Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>แวะมาเที่ยวอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ได้เห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กับการท่องเที่ยว
ร้านขายของที่ระลึกแห่งหนึ่งในอ่าวนาง แม้จะเปิด แต่ก็ต้องปิดป้ายลดราคาเพื่อเรียกลูกค้า
บ่นเรื่อยเปื่อยเที่ยวไปทั่วไทย

แวะมาเที่ยวอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ได้เห็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กับการท่องเที่ยว

สุดสัปดาห์นี้ แวะมาเที่ยวที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ครับ เพราะซื้อแพ็กเกจที่พักของโรงแรม Days Inn Ao Nang by Wyndham เอาไว้ พักสามวันสองคืน 1,900 บาท ที่พักเกือบจะริมหาด เดินต่ออีกนิดเดียวเอง แต่สิ่งที่ผมพบคือ ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย และภาคส่วนต่างๆ ที่จะขอเอามาบ่นๆ ให้ฟังตามที่ผมได้เจอมานะครับ

จากข้อมูลการท่องเที่ยว อ่าวนาง อยุ่ในอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่ชอบชายหาดสวยงาม แถมที่นี่ยังมีท่าเทียบเรือที่ไปยังเกาะต่างๆ ได้อีกหลายที่ ผมไม่เคยมาอ่าวนางตอนที่การท่องเที่ยวคึกคัก แต่พิจารณาจากร้านรวงต่างๆ ที่ผมเห็น ผมคิดว่าในสถานการณ์ปกติ มันน่าจะคึกคักไม่แพ้พวกหาดป่าตอง หรือพัทยา เลยอะ

แต่ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ไปร่วมสามเดือน แถมจนถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่สามารถเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ (ไม่ใช่แค่ประเทศไทยประเทศเดียวนะ ประเทศอื่นๆ ก็เจออาการเดียวกัน) และแม้จะมีการออกวีซ่านักท่องเที่ยวพิเศษ (Special Tourist Visa หรือ STV) แล้ว มันก็ยังไม่ใช่เรื่องสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะคนที่จะได้สิทธินี้ ต้องวางแผนเที่ยวเมืองไทยเป็นระยะเวลานาน และต้องกักตัว 14 วัน ในสถานที่กักตัวทางเลือก (Alternative State Quarantine หรือ ASQ) หรือสถานที่กักตัวทางเลือกที่อยู่ในพื้นที่ (Alternative State Local Quarantine หรือ ASLQ) ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะอยู่เต็มอัตราศึกเป็นอย่างน้อย คือ 90 วัน (ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจลงตรามีสิทธิต่ออายุให้เพิ่มได้อีกสองครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวมสูงสุดเป็น 270 วัน) เพื่อให้คุ้มกับที่อุตส่าห์กักตัวมา 14 วัน พวกนี้ค่าใช้จ่ายบานมาก ฉะนั้น พวกนี้เขาก็จะพักในที่พักดีๆ และในช่วง 15 วันแรก ต้องซื้อทัวร์ เพราะจะต้องถูกติดตามเฝ้าระวังต่อ จนพ้น 15 วันนี่แหละ ถึงได้เที่ยวได้ตามใจ เพราะฉะนั้น โอกาสที่นักท่องเที่ยวในกลุ่ม STV จะสร้างรายได้ให้กับร้านรวงทั่วไปก็มีไม่มาก หรือกว่าจะมีก็ต้องรอกันหน่อยล่ะ

ร้านค้าต่างๆ บริเวณถนนเลียบหาด ยังพอมีเปิดให้เห็นอยู่บ้าง

ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่เราจะเห็นสภาพของร้านรวงต่างๆ ในบริเวณหาดอ่าวนางต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังเห็นบางร้านที่ยังเปิดอยู่ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติบางคนที่เป็นผู้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอยู่แล้ว (ซึ่งมักจะเป็นพวก Expat หรือ คนที่ทำงานในบริษัทในประเทศไทย) ฉะนั้น ในขณะที่บางจุดเราจะเห็นว่ามันเงียบเหงา มืดมิดเวลาค่ำคืน บางจุดเราก็จะเห็นว่ายังสว่างไสวอยู่บ้าง

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในหาดอ่าวนาง เปิดให้บริการ แต่ไม่มีลูกค้าเลย

ในสถานการณ์ปกติ ผมเชื่อว่าแม้แต่วันธรรมดา เราก็จะเห็นร้านรวงต่างๆ พอมีลูกค้ามาใช้บริการอยู่บ้าง แต่ในช่วงที่โรคโควิด-19 แบบนี้ ถ้าเป็นวันธรรมดานี่อย่างร้างเลยครับ ร้านค้าพวกนี้ปกติจะตั้งราคาสำหรับชาวต่างชาติเอาไว้ (คนไทยแอบสูดปากบอกว่าแพง) พอมีแต่นักท่องเที่ยวชาวไทย ตอนนี้เลยต้องติดป้ายลด 30% กันซะเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้คนไทยพอจะมาใช้บริการได้

รถแดงที่ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเลย

รถแดง ที่ปกติจะรับส่งนักท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ ณ วันนี้ไม่มีลูกค้าเลย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยว ถ้าบินมาก็อาจจะเช่ารถขับต่อ ไม่ก็มาทัวร์อยู่แล้วหรือไม่ก็แบบผม ขับรถส่วนตัวมาเที่ยวกันเลย ที่สำคัญ ร้านรวงปิดกันเยอะแบบนี้ ความจำเป็นในการนั่งรถสองแถวแบบนี้ไปที่จุดต่างๆ ก็น้อยลงไปเยอะมาก

ร้านนวดที่เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติต้องปิดตัวเอง

ส่วนร้านค้าที่เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจริงๆ จังๆ ซึ่งตามปกตินักท่องเที่ยวเยอะมาก จนต่อให้เปิดมาหลายร้านแข่งกัน ก็ยังมีนักท่องเที่ยวกันถ้วนหน้า ตอนนี้ต้องปิดตัวเองไปเยอะมาก ปล่อยทิ้งร้างเลย เพราะไม่มีลูกค้ามาเกือบทั้งปีแล้ว

พื้นที่ร้านค้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่ถูกทิ้งร้าง เพราะไม่มีลูกค้า

ตรงโซนร้านค้าและร้านอาหารบริเวณริมหาด ที่ติดกับพวกโรงแรมและรีสอร์ต ปกติน่าจะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินช้อปปิ้งและมาทานอาหาร เพราะโซนนี้วิวดีมาก ร้านค้าทุกร้านจะวิวริมหาด เห็นทะเลทุกร้าน ปัจจุบันคือโดนทิ้งร้างเกือบ 90% มีบางร้านที่ยังทู่ซี้เปิดได้ พวกบาร์บางแห่ง และร้านอาหารอีกร้านนึงที่ดูจะเป็นร้านใหญ่ประจำย่านนี้ ที่ผมยังเห็นมีฝรั่งสองคนไปนั่งทานอยู่โต๊ะนึง ร้านนี้อาหารแพงเอาเรื่องนะครับ เห็นเมนูคร่าวๆ ตอนเดินผ่าน ไวน์นี่ราคาเป็นพันทั้งนั้น

ตรงปลายทางของโซนร้านค้า มืดมากจนต้องใช้ไฟฉายจากมือถือส่องนำทางพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง เดิมทีน่าจะเป็นร้านอาหารริมหาด

ตอนห้าโมงเย็นนี่ผมยังไม่รู้สึกอะไรมาก ก็แค่รู้สึกว่าบางร้านมันเปิด บางร้านมันปิด แต่พอพระอาทิตย์ตกดินไปแล้วเท่านั้นแหละ เริ่มเห็นความแตกต่างทันทีครับ คือ จุดที่ร้านค้ายังเปิด มันก็ยังพอมีไฟอยู่บ้าง แค่รู้สึกเปลี่ยวๆ เพราะมันเปิดอยู่ 1-2 ร้านเอง ร้านอื่นๆ เขาปิด แต่พอเดินมาจนถึงโซนสุดท้าย ที่จะเลี้ยวขวาไปทางโรงแรมที่ผมพัก คือ มันมืดสนิทเลยครับ ลองดูรูปด้านบนได้ คือโซนเดียวกันครับ แต่ผมถ่ายรูปคนละมุมนะ แค่อยากให้ดูความแตกต่างระหว่างก่อนพระอาทิตย์ตกดิน กับหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว คือ เพราะร้านมันปิดตัวไปแล้ว เลยมืดสนิทเลย เวลาเดินผ่านคือต้องเอามือถือมาเปิดไฟฉายนำทาง นี่ขนาดร้านริวหาด วิวสวยๆ เลยนะ

บันไดเหล็กที่ถูกสนิมกัดกร่อนจนพัง

เมื่อร้านค้าหลายแห่งถูกทิ้งร้าง ที่น่าเป็นห่วงก็คือ สภาพของตัวอาคาร และส่วนประกอบต่างๆ มันก็ผุพัง เพราะไม่มีคนดูแลครับ พวกโครงสร้างดูจะยังดีอยู่ เพราะเป็นปูน แต่พวกรั้ว พวกบันได โดยเฉพาะที่เป็นโลหะ โดนความเค็มของน้ำทะเลกัดกร่อนซะพินาศเลยครับ การเดินลงหาดนี่ไม่ได้ง่ายเหมือนเดิมแน่นอน

นี่คือเท่าที่เห็นเฉพาะที่อ่าวนางนะ แต่ถ้านึกถึงตอนที่ผมไปเขาหลัก จ.พังงา เมื่อเดือนก่อน ผมก็เห็นว่าร้านรวงต่างๆ รอบรีสอร์ต ที่ปกติจะเน้นขายนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ต้องปิดตัว 99% เลยทีเดียว (เหลือไว้ 1% เผื่อผมไม่ทันสังเกตว่ามีร้านไหนเปิดอยู่) และผมก็เชื่อว่าอีกหลายๆ ที่ ก็ประสบปัญหาเดียวกัน ใครสายป่านยาวก็ยังโชคดีไป ใครสายป่านสั้น หรือเพิ่งเข้ามาสู่วงการ แล้วก็โดนโควิด-19 รับน้องซะแบบจัดเต็มแบบนี้ ก็ไปไม่รอดแหง

ณ ตอนนี้ ใครที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไม่ว่าจะโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร หรือแม้แต่ทัวร์ ก็ต้องคิดกันแล้วนะครับว่าจะเอายังไงต่อ จะปรับตัวยังไง เพราะโรคโควิด-19 นี่ดูจะยังมีผลกระทบไปอีกอย่างน้อยๆ 6 เดือนแน่ๆ ถึงแม้จะมีข่าวดีเรื่องวัคซีนแล้วก็ตาม นี่ยังไม่นับว่าสถานการณ์หลังมีวัคซีนก็ยังไม่แน่ไม่นอน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรูปแบบการท่องเที่ยวในอนาคต … นี่ไม่ได้ขู่นะ

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.