Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>ท่องเที่ยววิถีใหม่ ในยุคการระบาดของโรคโควิด-19
ผู้ชายใส่เสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น กำลังยืนหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ มองไปที่วิวภูเขา
บ่นเรื่อยเปื่อยเที่ยวไปทั่วไทย

ท่องเที่ยววิถีใหม่ ในยุคการระบาดของโรคโควิด-19

การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กลายเป็นวิกฤติไปทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อไปแล้วมากกว่า 80 ล้านคนและเสียชีวิตรวมแล้วมากกว่า 1.76 ล้านราย (ในขณะที่เขียนบล็อกตอนนี้อยู่) ในประเทศไทยเอง ตอนที่ผมวางแผนและจองที่พักสำหรับทริปขึ้นเหนือนี้สถานการณ์ในประเทศไทยเหมือนจะดีขึ้น เพราะไม่มีผู้ติดเชื้อมากว่า 240 วันแล้ว แต่แค่เพียงต้นเดือนธันวาคม ก็มีกรณีเคสใหม่พบในกลุ่มผู้ที่ทำงานในโรงแรม 1G1 จ.ท่าขี้เหล็กของเมียนมาร์ และเพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ผมจะเดินทาง ก็พบเจ้าของแพกุ้งใน จ.สมุทรสาครติดเชื้อโรคโควิด-19 และมีการแพร่กระจายเป็นวงกว้างในกลุ่มแรงงานต่างด้าว และลามไปถึงคนไทยในอีกหลายๆ จังหวัด และแม้ว่าจะไม่มีการล็อกดาวน์ประเทศ แต่คนจำนวนมากก็ตัดสินใจงดท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ ที่เริ่มพอจะฟื้นตัวมาได้บ้าง

ถ้าถามคุณหมอว่า ณ ตอนนี้เราควรปฏิบัติตนอย่างไร คำตอบที่ได้ก็คงจะเป็นว่า ในอุดมคติ ทุกคนก็ควรจะงดการเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่ยังไม่พบเคส (ซึ่งในขณะที่เขียนบล็อกนี้อยู่นั้น ก็มีการพบผู้ป่วยจากเคสแพกุ้งสมุทรสาครแล้วใน 43 จังหวัด) แต่หากทำเช่นนั้น เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวก็คงจะทรุดเอาเรื่องเลย และโรคโควิด-19 นี่ ดูท่าทางแล้วก็น่าจะยังอยู่กับเราอีกนาน เหมือนที่หลายๆ คนคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นปี แม้ว่าในหลายๆ ประเทศจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันกันบ้างแล้ว

ดังนั้น เมื่อเขาไม่ได้ประกาศล็อกดาวน์ การท่องเที่ยวภายในประเทศก็ยังสามารถทำได้ แต่ว่าเราต้องปฏิบัติตนให้สอดรับกับวิถีใหม่ (New normal) ท่องเที่ยวโดยมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อทั้งตนเองและผู้อื่นนั่นเอง

สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่ที่มีคนอยู่เยอะ แม้แต่ตอนถ่ายรูป

ผมเข้าใจนะว่าเวลามาเที่ยว เราก็อยากถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก อยากอวดเพื่อนๆ ญาติสนิทมิตรสหายบนโลกโซเชียล แต่ในหลายๆ สถานที่ ที่เป็นที่เที่ยวยอดนิยมของคนจำนวนมาก คนมันก็เยอะ เราก็ควรรับผิดชอบด้วยการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา อย่างตอนที่ผมขึ้นดอยเสมอดาวเพื่อชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น แม้จะเป็นตอนถ่ายภาพเซลฟี่ผมกับภรรยาก็ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพราะมีคนอยู่เยอะมาก และแม้ว่าส่วนใหญ่จะใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเช่นกัน ผมก็เหลือบไปเห็นบางคนที่การ์ดตกรุนแรงมาก คือ ไม่ใช่แค่ห้อยคอไว้หรือสวมไว้ใต้คางนะ แต่คือไม่พกติดตัวมาด้วยซ้ำ (เตือนไปก็ยังมีตอบแบบประชดมาอีกว่า “รู้แล้วค่ะ! กำลังไปหยิบค่ะ ไม่ต้องมองค่ะ”)

ภาพเซลฟี่ของผู้ชายและผู้หญิงสวมหน้ากากอนามัย มีแบ็กกราวด์เป็นทะเลหมอก และพระอาทิตย์ที่กำลังขึ้น

หลายคนอาจจะคิดว่าแค่ถ่ายภาพแป๊บเดียว แถมสถานที่ (บางแห่ง) ก็เป็นสถานที่เปิดโล่งด้วย ไม่น่าเป็นอะไรมาก ไอ้ความคิดแบบนี้แหละ ที่ทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงจริงๆ แล้วถ้าโชคร้ายขึ้นมาจริงๆ มันจะไม่ได้กระทบแค่ตัวเรานะ มันจะสะเทือนถึงคนอื่นด้วยนี่สิ เสร็จแล้วก็จะมาลงเอยที่ “รู้อะไรไม่สู้ รู้งี้…” อีก จริงอยู่นะครับ สถานที่บางแห่งมันเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทสะดวก แต่หลายๆ ที่ มันก็มีคนไปแออัดกันจำนวนมากๆ จริงๆ เราไม่ควรการ์ดตกครับ

ผู้ชายเสื้อสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น และผู้หญิงเสื้อสีครีมอ่อน กางเกงยีนส์ขายาว กำลังยืนอยู่บนระเบียงไม้ไผ่ ริมผา

ถ้าอยากจะถ่ายภาพโดยไม่ต้องสวมหน้ากากอนามัย เอาไว้รอไปในที่ที่โล่งๆ คนน้อยมากๆ หรือแทบไม่มีคนเลย แล้วค่อยว่ากันครับ เช่น ผมแวะที่จุดแวะพักริมทาง ร้านม่านฝน ระหว่างทางมาที่ภูลังกา จ.พะเยา เป็นช่วงบ่ายๆ เย็นๆ แล้ว ไม่ค่อยมีลูกค้าแล้ว มีแค่ผมกับภรรยา ก็ถือโอกาสถ่ายรูปเก๋ๆ สองคนได้ (ไม่ได้มีใครถ่ายให้ นี่ผมใช้วิธีตั้งกล้อง ตั้งเวลาถ่าย Samsung Galaxy Z Fold 2 ในโหมด Fold เพื่อถ่ายภาพมันมีประโยชน์กว่าที่คิดมาก)

บันทึกไทม์ไลน์ของตัวเองเอาไว้ เผื่อเหนียว

จะไปไหนมาไหน ทาง ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) เขาขอความร่วมมือให้สแกน QR code ไทยชนะ แต่ก็ไม่ใช่ทุกที่ ทุกร้าน จะมี QR code ไทยชนะ ให้สแกน แล้วไทยชนะเองก็ได้แค่เก็บข้อมูลว่าเราได้เข้ามาสถานที่นั้นเมื่อไหร่ ออกไปเมื่อไหร่ แต่จะไม่ได้มีรายละเอียดว่าเราได้ทำอะไรที่นั่นที่นี่บ้าง และหลายๆ คน (รวมถึงผมด้วย) ชอบเผลอลืมสแกนตอนออกอีกต่างหาก ข้อมูลเวลาออกจากสถานที่ก็หายไป

หน้าจอสมาร์ทโฟนที่มีการจดบันทึกไทม์ไลน์ของการเดินทางเอาไว้

ช่วงนี้ การเที่ยววิถีใหม่ เราอาจจะต้องปรับพฤติกรรม สร้างความเคยชินในการบันทึกรายละเอียดของการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ที่เราได้ทำในสถานที่ใดๆ เอาไว้ โปรแกรมจำพวกจดบันทึกจะช่วยได้มากเลยครับ ถ้าจะเอาแบบง่ายๆ ก็ Google Keep นี่ก็บันทึกเป็นโน้ตได้ แต่ละวันก็สร้างเก็บไว้เป็นโน้ตแต่ละอัน เวลาต้องใช้จริงๆ พวกนี้แหละจะช่วยเตือนความจำเราได้ดีนักแล

สิ่งที่เราควรบันทึก ไม่ใช่แค่ว่าไปที่ไหนมากี่โมง ออกจากที่นั่นกี่โมง แต่เพิ่มเติมรายละเอียดเช่น ถ้าแวะเข้าปั๊ม แวะไปห้องน้ำไหม แวะเข้าไปซื้อของที่ 7-Eleven ไหม เข้าออกตอนกี่โมงบ้าง จะยิ่งดีมาก ในตอนนั้น หากสังเกตเหตุความเสี่ยงใดๆ (เช่น มีคนไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือ คนแออัดมากๆ) ก็บันทึกไปด้วย ข้อมูลพวกนี้ แม้จะดูเล็กน้อย แต่มันจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบไทม์ไลน์นะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.