Home>>รีวิว>>รีวิว SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB
กล่องใส่ SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB วางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ มีวิวด้านหลังเป็นภูเขาและท้องฟ้า
รีวิว

รีวิว SanDisk Extreme Portable SSD V2 1TB

ยังไม่ทันข้ามปีดี SanDisk เขาก็ปล่อย Extreme Portable SSD รุ่นสองออกมาทั้งในแบบ PRO และธรรมดา ซึ่งผมได้รีวิวตัว SanDisk Extreme PRO Portable SSD V2 2TB ไปแล้ว คราวนี้ก็ถึงเวลาของตัว Extreme Portable SSD V2 1TB แบบไม่โปรบ้างครับ โดยความแตกต่างจากรุ่นแรกก็เช่นเคย คือ ความเร็วเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านั้นเอง โดยรุ่นนี้ จะต้องใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รองรับ USB 3.2 Gen 2 (แบนด์วิธ 10Gbps) ครับ รุ่นนี้จะเป็นรุ่นที่เหมาะกับคนทั่วไปมากกว่า เพราะโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่ในปัจจุบัน มักจะมีพอร์ต USB 3.2 Gen 2 มาให้แล้วอย่างน้อยก็พอร์ตนึง

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

SanDisk Extreme Portable SSD 1TB ตัวนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อจากทาง WD Thailand ให้ยืมมาลองใช้งาน แล้วก็รีวิวให้อ่านกันครับ แต่เช่นเคย เราก็จะรีวิวอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ผู้อ่านได้ใช้เป็นข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจซื้อหาไปใช้

สิ่งที่ให้มาในกล่อง SanDisk Extreme Portable SSD 1TB ก็จะมีตัว Portable SSD ที่มีดีไซน์กะทัดรัด มีน้ำหนักค่อนข้างเบามากๆ มีรูที่ถูกออกแบบเผื่อสำหรับเอาไว้เกี่ยวกับพวกกระเป๋าเป้ พวงกุญแจ ฯลฯ เพื่อความสะดวกในการพกพา วัสดุที่ใช้ประกอบตัว Portable SSD นี่มีลักษณะเหมือนเป็นยางกับพลาสติก ดูจะช่วยซับแรงกระแทกได้ดี

SanDisk Extreme Portable SSD 1TB และสาย USB-C to USB-C กับตัวแปลง USB-C to USB-A ที่ให้มาในกล่อง

สายเชื่อมต่อที่แถมมาให้เป็นสาย USB-C to USB-C พร้อมหัวแปลง USB-C to USB-A ซึ่งผมมองว่าตัวเลือกนี้ค่อนข้างดีกว่าการแถมสายมาให้สองเส้น เพราะสะดวกกับการพกพามากกว่า (แต่ต้องระวังเรื่องหัวแปลง USB-C to USB-A หาย) และในอนาคต USB-C น่าจะกลายเป็นมาตรฐานหลักไป ที่ผมรู้สึกขัดใจก็น่าจะเป็นเรื่องความยาวสายที่ค่อนข้างสั้นไปหน่อย แต่จากที่ได้ลองเอามาเสียบกับโน้ตบุ๊กเวลาพกออกไปทำงานนอกสถานที่แล้วพบว่า การมีสายสั้นๆ แบบนี้แหละ ไม่เกะกะดี

SanDisk Extreme Portable SSD 1TB เสียบกับโน้ตบุ๊กผ่านสาย USB-C

ในแง่ของความเร็ว หน้ากล่องเขียนโม้เรื่องความเร็วในการอ่านและเขียนแบบ Sequential เอาไว้ว่าสูงสุดคือ อ่าน 1,050MB/s และเขียน 1,000MB/s แต่ในทางปฏิบัติ ผมลองทดสอบแล้วพบว่ามันได้ค่อนข้างจะตามสเปกมากทีเดียว เรียกว่าน่าประทับใจ ซึ่งที่มันทำความเร็วขนาดนี้ได้ก็เพราะมันเปลี่ยนมาตรฐานเป็น NVMe นั่นเอง (ของเก่าเป็น SATAIII ที่ถูกจำกัดแบนด์วิธไว้แค่ 6Gbps หรือ 750MB/s เท่านั้น)

ผลการทดสอบ SanDisk Extreme Portable SSD 1TB ด้วยโปรแกรม CrystalDiskMark 8.0.0 x64

แต่แน่นอนว่าถ้าใช้ไปซักพัก อ่านและเขียนไปรัวๆ ตัว Portable SSD ก็มีอาการร้อนขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่น่าห่วง ทิ้งไว้ให้อากาศมันถ่ายเทซักพัก เดี๋ยวมันก็หายร้อนเอง

ตัว Portable SSD นี่อาจจะดูแพงกว่าการซื้อฮาร์ดดิสก์ที่ความจุเท่ากันมาใช้ ตัว SanDisk Extreme Portable SSD 1TB นี่ราคาประมาณ 5,790 บาท ในขณะที่ราคานี้สามารถซื้อ WD My Passport 4TB ได้เกือบสองตัว แต่ในทางปฏิบัติ หากคุณเป็นช่างภาพหรือช่างวิดีโอ ที่ต้องการสำรองข้อมูลภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้จาก SD card มาเก็บแบบปลอดภัย Portable SSD จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งในแง่ของการถ่ายโอนข้อมูลที่เร็วกว่ากันเกือบ 10 เท่า และความอึดถึกมากกว่า เพราะทนต่อแรงกระแทกจากการตกในระยะสูงสองเมตร และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP55 (ฮาร์ดดิสก์แบบจานแม่เหล็ก ตกแค่ระดับเข่าก็เตรียมใจข้อมูลหายได้แล้ว ยิ่งถ้าตกในขณะที่ตัวฮาร์ดดิสก์ทำงานอยู่) และแน่นอน ฮาร์ดดิสก์ทั่วไป ไม่กันน้ำกันฝุ่นครับ ถือว่าเป็นราคาที่แลกมาด้วยความปลอดภัยในตัวข้อมูล

แน่นอน หากใครคิดว่าความเร็วระดับ 1GB/s มันเยอะเกินความจำเป็น ก็สามารถไปเลือกซื้อ SanDisk Extreme Portable SSD V1 ได้ครับ ราคาก็จะถูกกว่าอีกนิดนึง แต่ถ้าถามผมนะ ต่างกันพันนิดๆ กัดฟันจัด V2 ดีกว่า เผื่ออนาคตต้องการใช้งานความเร็วสูงๆ จริงๆ (ยกเว้นมั่นใจมาก ว่าไม่ได้ใช้แน่ๆ การซื้อ V1 ก็ประหยัดไปได้พันเศษ)

ถ้าใครสนใจจะซื้อ ก็คลิกลิงก์ด้านล่างนี่ได้ครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.