Home>>เที่ยวไปทั่ว>>ทริปเรือเที่ยวเกาะผักเบี้ย เกาะเหลาลาดิง และเกาะห้อง ไปเยือนจุดชมวิวเกาะห้อง มุมท่องเที่ยวให้ใหม่ของการเที่ยวจังหวัดกระบี่
ผู้ชาย ผู้หญิง กำลังถ่ายเซลฟี่อยู่บนยอดจุดชมวิว มีวิวทะเลและเกาะเล็กๆ เป็นแบ็กกราวด์
เที่ยวไปทั่วไทย

ทริปเรือเที่ยวเกาะผักเบี้ย เกาะเหลาลาดิง และเกาะห้อง ไปเยือนจุดชมวิวเกาะห้อง มุมท่องเที่ยวให้ใหม่ของการเที่ยวจังหวัดกระบี่

เป็นจังหวะที่เหมาะมากที่ผมไปเที่ยวจังหวัดกระบี่ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเพิ่งจะมีการเปิดมุมท่องเที่ยวใหม่คือ จุดชมวิวเกาะห้อง เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา ทำให้ผมได้ไปลองของได้จังหวะพอดีเลย วันนี้ก็เลยจะขอมาเขียนถึงการไปเที่ยวจุดชมวิวเกาะห้องซะหน่อย ว่าเป็นยังไงบ้าง

แทบทุกโรงแรมหรือรีสอร์ตในจังหวัดกระบี่เขาจะมีโปรแกรมนั่งเราพาเที่ยวเกาะอยู่แล้วครับ จะมีเรือให้เลือกสองแบบ คือ เรือหางยาว ซึ่งจะราคาถูกกว่า และเรือสปีดโบ๊ท ที่จะแพงกว่านิดหน่อย อย่างที่ผมไปพัก เขาก็ติดต่อ อ่าวนางออร์คิดสปีดโบ๊ท มาให้ครับ ค่าใช้จ่ายก็ 1,000 บาทต่อคน เดินทางไป 4 ที่บน 3 เกาะ คือ เกาะห้อง 2 จุด เกาะผักเบี้ย และเกาะเหลาลาดิง แต่ถ้าไปเรือหางยาว ก็จะคนละ 800 บาท

จะมีรถมารับถึงที่โรงแรมหรือรีสอร์ตเลยครับ ราวๆ 8:30-9:00 น. เขาจะไปวนรับตามที่ต่างๆ ก่อน แล้วก็พาเราไปที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ซึ่งค่าใช้จ่ายในทัวร์นี้ก็จะรวมค่าเข้าอุทยาน และค่าอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ทัวร์แต่ละที่ก็จะมีอาหารกลางวันแตกต่างกันไปนะ

ที่อุทยานนี่จะมีคนมาเยอะเชียวละครับ แต่ว่าก็จะมีคนไปเกาะพีพีบ้าง ไปเกาะห้องบ้าง อันนี้ก็แล้วแต่ เรามาถึงก็รอคนอื่นๆ ที่จะไปทริปเดียวกันมารวมตัวกัน แล้วก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ

จุดรอขึ้นเรือตรง

แต่ละรอบ แต่ละวัน เรืออาจจะพาเราไปที่เกาะต่างๆ จุดต่างๆ ไม่เหมือนกัน เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราไปทัวร์ของใคร และวันนั้นเป็นข้างขึ้นหรือข้างแรม (น้ำขึ้นน้ำลงมีผลต่อการนำเรือจอดเทียบท่าน่ะ) สำหรับทริปนี้ จุดที่เขาพาไปเป็นแบบนี้ครับ เกาะห้องลากูน > เกาะผักเบี้ย > เกาะเหลาลาดิง > เกาะห้อง

เกาะห้องลากูน

จากท่าเรือมาที่เกาะห้องใช้เวลาประมาณ 30 นาที เกาะห้องค่อนข้างใหญ่ครับ ทริปเรือเที่ยวจะพาเรามาที่สองจุด คือ ฝั่งที่เรียกว่า Hidden Lagoon of Hong Island หรือ เกาะห้องลากูน มันเป็นส่วนของทะเลที่ถูกโอบล้อมด้วยส่วนที่เป็นเกาะ เวลาที่เราเข้าไปในนั้นแล้ว มองไปรอบๆ เราจะเห็นแต่วิวภูเขาของเกาะเลยครับ งวดนี้เขาพามาที่นี่ก่อนเพราะว่าถ้าเป็นตอนเย็น น้ำจะลดจนเรือแทบจะเข้าไปไม่ได้

แผนที่เกาห้อง แสดงให้เห็นถึงฝั่งเกาะห้องลากูนทางตะวันตก และ

มันจะมีกรณีที่นักท่องเที่ยวบอกให้เรือมาจอดใกล้ๆ ตรงส่วนของลากูนที่น้ำลดแล้ว แล้วพวกเขาจะเดินเข้าไปกันเอง ซึ่งก็จะได้บรรยากาศที่แปลกไปอีกแบบ แต่ปกติไกด์จะไม่แนะนำให้ทำแบบนี้ เพราะเขาบอกว่าเวลาน้ำลด บางทีมันจะมีปลากระเบนมุดอยู่ในทราย ซึ่งอาจเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยวได้ ฉะนั้น อย่าเสี่ยงจะดีกว่า

ผมเสียดายมากที่ไม่ได้เอากล้อง 360 องศาติดตัวมาด้วย เลยไม่ได้ถ่ายภาพบรรยากาศที่ได้เข้าไปชมภายในลากูนเลย ได้แต่มองไปรอบเฉยๆ เพราะเลนส์ Ultrawide ของกล้องสมาร์ทโฟนมันก็ยังเก็บความอลังการของเกาะห้องลากูนนี่ไม่ได้

เรือจะใช้เวลาที่นี่แค่ประมาณ 20-30 นาทีเท่านั้นแหละครับ เพราะเราไปทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามองไปรอบๆ และถ่ายรูปเท่านั้น ไม่ได้เดินลงไปชมอะไรได้

เกาะผักเบี้ย

ใช้เวลาเดินทางแค่ประมาณ 10 นาที ก็มาถึงเกาะผักเบี้ย ที่นี่คือมาแวะถ่ายรูปครับ มีจุดสวยๆ ให้เลือกถ่ายหลายจุด แต่เสียดายว่าถ้าคนเยอะก็จะเลือกมุมถ่ายยากหน่อย ของผมโชคไม่ดีเท่าไหร่ ไปเจอจังหวะที่มีนักท่องเที่ยวที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เขามาจับจองจุดถ่ายภาพ แล้วก็ผลัดกันถ่ายไปเรื่อยๆ จนหมดเวลาไปเยอะเลย บางมุมที่มันสวยเพราะตอนมีเรือมาจอด ก็อดถ่าย เพราะเรือก็ออกไปพอดีตอนถึงตาผม ฮือๆ แต่ก็ทำไงได้ล่ะ มาตามคิว

เรือมาจอดที่นี่ราวๆ 30-40 นาทีครับ เราก็มีเวลาประมาณนี้แหละ ที่ต้องระวังมีสองเรื่องคือ ทรายของหาดนี่หยาบมากเดินแล้วเจ็บเท้าชะมัด อีกเรื่องคือ ลิงเจ้าถิ่นครับ มันจะคอยชิงพวกเครื่องประดับ แว่นตา กระเป๋าสตางค์ สมาร์ทโฟน ของเราไป ถ้าเราไม่ระวังตัวให้ดี

เกาะเหลาลาดิง

ถัดจากเกาะผักเบี้ยไปอีกซัก 3-5 นาที เป็นทางวนกลับไปที่เกาะห้องนั่นแหละ ก็จะเป็นเกาะเหลาลาดิง ทริปของผมนี่คือมาถึงตรงนี้ ก็ราวๆ เที่ยงแล้ว พักกินข้าวกันที่นี่แหละครับ อาหารในทริปของผมก็เป็นไก่ผัดพริกหัวหอมครับ ที่นี่เป็นภาคใต้ คนที่นับถือศาสนาอิสลามมีเยอะ เขาก็จะเลี่ยงอาหารที่มีหมูเป็นองค์ประกอบครับ

หาดทรายที่เกาะเหลาลาดิงนี่เม็ดทรายละเอียด ทรายสีขาว เดินนุ่มมากครับ และมีพื้นที่ให้ลงเล่นน้ำ แล้วก็ดำน้ำดูปะการังได้ด้วยอีกหน่อย เรือเขาจะจอดอยู่ที่นี่ประมาณ 60-90 นาที มีเวลาเหลือเฟือสำหรับทานอาหาร และเล่นน้ำครับ โอกาสดีเลย

เกาะห้อง และจุดชมวิวเกาะห้อง

ไกด์อาจจะเตือนคุณเรื่องการนำอาหารที่มีส่วนผสมของหมูขึ้นมาบนเกาะห้อง เขาบอกเจ้าที่ที่นี่แรงนะครับ อันนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เลี่ยงได้เลี่ยงก็แล้วกัน เพื่อความสบายใจของทุกคน ที่นี่ชายหาดใหญ่ที่สุดในบรรดาทุกจุดที่เราแวะไป หาดทรายสวย เม็ดทรายขาวละเอียด ที่นี่มีจุดให้ลงเล่นน้ำ และดำน้ำดูปะการังสองจุด ใหญ่ๆ ทั้งสองจุดเลย

แต่ถ้าใครไม่สนใจจะลงว่ายน้ำดูปะการัง ก็แวะมาที่จุดชมวิวเกาะห้อง 360 องศา ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ของที่นี่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่ความสูง 109 เมตร ต้องเดินขึ้นบันไดไป 419 ขั้นครับ ใช้เวลาเดินขึ้นลงประมาณ 40-45 นาที และเพราะเพิ่งเปิดใหม่ๆ อะครับ มันเลยยังดูใหม่เอี่ยม ดูดีมาก

เดินขึ้นไปจุดชมวิวเนี่ยเหนื่อยเอาเรื่องนะครับ แต่เขาก็เตรียมจุดแวะพักให้ 3 จุด ตรงที่ขั้นบันได้ที่ 126, 274 และ 340 ตามลำดับ สามารถแวะพักหายใจ แล้วก็ชมวิวไปได้ด้วยในตัวนะครับ ถือโอกาสแวะถ่ายรูปชมวิวได้แจ่มๆ

ขึ้นมาถึงยอดแล้ว สวยมากครับ เห็นวิวเกาะห้องได้โดยรอบ เล่นเอาผมเสียดายรอบสอง ที่ไม่ได้เอากล้อง 360 องศามา แต่บอกเลย เดินขึ้นมาเหงื่อแตกมาก (ผมเป็นคนเหงื่อออกง่าย) เสื้อเงี้ยโชกเลย อากาศก็ร้อนอีก คือ ฟ้าเปิดสวยมาก แดดแรงมาก แต่เอาเหอะ เห็นวิวด้านบนแล้วบอกเลยว่าคุ้มค่าเหนื่อยกับค่าเหงื่อ

ช่วงนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติยังมาไม่ได้ เป็นโอกาสที่ดีมากที่จะแวะมาครับ ได้ช่วยกันอุดหนุนคนพื้นที่ และโรงแรมต่างๆ ให้ได้อยู่รอดพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ด้วยครับ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.