Home>>แบ่งปันความรู้>>บทวิเคราะห์>>รู้สึกคิดถูกแล้วที่ไม่ได้รอสอย Microsoft Surface Duo แต่ก็เป็นกำลังใจให้ Microsoft สู้ๆ นะ
Microsoft Surface Duo
บทวิเคราะห์บ่นเรื่อยเปื่อยแบ่งปันความรู้

รู้สึกคิดถูกแล้วที่ไม่ได้รอสอย Microsoft Surface Duo แต่ก็เป็นกำลังใจให้ Microsoft สู้ๆ นะ

เมื่อปีที่แล้ว ตอนที่ Microsoft เขาเอาปล่อยวิดีโอเปิดตัว Surface Duo มายั่วน้ำลายคนสายเทคโนโลยีกัน ผมก็เป็นคนนึงเลยที่ออกตัวเลยว่า เฮ้ย ปีหน้าชั้นต้องสอยเจ้าตัวนี้แหละ เพราะผมรู้สึกติดใจกับสมาร์ทโฟนสองหน้าจอในเครื่องเดียวตั้งกะตอนใช้ ZTE Axon M แล้ว แต่ Surface Duo นี่มันดีไซน์ดูดีงามกว่ามาก และขนาดหน้าจอใหญ่กว่า ดูดีมีประโยชน์กว่ามาก แต่พอเห็นราคาและสเปกแล้ว ประกอบกับได้เห็นรีวิวในต่างประเทศแล้ว แอบรู้สึกว่า เออดีแล้วแหละ ที่สุดท้ายหันไปซบ Samsung Galaxy Z Fold 2 แทน (ยกเว้นเรื่องเดียวคือราคาของยี่ห้อนี้ลงเร็วชิบหาย)

จริงๆ แล้ว สองจอใหญ่ของ Surface Duo มันมีประโยชน์มากนะ

หากใครต้องการใช้งานในด้าน Productivity บอกเลยว่าหน้าจอขนาด 5.6 นิ้ว ความละเอียด 1,350×1,800 พิกเซล สองจอ ของ Surface Duo นี่มีประโยชน์มาก เพราะหน้าจอแต่ละข้างมันใหญ่เอาเรื่อง ยิ่งอัตราส่วนการแสดงผลเป็นแบบ 3:4 แล้ว การวัดแนวทะแยงได้ 5.6 นิ้วนี่คือใหญ่เบิ้มไม่น้อยเลยนะครับ ความละเอียดในการแสดงผลแต่ละข้างก็สูง

ตัวอย่างการใช้งาน Microsoft Surface Duo ที่ใช้ Outlook และ PowerPoint พร้อมกัน

ฉะนั้นมันจะเหมาะอย่างยิ่ง เวลาที่เอามาเปิดแอปใช้งานพร้อมๆ กันสองหน้าจอ ตอบอีเมลหรือพิมพ์เอกสารบนหน้าจอนึง อีกหน้าจอนึงเปิดดูข้อมูลจากอีกแอป ดีงามจะตาย ยิ่งถ้าเกิดใช้ร่วมกับคีย์บอร์ดไร้สายด้วยแล้ว เหมือนมีโน้ตบุ๊กระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เล็กๆ ที่มีสองจอพกติดตัว

ดีไซน์ของ Surface Duo ก็สวยเฉียบทีเดียว

ถ้ากางหน้าจอออก Surface Duo จะหนาแค่ 4.8 มิลลิเมตร พับประกบกันจะหนา 9.6 มิลลิเมตร Microsoft ใส่ใจกับการออกแบบมาดีมาก ทั้งสองข้างสมมาตรกันดีทีเดียว ในเว็บรีวิวต่างๆ ไม่ว่าจะให้คะแนนดีหรือไม่ดี ต่างชมในเรื่องของดีไซน์กันทั้งนั้น

หญิงสาวกำลังถือและอ่านอีบุ๊กจาก Microsoft Surface Duo ที่อยู่ในมือ

ดีไซน์สไตล์ของ Microsoft ถูกใจคนอเมริกันที่หันมานิยมอ่านอีบุ๊กกันมากขึ้น เพราะเมื่อกางทำมุมหน่อยๆ แหม่ มันช่างเหมือนกับหนังสือซะนี่กระไร แถมที่สำคัญแอปยอดนิยมอย่าง Kindle ก็ถูกปรับซะให้ UI รองรับกับการใช้งานในรูปแบบนี้เต็มที่เลย

บานพับที่ดูจะเป็นจุดอ่อนของอะไรก็ตามที่พับๆ ได้ ไม่เว้นแม้แต่โน้ตบุ๊กเนี่ย Microsoft ก็ออกแบบมาได้ดี คนรีวิวชมกันเปาะเลยว่าจะพับจะกางนี่ลื่นปรื๊ดๆ มาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ดูแน่นหนาดี ไม่กางไม่พับเอง

แต่ซอฟต์แวร์ยังไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่ บั๊กยังเยอะ

เท่าที่ทราบ งวดนี้ Microsoft ร่วมมือกับ Google ช่วยกันพัฒนา Surface Duo กันขึ้นมาครับ เพราะดีไซน์แปลกใหม่แบบนี้ (ไม่นับ ZTE Axon M และ LG V60 หรือรุ่นใกล้เคียงที่มีออปชันเพิ่มหน้าจอที่สองผ่านเคส) มันต้องการการปรับปรุง UI และ UX ให้เหมาะสมด้วย

แต่ผมรู้สึกว่า ไอ้แนวคิดการพัฒนาแบบที่เข็นให้ผลิตภัณฑ์ออกมาเร็วๆ แล้วค่อยตามปิดจ๊อบด้วยการออกอัปเดตเพื่อแก้ปัญหาด้านซอฟต์แวร์ หรือเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ ตามมาภายหลังเนี่ย มันใช้กันเยอะจนเกินความจำเป็นไปหน่อยนะ คือ เท่าที่อ่านดูจากรีวิวแล้ว ซอฟต์แวร์ของ Surface Duo ดูเหมือนเค้กที่ยังอบไม่เสร็จดีอะ

ภาพแสดงรอยต่อของหน้าจอของ Microsoft Surface Duo
ภาพจาก slashgear.com

เรื่องนึงที่มีคนบ่นชัดเจนมากคือ ช่องว่างระหว่างหน้าจอทั้งสองข้าง ที่มันเป็นช่องว่างจริงๆ ครับ คือ ถ้าเปิดใช้งานแบบแสดงผลเต็มหน้าจอ ภาพตรงที่ถูกช่องว่างของหน้าจอทับอยู่มันจะหายไปเลยครับ ซึ่งผิดกับกรณีของการแสดงผลบนสมาร์ทโฟนสองจออย่าง ZTE Axon M ที่การแสดงผลภาพมันจะ “กระโดด” ข้ามช่องว่างระหว่างหน้าจอไป ซึ่งแม้การแสดงผลจะดูเพี้ยนๆ แต่ข้อมูลมันก็ไม่ขาดหายเหมือนบน Microsoft Surface Duo

สมาร์ทโฟน ZTE Axon M เปิดเว็บ kafaak.blog ในแบบกางหน้าจอเป็นแท็บเล็ต

นี่ยังไม่นับปัญหาอื่นๆ เช่น การที่ Accelerometer มันทำงานไม่แม่นยำ เวลาพลิกหน้าจอไปมา บางทีการแสดงผลมันก็จะไม่ขยับตามหน้าจอ, คีย์บอร์ดที่ยังใช้งานยากเวลาที่เปิดใช้งานเต็มสองหน้าจอในแนวตั้ง อะไรพวกนี้

อย่างไรก็ดี ยังมีความหวังอยู่ตรงที่ว่า Microsoft สัญญาว่าจะมีการออกอัปเดตมาให้ทุกเดือน และจะมีการอัปเดตต่อเนื่องไป 3 ปีเลย ตอนนี้ใช้ Android 10 อยู่ แสดงว่าอย่างน้อยๆ ผู้ใช้งานจะได้ใช้ไปถึง Android 12 เลยละ ฉะนั้นปัญหาอะไรที่เป็นเรื่องของซอฟต์แวร์ น่าจะได้รับการแก้ไขให้หมดไปได้

ฮาร์ดแวร์ของ Microsoft Surface Duo ไม่สมราคาค่าตัว

ปัญหาอีกเรื่องนึงที่ทำให้คนลังเลที่จะซื้อ Microsoft Surface Duo มาใช้ ก็น่าจะเป็นเรื่องของฮาร์ดแวร์ที่ไม่สมราคาค่าตัวครับ Microsoft ตั้งราคารุ่น 128GB และ 256GB ไว้ที่ $1,399 และ $1,499 (หรือประมาณ 43,4xx – 46,5xx บาท) ตามลำดับ ซึ่งยอดขายที่ดูไม่ค่อยดีนี่แหละทำให้ Microsoft ต้องยอมทนโดนด่า ลดราคาค่าตัวของแต่ละรุ่นลง $200 แม้จะเพิ่งออกวางจำหน่ายได้แค่ไม่นาน (แหม่ ยังดีกว่า Samsung Galaxy Z Fold 2 ละน่า)

CPU ที่ได้ก็เป็นแค่ Qualcomm Snapdragon 855 ที่เป็น CPU เรือธงของปีก่อน ซึ่งการที่ Microsoft ไม่สามารถใส่ Snapdragon 865 มาได้ก็เห็นว่าเป็นเพราะไม่มีที่จะใส่ชิปโมเด็ม 5G แล้วอะ และนี่ก็เลยทำให้ Surface Duo ไม่รองรับ 5G ทั้งๆ ที่ราคาค่าตัวโคตรจะเป็น Ultra flagship กล้องดิจิทัล ก็มีแค่กล้อง 11 ล้านพิกเซลตัวเดียว แถมคุณภาพที่ได้ก็ค่อนข้างไปทาง “ต่ำกว่ามาตรฐาน” หรืออย่างเก่งก็แค่ “พอไปวัดไปวาได้” เท่านั้น ผลการรีวิวเรื่องคุณภาพการถ่ายภาพของแต่ละสื่อก็แตกต่างกันออกไป จนผมเองก็ฟันธงไม่ได้ว่ามันดีไม่ดี แต่เท่าที่ลองดูภาพตัวอย่าง บอกเลยว่า ดีกว่า ZTE Axon M ที่ผมใช้แน่นอน แต่มันไม่น่าจะใช่กล้องที่ผมจะหยิบออกมาถ่ายภาพเป็นหลักแน่ๆ

ปัญหาด้านฮาร์ดแวร์ของ Surface Duo อื่นๆ ก็ตามมาอีกเพียบ

ถ้าค้นหาบน Google คำว่า “Microsoft Surface Duo Problems” เราก็จะเจอเว็บข่าวที่รายงานปัญหาต่างๆ ที่ผู้ใช้งาน Surface Duo เจออยู่หลายเว็บเลยครับ มีตั้งแต่ปุ่ม Volume และปุ่ม Power เปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง (เก่าเร็วจัง) บานพับมีปัญหา หรือแม้กระทั่งจอกระพริบ

แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ Microsoft นะ เพราะดูจะมาถูกทางแล้ว

แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่พวกรุ่นแรกๆ มันจะมีปัญหาแบบนี้แหละครับ ดูอย่าง Samsung Galaxy Z Fold รุ่นแรกเป็นตัวอย่างได้ครับ Microsoft เองก็ใช่ว่าจะไม่ได้ลองผิดลองถูก Windows Mobile ก็ลองซ้ำๆ ตั้งหลายหนจนกระทั่งไปไม่รอด ต้องหันมาพึ่งพา Android แทน หรือ Microsoft Surface RT ที่สุดท้ายก็ต้องพับเก็บไป แต่ก็ได้ประสบการณ์และบทเรียนมาพัฒนา Microsoft Surface Pro และ Surface Laptop จนติดตลาด

ก็หวังว่า Microsoft จะยังไม่สิ้นหวังกับ Surface Duo นะ เพราะผมมองว่ามันมาถูกทางแล้วแหละ แต่มันก็เหมือน Galaxy Z Fold รุ่นแรกอะ ที่ยังต้องรอพัฒนาให้สมบูรณ์กว่านี้แล้วมันก็จะแจ่มเลย

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.