Home>>รีวิว>>รีวิว Huawei FreeBuds Studio หูฟังแบบครอบหู ไร้สาย พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ยอดเยี่ยม
Huawei FreeBuds Studio
รีวิว

รีวิว Huawei FreeBuds Studio หูฟังแบบครอบหู ไร้สาย พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ยอดเยี่ยม

ปกติจะรีวิวแต่สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของ Huawei แล้วก็จะบ่นๆ เรื่องเดิมประจำคือการที่ Huawei ไม่มี Google Mobile Services (แต่ตอนนี้อเมริกาได้ประธานาธิบดีคนใหม่แล้ว สถานการณ์อาจจะดีขึ้น) แต่คราวนี้เขาส่งหูฟังตัวใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปมาให้ลอง คือ Huawei FreeBuds Studio ค่าตัว 9,990 บาท ถือว่าได้เปลี่ยนบรรยากาศ และบอกเลย ผมประทับใจกับประสิทธิภาพของหูฟังตัวนี้มาก อ่านต่อเลย จะเล่าให้อ่าน

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

หูฟัง Huawei FreeBuds Studio ตัวนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก Huawei Thailand ส่งมาให้ยืมลองใช้ แล้วเล่าถึงประสบการณ์ให้ได้อ่านกัน และเช่นเคย ชอบไม่ชอบตรงไหน เราก็จะบอกกันตรงๆ ครับ เพราะถือว่าเป็นฟีดแบ็กให้กับทาง Huawei ไปด้วยในตัว

Huawei FreeBuds Studio ตัวนี้นับว่าเป็นหูฟังแบบ Over-the-ear หรือแบบครอบหูตัวแรกของค่ายเลยก็ว่าได้ แถมทำตัวแรกทั้งที ก็หาญกล้าจัดใหญ่ ทำแบบพรีเมียมซะด้วย ราคาค่าตัวเคาะออกมา 9,990 บาท ถือว่าแพงใช่ย่อยเลยนะครับ แต่ทั้งแพ็กเกจ และตัวหูฟัง มันก็ดูพรีเมียมสมกับราคาค่าตัวเช่นกัน

หูฟัง Huawei FreeBuds Studio อยู่ในเคสแข็งใส่หูฟัง

ผมแกะกล่องออกมา สิ่งที่เห็นก็คือเคสแบบแข็งสำหรับใส่หูฟัง ที่มีหูฟัง Huawei FreeBuds Studio อยู่ข้างใน มีช่องเก็บสายชาร์จเอาไว้อย่างดี ทำให้ทุกอย่างดูจะถูกเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อยดี

ตัวหูฟังสีทอง (รุ่นนี้มีสองสี คือสีดำ กับสีทอง ผมได้สีทองมารีวิว) มีความเป็นพรีเมียมดีมาก น้ำหนักหูฟังประมาณ 260 กรัม แต่สวมหัวแล้วไม่ได้รู้สึกว่าหนักมากอะไร ตัว Head band เป็นพลาสติก มีบุวัสดุที่น่าจะเป็นหนังเทียม แล้วมีการใส่ฟองน้ำรองไว้ตรงส่วนที่จะคาดหัว นุ่มดีมากครับ

หูฟัง Huawei FreeBuds Studio ข้างซ้ายข้างขวามีการระบุ L R ชัดเจน

หูฟังมีระบุข้างซ้ายข้างขวาชัดเจน ใส่ไม่ผิดแน่นอนถ้าหัดดูให้ดีก่อนใส่ ปุ่มควบคุมส่วนใหญ่จะอยู่ทางขวามือ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเปิด-ปิด ปุ่มเปิดโหมดจับคู่บลูทูธ พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ และตรงหูฟังข้างขวาเนี่ย จะเป็นปุ่มควบคุมการเล่น-หยุด เปลี่ยนเพลง ปรับระดับเสียง ด้วยการสัมผัสด้วย (Touch control) สิ่งที่ผมชอบคือ Gesture มันเข้าใจได้ง่ายมาก การลากนิ้วจากล่างขึ้นบนคือเพิ่มเสียง จากบนลงล่างคือลดเสียง การลากนิ้วจากหน้าไปหลังคือเล่นเพลงก่อนหน้า และลากจากหลังไปหน้าคือเล่นเพลงถัดไป เคาะสองทีคือเล่นหรือหยุดเพลง แต่ที่ผมไม่ชอบคือ ไม่มีอะไรเขียนบอกเลยว่าใช้ Gesture ตรงนี้ได้ ใครซื้อมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไม่ยอมอ่านคู่มือใช้งานอาจจะมีงง

หูฟังด้านซ้ายมีปุ่ม ANC (Active Noise Cancellation) ซึ่งมีสามโหมด คือ เปิดใช้ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก ปิดระบบตัดเสียง และเปิด Awareness mode เดี๋ยวเราค่อยมาพูดกันว่าแต่ละโหมดเป็นยังไงบ้างนะ

ตัวหูฟังที่ครอบหู มันบิดได้ เหมาะสำหรับคนที่ชอบเอาหูฟังมาคล้องคอไว้ตอนไม่ได้ใช้งาน แต่หูฟังไม่สามารถพับเก็บได้นะครับ แต่ก็อย่างที่บอก เขาแถมเคสแข็งมาให้ใช้แล้ว ดีเลย ไม่ต้องไปหาซื้อเคสใช้เอง

ประสบการณ์ใช้งาน Huawei FreeBuds Studio

อย่างที่บอกครับ ถ้าได้อ่านคู่มือก่อนใช้งาน ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ ในการใช้งานครับ ก็จะรู้ว่าเจ้านี่มีฟีเจอร์อะไรบ้าง ซึ่งหลักๆ เลยก็คือ Touch control, ANC, การใช้งาน Voice assistant และการดาวน์โหลดแอป Huawei AI Life มาใช้ เพื่อปรับตั้งและอัปเดต Firmware ของหูฟังอะไรพวกนี้ ข้อเสียแรกที่รู้สึกได้เลยคือ มันเขียนไว้ในคู่มือเลยว่า Android Only หรือก็คือ มีให้ใช้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เท่านั้นครับ ไม่รู้ว่าเพราะสงครามการค้าหรือยังไง

ผม กำลังสวมหูฟัง Huawei FreeBuds Studio อยู่

ลองสวมหูแล้ว ยอมรับว่า Huawei ออกแบบ Earcup มาได้ดีมาก มีขนาดใหญ่พอ มีลักษณะเป็นวงรี สวมแล้วไม่ไปกดทับใบหู ก้านมีความยืดหยุ่น ไม่บีบรัดมากเกินไป ทำให้สวมใส่แล้วไม่รู้สึกว่าหัวถูกบีบ ก้านหูฟังมันปรับยืนหดเพื่อให้รองรับเข้ากับหัวได้ยืดหยุ่นดี

แอป Huawei AI Life ที่เห็นอยู่บน Google Play Store ใช้กับเจ้า Huawei FreeBuds Studio ไม่ได้นะครับ ต้องใช้อันที่ดาวน์โหลดจาก Huawei App Gallery หรือไม่ก็สแกน QR code ในคู่มือที่อยู่ในกล่อง เพื่อดาวน์โหลดแอปเป็นไฟล์ APK มาติดตั้ง ซึ่งบอกเลยว่าแอบน่ารำคาญมาก ถ้าคุณไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนของ Huawei เพราะรู้สึกได้เลยว่าเวลามันมีอัปเดตแล้ว เราจะต้องไปดาวน์โหลดมาติดตั้งเองน่ะเสะ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่มีอัปเดต ต้องไปดาวน์โหลดมา?

แอป Huawei AI Life แสดงชื่อของหูฟัง Huawei FreeBuds Studio

แอปนี้มีความสำคัญในการใช้หูฟังนะ คือ อย่างน้อยๆ ก็เอาไว้อัปเดตเฟิร์มแวร์ของหูฟังได้อะ แต่อย่าถามผมต่อว่ามันทำอะไรได้อีก เพราะประสบการณ์ที่ได้จากแอปนี้แย่มากครับ เปิดแอปมา มันเจอหูฟังเชื่อมต่ออยู่ แต่พอจะเข้าไปดูการตั้งค่า มันบอกผมว่า Device configuration is downloading. Try again later. หรือก็คือ กำลังดาวน์โหลดข้อมูลคอนฟิกของหูฟังอยู่ ลองใหม่อีกครั้ง แต่หน้าแอปมันบอกว่า No internet connection หรือ สมาร์ทโฟนผมไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ พอผมลองคลิกไปดูรายละเอียด มันบอกว่าสมาร์ทโฟนผมไม่ได้ต่อ WiFi อยู่ และไม่ได้เปิดใช้ Mobile data เดี๋ยวนี้ ผมอาจจะยังไม่ได้ต่อ WiFi แต่เน็ตมือถือมีแน่นอน แต่จนแล้วจนรอด ผมก็ไม่สามารถทำให้แอปรู้ว่ามันเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ได้ ไม่ใช่เกิดแค่กับ Samsung Galaxy Z Fold 2 เท่านั้นนะ Huawei Y7A ตัวล่าปี 2020 ก็เป็นจ้า (อันนี้ยังไม่ได้รีวิว รอแป๊บ) จบกัน ไม่ได้ลองการใช้แอปเลยครับ จนปัญญา

Huawei FreeBuds Studio เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน กำลังฟังเพลงอยู่

กลับกัน ประสบการณ์ในการใช้งานหูฟังกลับดีแบบชนิดเป็นเหรียญคนละด้านเลยครับ

● คุณภาพเสียงดีงามมาก เสียงสูง กลาง ต่ำ แสดงผลออกมาได้ดี ไม่มีอะไรเยอะเกินไปจนน่าเกลียด เก็บรายละเอียดเสียงเพลงดีมาก เท่าที่ดู เน้นเสียงย่านกลางเยอะหน่อย เพลงบางเพลงผมฟังแล้วไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีเสียงผู้หญิงร้องคลอไปพร้อมๆ กับเสียงนักร้องชายด้วย ผมก็ได้ยินอีตอนนี้ ส่วนนึงน่าจะมาจากระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกที่ดีมากด้วย เพราะมันทำให้สมาธิของเราจดจ่ออยู่กับเสียงเพลงได้มากขึ้น

● ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอก เห็นเขาว่าเป็น Intelligent Dynamic Active Noise Cancellation (ชื่อยาวชิบ) ซึ่งเขาบอกว่าจะมีการปรับระดับของการทำ ANC มากน้อยไปตามระดับเสียงรบกวนภายนอก และสามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุดถึง 40dB เลยทีเดียว ผมลองใช้แล้วคือชอบ เห็นด้วยตามนั้น ทำได้ดีมาก ฟังเพลงปุ๊บ นี่คือโลกส่วนตัวของฉันทีเดียว ใครชอบฟังเพลงในโลกส่วนตัว นี่คือตัวเลือกที่ดี บนเครื่องบินสวมไว้ดับเสียงหึ่งๆ ของเครื่องได้ดีมาก มันทำได้ดีขนาดนี้ ต้องยกความดีให้ไมโครโฟน 6 ตัว ที่อยู่บนหูฟังข้างละ 3 ตัว ที่รับ Input เสียงรบกวนมาประมวลผลเพื่อตัดเสียงรบกวนออก

● แต่ในขณะเดียวกันไม่ต้องกลัวว่าสวมใส่แล้วจะถูกตัดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง เพราะมันมี Awareness Mode ที่รับเสียงจากภายนอกผ่านไมโครโฟนของหูฟังได้ เราจึงมีปฏิสัมพันธ์กับโลกภายนอกได้ โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก และแม้เราจะฟังเพลงอยู่ ถ้าไม่เปิดเพลงดังมากๆ เราก็ยังจะพอได้ยินเสียงภายนอกอยู่บ้างครับ ที่สำคัญคือ เสียงเพลงยังฟังดูดี มีคุณภาพอยู่ แม้จะเปิดใช้งาน Awareness Mode

● ตัวหูฟังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ จะหยุดการเล่นเพลงหรือวิดีโอ เมื่อเราถอดหูฟังออก และจะเริ่มเล่นต่อ เมื่อเราสวมหูฟัง อำนวยความสะดวกได้ดีมากทีเดียว

● แบตอึดดี ลองฟังเพลงยาวๆ แล้ว เอามาประชุมออนไลน์ด้วย ก็ทำงานได้ดี และอยู่รอดผ่านวันสบายๆ แล้วค่อยมาชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งชาร์จผ่านสาย USB-C ก็เห็นว่าตามสเปกแล้วชั่วโมงเดียวเต็ม หมดห่วงเลยแหละ แต่หากใครต้องการใช้งานด่วน เขาบอกว่าชาร์จแค่ 10 นาที ใช้งานได้ 5-8 ชั่วโมงเลย (อยู่ที่ว่าเปิดหรือปิด ANC)

อย่างไรก็ดี สำหรับสายฟังเพลงจริงจังอาจจะไม่ชอบตรงที่เจ้านี่ไม่รองรับ aptX และหากต้องการ Codec ที่รับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงๆ ผ่านบลูทูธแล้ว Huawei มี L2HC ให้ใช้ แต่ก็ต้องใช้กับสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMIUI11 หรือใหม่กว่าอีก (Huawei P40 และ Huawei Mate 40 ซีรี่ส์ ใช้ได้ แต่รุ่น Lite อด) กลายเป็นข้อจำกัดร้ายแรงไปอีก

ไม่ได้หมายความว่า ถ้าคุณใช้สมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นแล้วจะใช้เจ้า Huawei FreeBuds Studio นี่ไม่ได้นะครับ มันก็ใช้ได้อยู่ และไม่เลว เพียงแต่ถ้าเราอยากจะใช้งานได้เต็มเหนี่ยวจริงๆ ก็ควรจะใช้คู่กับสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่รองรับนั่นแหละ

บทสรุปการรีวิว Huawei FreeBuds Studio

ข้อดีที่ผมได้เกี่ยวกับเจ้าหูฟังนี่คือ

👍 เป็นหูฟังที่เสียงดีมาก ใช้งานง่าย สวย พรีเมียม หรูหราหมาเห่า
👍 ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกทำได้ยอดเยี่ยมจนต้องยืนขึ้นปรบมือให้
👍 Awareness Mode ทำออกมาได้ดีมาก
👍 สวมใส่สบาย แบตเตอรี่อึด

แต่ข้อเสียสำคัญของเจ้านี่มีสามเรื่องเลยคือ

👎 แอปห่วยมาก ในการรีวิวของผมนี่ แอปมันเชื่อมต่อกับหูฟังได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรได้อีกเลย ตั้งค่าไม่ได้ ปรับแต่งอะไรไม่ได้เลย ไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วแอปมันทำอะไรได้ แถมถ้าคุณใช้ iPhone/iPad อยู่ มองข้ามไปเลยดีกว่า เพราะไม่มีแอป ก็อัปเดตเฟิร์มแวร์ไม่ได้อะ
👎 ถ้าอยากใช้งานได้เต็มเหนี่ยวสุด ต้องใช้กับสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่รองรับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าอะไรมันจะดีขึ้นยังไงบ้าง แต่เท่าที่ลองใช้กับ Huawei Y7A และ Samsung Galaxy Z Fold 2 อยู่ มันก็โอเคแล้วนะ
👎 ราคาแอบแรง 9,990 บาท คือ ถ้าถามผม คุณภาพของเสียงและลูกเล่นที่ได้ก็คุ้มค่าตัวนะ แต่มันมาเสียคะแนนอย่างมากก็อีตรงแอปห่วยนี่แหละ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.