอกข้อมูลเปิดบัญชี ยืนยันตนโดยถ่ายรูปคู่กับบัตรประชาชน จากนั้นก็โอนเงินเข้าบัญชีกองทุนส่วนบุคคลของเรา และสุดท้าย เมื่อทุกอย่างมันเรียบร้อย เราก็แค่ล็อกอินเข้ามาในแอป Jitta Wealth เพื่อดูพอร์ตของเรา จะฝากเงินลงทุนเพิ่มหรือจะถอนเงินจากการลงทุนก็ได้

ดูง่ายๆ เลยใช่ไหมครับ แทบไม่ต้องไปธนาคารเลย แต่ในความเป็นจริงที่ผมเจอ มันมีอุปสรรคบางส่วนดังนี้

• ระบบยังไม่รองรับการตัดบัญชีจากธนาคารโดยตรง (ซึ่ง Odini สามารถทำได้) แต่เราต้องทำการโอนเข้าบัญชีตามข้อมูลที่ระบุในแอป จากนั้นค่อยอัปโหลดรูปผ่านแอปเข้าไป แล้วแจ้งฝากเงินลงทุน ซึ่งทำให้ไม่สะดวกเท่าไหร่ โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการทำ DCA (Dollar-Cost Average) โดยอัตโนมัติ (ซึ่งผมทำอยู่ใน Odini) คือ ถ้าผมจะลงทุนเพิ่มเดือนละ 10,000 บาท ผมจะต้องฝากเงินทุกรอบ แจ้งฝากเงินลงทุนทุกรอบเลย มันเดือนละครั้งก็จริง แต่มันก็วุ่นวายอยู่ดี และมันน่าจะมีวิธีที่อำนวยความสะดวกได้มากกว่านี้ ในยุคที่ FinTech เฟื่องฟู
• Jitta Wealth ไปลงทุนในต่างประเทศ ไม่ใช่ประเทศไทย ดังนั้น มันจะมีช่วงที่เงินของเราจะถูกแปลงไปเป็น US dollar แล้วเอาไปเตรียมซื้อหน่วยลงทุนในต่างประเทศอีกที มันทำให้ยากในเรื่องการลงทุนแบบเน้นเรื่องจังหวะที่จะเข้า และเราก็ต้องคิดไว้ด้วยว่ามันมีเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องคำนึงถึงด้วย (ยกเว้นตอนนี้ ที่บาทแข็ง ดอลล่าห์อ่อน)

ลงทุนขั้นต่ำ 100,000 บาท จากนั้นลงเพิ่มขั้นต่ำ 10,000 บาท

ตอนที่ Jitta Wealth เขาออก Jitta Ranking มาใหม่ๆ ผมก็อยากลองนะ คือ ชอบแนวคิดการวิเคราะห์เลือกหุ้นด้วย AI แล้วมีปรับพอร์ตให้อัตโนมัติ มันน่าสนใจดี แต่ผมต้องถอยเพราะตอนเปิดตัวใหม่ๆ เขาต้องการลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาทเลยฮะ เพราะเขาบอกว่าจะมีได้มีจำนวนเงินมากพอที่จะไปเลือกซื้อหุ้นได้เป็นชิ้นเป็นอันพอ (อันนี้เข้าใจนะ เพราะหุ้นต่างประเทศตัวนึงมันไม่ใช่แค่หลักสิบหลักร้อยบาท) ซึ่งปัจจุบัน เขาปรับขั้นต่ำลงมาที่ 500,000 บาทแทนแล้ว

ส่วน Global ETF เนี่ย ขั้นต่ำเหลือ 100,000 บาท จากนั้นลงเพิ่มขั้นต่ำ 10,000 บาท ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ลองได้ แต่จากประสบการณ์ที่ผมสอบถามคนใกล้ชิด ที่ลงทุนใน Jitta Ranking มา มีแต่คนติดลบอะ ตอนแรกผมนี่ก็ลังเลเหมือนกันนะว่าจะมาลงกับ Global ETF ดีไหม แต่สุดท้ายก็คิดว่า ถ้ามันมีแต่ติดลบกันหมด ป่านนี้คนก็เลิกใช้ไปแล้ว บริษัทไม่น่าอยู่รอด อีกอย่าง Jitta Ranking มันลงทุนในตลาดหุ้นไทยฮะ AI ไม่น่าจะชนะเจ้า 555 อันนี้เข้าใจได้ (แต่ตอนนี้ Jitta Ranking มี US Tech ให้เลือกแล้ว แต่ต้องลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท … ข้าม!!)

ฉะนั้น ลองดูลงทุนกับ Global ETF ซัก 10 เดือน – 1 ปี ก่อนก็ได้ ถ้าไม่ดีก็ไม่ได้เจ็บมาก แต่ต้องจำไว้นิดนึงว่า Jitta นี่เขาชอบทำตามแนวคิด Value Investor (VI) ของป๋าวอร์เรน บัฟเฟตต์ ฉะนั้นเขาจะเน้นให้ดูที่ผลตอบแทนระยะยาวมากกว่า

อินโฟกราฟิกอธิบายแผนการลงทุนแบบสมดุลของ Jitta Wealth Global ETF ที่บอกว่าลงทุนในหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกา 35%, หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 10% หุ้นตลาดเกิดใหม่ 5% และ หุ้นกู้บริษัทเอกชนชั้นดีในสหรัฐอเมริกา 50%
ภาพ: https://jittawealth.com/global-etf

Global ETF มีให้เลือก 3 แผนการลงทุน ตัวเลือกแบบน้อย แต่สำหรับมือใหม่ ผมว่ามันทำให้เห็นความแตกต่างชัดเจน และตัดสินใจได้ไม่ยาก (ดีกว่าที่จะเจอแบบ เสี่ยงต่ำ เสียงปานกลางค่อนข้างต่ำ เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง เสี่ยงสูง อะไรแบบนี้ แอบรักพี่เสียดายน้องเลย) โดยแต่ละแบบก็จะเป็นประมาณนี้

• พอเพียง จะเหมาะกับคนชอบเสี่ยงต่ำๆ คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ต่อปี จะแบ่งการลงทุนเป็น พันธบัตรหรือหุ้นกู้เอกชนชั้นดี 80% และเป็นหุ้น 20%
• สมดุล จะเหมือนสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 6% ต่อปี แบ่งการลงทุนเป็น หุ้นกู้เอกชนชั้นดี และ หุ้น อย่างละ 50% (ผมตั้งข้อสังเกตว่าในอินโฟกราฟิกเขาจะเขียนว่าพันธบัตร 50% แต่ในรายละเอียดเขาเขียนว่า หุ้นกู้เอกชนชั้นดี)
• เติบโต อันนี้จะสำหรับคนยอมรับความเสี่ยงสูงได้ คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 8% ต่อไป จะลงทุนในหุ้นกู้เอกชนชั้นดีแค่ 20% แต่จะไปลงทุนในหุ้น 80% โดยส่วนใหญ่เป็นหุ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็จะเป็นหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว และหุ้นตลาดเกิดใหม่ ตามลำดับ

อ่านรายละเอียดว่าแผนการลงทุนแต่ละแบบของ Global ETF ว่าเป็นยังไงบ้าง ที่เว็บ Jitta Wealth นะ ส่วนตัวผม ผมเลือกแบบ สมดุล ครับ เพราะผลตอบแทนซัก 6% ก็ถือว่าโอเคแล้ว สูงกว่าฝากเงินเยอะ ความเสี่ยงก็ไม่เวอร์วังมาก (แต่เสี่ยงกว่าของ Odini ที่ผมเลือกไปนิดนึง)

ผ่านไป 5 เดือนแล้ว ผลออกมาเป็นยังไงบ้าง?

ผมลงทุนไปตามขั้นต่ำที่เขาให้ลงทุน แต่ไม่ได้มีการทำ DCA ใดๆ เพิ่มเข้าไป (เอาเงินไปลง Odini เดือนละ 5,000 อยู่ไง) เริ่มลงทุนประมาณปลายเดือนสิงหาคม แต่กว่าจะได้เริ่มซื้อก็ 8 กันยายน 2563 ครับ มาถึงวันนี้ที่เขียนบล็อก ก็ประมาณ 5 เดือนพอดี ผลที่ได้ก็คือ +3.99% ครับ ถ้ามันยังเติบโตด้วยแนวโน้มนี้ไปเรื่อยๆ ก็อาจจะไปได้ถึง 6% ละมั้ง

หน้าจอแอป Jitta Wealth แสดงข้อมูลภาพรวมของพอร์ตตลอดระยะเวลาที่ลงทุนมา

แต่ก็ต้องบอกว่าหุ้นกู้ชั้นดีบริษัทเอกชน มันก็ยังเสี่ยงมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลอยู่หน่อยละครับ และยิ่งลงทุนในหุ้น 50% ก็จะเห้นได้เลยว่า Global ETF ในแผนการลงทุนแบบนี้ มันแอบมีความหวือหวาอยู่ไม่น้อย เพราะช่วงแรกๆ ที่ลงทุนไปนี่ ติดลบก่อนเลย (ผลจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมการแลกเงิน) ติดลบสูงสุด 3-4 พันบาทเลยมั้ง (-3%-4%) แล้วก็ค่อยกลับมาดีขึ้นเรื่อยๆ จนไปตกอีกรอบนิดหน่อยเมื่อไม่นานมานี้ ลงไปเหลือ 1% กว่าๆ ก่อนที่จะเด้งกลับมา 3.99% แบบที่เห็นนี่แหละ

หน้าจอแอป Jitta Wealth แสดงรายละเอียดสินทรัพย์ที่มีการลงทุนเอาไว้ แสดงข้อมูลว่าลงทุนในหุ้นกู้บริษัทเอกชนชั้นดีในสหรัฐอเมริกา 46.55%, หุ้นประเทศสหรัฐอเมริกา 34.95%, หุ้นประเทศพัฒนาแล้ว 11.07%, หุ้นประเทศเกิดใหม่ 6.21% ที่เหลือเป็นเงินสด (ไทยบาท)

ผมสังเกตว่า Jitta Wealth Global ETF จะคล้ายๆ กับ Odini ตรงที่ แม้มันจะกระจายความเสี่ยงของการลงทุน โดยไปลงทุนในกองทุนต่างๆ เยอะแยะ และไม่ได้จำกัดแค่ในเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ Odini เขาก็จะซื้อกองทุนในไทย (ที่ไปลงทุนในประเทศต่างๆ) ส่วน Jitta ก็เหมือนจะไปซื้อกองทุนในสหรัฐอเมริกา (ที่ไปลงทุนในประเทศต่างๆ เช่นกัน)

สำหรับคนที่อยากลงทุนกับ Jittal Wealth Global ETF ตามผม

อ่านนี่ก่อนนะครับ เพราะไม่ใช่มาลงทุนตามกับผมแล้ว จะเห็นผลตอบแทนแบบเดียวกัน ผมอยากให้เข้าใจไว้ก่อนว่า…

แนวคิดของ Jitta คือ Value Investor (VI) เน้นผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่า ฉะนั้น ในระยะสั้นก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการขาดทุนเกิดขึ้น ฉะนั้น ใครหวังผลตอบแทนในระยะสั้นแบบภายใน 1 ปี มองข้ามไปก่อนจะดีกว่านะครับ
จะสังเกตว่าฐานการลงทุนหลักของ Jitta Wealth Global ETF คือสหรัฐอเมริกา ฉะนั้นการลงทุน 70%-90% จะเป็นการลงทุนใน พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น ของสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นแผนการลงทุนใดๆ ก็ตาม สถานการณ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นตัวแปรสำคัญต่อผลตอบแทนเลยนะผมว่า
Jitta Wealth ยังมีอีกผลิตภัณฑ์คือ Thematic ที่เป็นการเลือกลงทุนตามรูปแบบธุรกิจ ซึ่งอาจจะถูกใจหลายๆ คนมากกว่า เพราะว่าบางธุรกิจมันกำลังรุ่งมากๆ แล้วโอกาสเติบโตสูง ดังนั้นจะซื้อจังหวะไหน ก็มีโอกาสที่จะทำผลตอบแทนได้ดี (แค่จ่ายแพงกว่าคนที่ลงทุนไปก่อนเรา) ถ้าใครยังลังเล ก็รอไปก่อน ผมกำลังเปิดพอร์ต Thematic นี่อยู่ แล้วอีก 10 เดือน ถ้าไม่ลืม จะมาเล่าให้อ่านกันว่าเป็นยังไง

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.