Home>>รีวิว>>รีวิว GoPro HERO9 Black แอ็กชันแคมของมือโปร
GoPro HERO9 Black
รีวิว

รีวิว GoPro HERO9 Black แอ็กชันแคมของมือโปร

ความรู้สึกตอนที่ทราบสเปกของ GoPro HERO9 Black นี่คือแบบว่า มันน่าจะออกมาแทน GoPro HERO8 Black นะ บอกตรงๆ เพราะมีการปรับในแง่ของสเปกให้ดียิ่งขึ้น ซอฟต์แวร์มีการอัปเดตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่รอคอยกันมานานอีกอย่างก็คือ เพิ่มจอด้านหน้าเป็นจอสี ที่ทำตัวเป็น Viewfinder เวลาถ่ายเซลฟี่ได้แล้วซะที ตอนนี้ก็จะมาขอรีวิวให้ได้อ่านกันว่าเป็นยังไงนะครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

GoPro HERO9 Black ตัวที่รีวิวครั้งนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อจาก GoPro Thailand ให้ยืมมาลองใช้ แล้วก็รีวิวให้ได้อ่านกัน แต่ต้องขออภัยก่อนว่า แม้ผมจะได้ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเอาไว้หลายช็อต แต่เผอิญว่าผมไม่ถนัดพวกถ่ายและตัดต่อวิดีโอซักเท่าไหร่ ดังนั้น วิดีโอที่ผมเอามาให้ดูเป็นตัวอย่างก็อาจจะสั้น และน่าเบื่อหน่อยๆ นะ 555

แพ็กเกจของ GoPro HERO9 Black นี่เปลี่ยนไปชัดเจนมากครับ และจริงๆ น่าจะทำมานานแล้ว คือ เขาเปลี่ยนมาใช้ Hard case แทนที่จะเป็นกล่องพลาสติกใสที่ดูสวย แต่ก็แกะแล้วทิ้งทุกที (กล่อง GoPro HERO7 Black ของผมนี่ก็ทิ้งไปแล้ว) การที่ให้ Hard case มาเลย ก็ช่วยให้เราเซฟค่าใช้จ่ายซื้ออุปกรณ์เสริมไปได้อีกชิ้นอะ

GoPro HERO9 Black วางอยู่บน Hard case ที่ขายมาพร้อมกับตัวกล้อง
GoPro HERO9 Black

แต่เนื่องจากว่าของที่ผมได้ มันเป็นชุดรีวิวให้สื่อ ฉะนั้นเลยได้อุปกรณ์เสริมมาหลายชิ้นหน่อย แต่จริงๆ แล้ว ที่มีในกล่องน่าจะเป็นตัวกล้อง GoPro HERO9 Black, สายชาร์จและเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แบบ USB-C, ตัวขาจับกล้อง และฐานแบบที่เอาไว้ติดกับพวกหมวกกันน็อก แบบที่ใช้เทปกาว 3M และคู่มือ ก็น่าจะประมาณนี้

ด้านในของ Hard case ของ GoPro HERO9 Black ในชุดที่ให้สื่อรีวิว มีอุปกรณ์เสริมให้มาหลายชิ้นทีเดียว
ase

Hard case ที่ให้มา มีขนาดใหญ่ดี แบบว่าใหญ่กว่าพวกอุปกรณ์ที่ให้มาเยอะเลย ฉะนั้นหากเราไปหาตัว Partition หรือแผงกั้นมาใส่ ก็จะทำให้เหลือพื้นที่สำหรับใส่พวกอุปกรณ์เสริมต่างๆ ได้ไม่น้อยเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นไม้จับ GoPro, แบตเตอรี่เสริม แท่นชาร์จ ฯลฯ ด้านฝาของ Hard case ก็มีช่องตาข่ายยางยืดอยู่ เอาไว้เก็บพวก MicroSD card สำรองได้อีก

GoPro HERO9 Black ถ่ายให้เห็นจอแสดงผลขนาด 1.4 นิ้ว ด้านหน้า

ตัว GoPro HERO9 Black ดีไซน์จะใหญ่กว่า GoPro HERO8 Black อยู่นิดหน่อย เพราะมันมีจอแสดงผลด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้ว มาให้ด้วย (ไม่ใช่หน้าจอสัมผัส) ใต้ตัวกล้องก็เป็นดีไซน์แบบที่มี Mount มาให้ในตัว เหมือน HERO8 Black เลย เอาจริงๆ ถ้าไม่ใช่คนที่เอากล้องไปตะลุยโหดๆ มากๆ อาจจะไม่คิดเรื่องหาเคสมาใส่ด้วยซ้ำ

เปิดฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่ MicroSD card และพอร์ต USB-C ของ GoPro HERO9 Black

ถ้าหันด้านหลังของกล้องเข้าหาตัวเรา ด้านขวาจะเป็นฝาปิดสล็อตใส่แบตเตอรี่ พอร์ต USB-C และสล็อตใส่ MicroSD card ซึ่งฝาปิดนี่โคตรแน่นมากเลยครับ คือ กะว่ากันน้ำกันฝุ่นอย่างเต็มเหนี่ยว เพื่อให้ใช้เจ้า GoPro HERO9 Black นี่ตะลุยสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกได้หนำใจ

GoPro HERO9 Black ที่ถอด Lens protect ออกแล้ว

ดีไซน์ใหม่คราวนี้ ทำให้เราสามารถเปลี่ยน Lens protect ของ GoPro HERO9 Black ได้แล้วครับ วิธีการแกะออกจะต้องจับตัว Lens protect ให้แน่นๆ ดึงขึ้นมานิดนึง แล้วบิดนิดนึง ก็จะถอดออกมาได้ไม่ยากครับ ดูวิดีโอด้านล่าง เพื่อดูตัวอย่างครับ (ขี้เกียจถ่ายเอง เลยหาของคนอื่นมาแปะให้ดู)

งวดนี้สเปกของ GoPro HERO9 Black ได้รับการอัปเกรดมาเอี่ยมๆ เลยครับ

● เซ็นเซอร์มีความละเอียดสูงขึ้นเป็น 23.6 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพนิ่งได้ระดับ 20 ล้านพิกเซลแล้ว งวดนี้เลยถ่ายวิดีโอได้สูงสุดระดับ 5K 30fps ได้
● หน้าจอด้านหลังใหญ่ขึ้นอีกนิดหน่อยเป็น 2.27 นิ้ว แบบทัชสกรีน
● เพิ่มหน้าจอด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้ว แบบทัชไม่ได้ เป็นแบบสัดส่วน 1:1
● กันน้ำลึก 10 เมตร ใส่ Housing เพิ่ม กันน้ำลึกได้สูงสุด 60 เมตร
● แบตเตอรี่ความจุเพิ่มเป็น 1,720mAh

ประสบการณ์ในการใช้งาน GoPro HERO9 Black

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว GoPro HERO9 Black ก็ดูเหมือนจะยังใช้หน่วยประมวลผลเป็น GP1 เหมือนเดิม แต่พัฒนาการของ GoPro HERO9 Black ก็ใช่ย่อยนะ งวดนี้รองรับการปรับเลนส์เป็น 3 ระยะโฟกัส สำหรับถ่ายภาพนิ่ง คือ

● แคบ (Narrow 27mm) ซึ่งจริงๆ แล้ว สำหรับผม ผมมองว่าโหมดนี้จะได้ภาพคล้ายๆ กับเลนส์มุมกว้างของกล้องสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปนี่แหละ
● ลีเนียร์ (Linear 19-39mm) ที่ผมก็อยากบอกเลยว่าจะได้ภาพมุมกว้างพิเศษของพวกกล้องสมาร์ทโฟนอ่ะ
● กว้าง (Wide 16-34mm) ที่ได้ภาพกว้างกว่าภาพที่ได้จากเลนส์มุมกว้างพิเศษของกล้องสมาร์ทโฟนอีก แต่ภาพที่ได้จากโหมดนี้ก็จะเกิด Lens distortion สูงนะ บอกไว้ก่อน

หน้าจอการตั้งค่าระยะโฟกัสของกล้องในโหมดถ่ายวิดีโอของ GoPro HERO9 Black

และ 5 ระยะโฟกัสสำหรับถ่ายวิดีโอ คือ

● แคบ (Narrow 27mm)
● Linear + Horizon Leveling (19-34mm)
● ลีเนียร์ (Linear 19-39mm)
● กว้าง (Wide 16-34mm)
● ซูเปอร์วิว (SuperView 16mm)

มุมมองที่เพิ่มเข้ามานี้ ช่วยทั้งในเรื่องการถ่ายภาพ และถ่ายวิดีโอมาก แต่ละมุมที่เลือกได้ ประกอบกับความสามารถในการซูมภาพ ช่วยให้ GoPro HERO9 Black มันถ่ายภาพได้ในหลากหลายสถานการณ์มากขึ้น แต่เสียแค่ว่ามันไม่สามารถสลับไปมาระหว่างระยะโฟกัส Narrow – Linear – Wide ได้ มันต้องเลือกอันใดอันหนึ่ง แล้วขยับระยะภายในตัวเลือกนั้นเท่านั้น

ถ่ายด้านหน้าของ GoPro HERO9 Black ระยะใกล้ ให้เห็นหน้าจอแสดงผล 1.4 นิ้วด้านหน้า กำลังแสดงข้อมูลของกล้องอยู่

หน้าจอด้านหน้าขนาด 1.4 นิ้ว เราเลือกแสดงผลได้ 4 แบบ คือ แบบเต็มจอ ซึ่งจะเป็นการซูมภาพเข้ามาจนเต็ม แบบขนาดภาพจริง ที่ภาพจะเล็กลง แต่เราจะเห็นเฟรมภาพทั้งหมดครบถ้วน แบบแสดงแต่เฉพาะข้อมูลกล้อง ซึ่งก็จะคล้ายๆ กับหน้าจอแสดงผลด้านหน้าแบบเดิมๆ และปิดหน้าจอด้านหน้าไปเลย เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ ซึ่งโดยส่วนตัว ผมชอบแบบแสดงขนาดภาพจริงครับ ถ้าจะต้องถ่ายเซลฟี่ จะได้เห็นองค์ประกอบของภาพครับ แต่ถ้าเราเน้นถ่ายคนอื่น ปิดจอด้านหน้าไปเลย ประหยัดแบตเตอรี่ได้อีกนิด

ครั้งนี้ผมรู้สึกการใช้งานมันง่ายขึ้นแฮะ คือ มันให้เลือกได้ทั้งแบบที่เรามาไล่ปรับการตั้งค่าเอาเอง ซึ่งก็ทำได้ง่ายๆ จากหน้าจอเดียว แค่แตะไอคอนการตั้งค่าที่ต้องการ (เช่น มุมมองภาพ คุณภาพของภาพ ฯลฯ) แล้วเลือก หรือจะเซฟเป็น Profile เอาไว้ จะได้เลือกใช้ได้สะดวก

ตัวอย่างภาพนิ่งที่ได้จาก GoPro HERO9 Black ผมก็มีมาให้ดูนิดๆ หน่อยๆ นะครับ

ฟีเจอร์อย่างกันสั่นก็ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นเวอร์ชัน 3.0 ซึ่งเลือกระดับของการกันสั่นได้สองโหมด คือ ปกติ และ Boost ที่จะช่วยเรื่องการกันสั่นได้มากขึ้นไปอีก เลยลองเอามาถ่ายขำๆ ก่อนครับ เทียบแบบ ไม่มี Hypersmooth 3.0 ด้านล่างนี่

และอันนี้คือเปิด Hypersmooth 3.0 แบบ Boost แล้ว ทั้งคู่ คลิปบนและล่าง ผมก็วิ่งจากจุดเริ่มต้นไปที่ปลายทางเหมือนกันนะครับ

Timelapse ก็เป็นอีกฟีเจอร์นึงที่ได้รับการพัฒนามาถึงเวอร์ชัน 3 ที่เพิ่มความสามารถในการถ่ายที่ความเร็วปกติ สลับกับการเร่งความเร็วสูง และการถ่ายแบบสโลวโมชันได้ตามใจ ซึ่งดีงามมาก ผมลองถ่ายตอนกลางคืนดู ใช้ Night lapse ก็ออกมาโอเคดีนะ

ในส่วนของงานวิดีโอนี่ ด้วยเซ็นเซอร์ภาพที่มีความละเอียดมากขึ้น มันก็เลยถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงขึ้นไปได้อีกระดับคือ 5K ที่ 30fps ครับ ใครที่ต้องการความละเอียดสูงมากขึ้น ก็จะมีตัวเลือกละงานนี้ แต่ในงานส่วนใหญ่ 4K 60fps ผมว่าเหลือเฟือมากๆ แล้วนะ ภาพลื่นๆ เลยแหละ ความละเอียดก็เผื่อเอามา Crop ได้พอแล้ว

สำหรับคนที่ถ่ายวิดีโอแล้ว อยากเกรดสีเพื่อให้วิดีโอออกมาดูสวยขึ้น หรือได้อารมณ์ของวิดีโอออกมาตามที่ต้องการ GoPro HERO9 Black ก็ให้เราถ่ายวิดีโอในแบบ Flat ที่จะให้สีจืดๆ แต่เก็บข้อมูลสีมาครบ เพื่อที่เราจะเอาไปทำ Color grading ในโปรแกรมตัดต่อวิดีโอในภายหลังได้

แต่ถ้าขี้เกียจไปปรับสีเอง ก็เลือกเป็น GoPro ครับ เราก็จะได้สีสไตล์ GoPro ที่เน้นเรื่องความสดและจัดจ้านแทน

และแน่นอน ตั้งแต่ GoPro HERO8 Black เป็นต้นมา เจ้านี่สามารถทำตัวเป็นกล้องเว็บแคมความละเอียด 1080p ได้ด้วย ในโลกยุคที่การประชุมออนไลน์เป็นเรื่องปกติมากๆ แล้ว (ผมเองนี่มีเฉลี่ยประมาณวันละ 1 รอบ) ซื้อ GoPro HERO9 Black แล้ว ไม่ต้องไปหาซื้อเว็บแคมเพิ่ม ดีออก 555

สุดท้ายคือ Mod เสริม ที่เป็นอะไรที่เริ่มมาตอน GoPro HERO8 Black ที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการถ่ายทำเนื้อหาวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็น Max Lens Mod, Media Mod, Display Mod หรือ Light Mod ต่างก็เตรียมพร้อมรอสูบเงินในกระเป๋าของเราไป เพื่ออำนวยความสะดวก และทำให้งานถ่ายทำของเราเป็นมืออาชีพมากขึ้นละครับ

บทสรุปการรีวิว GoPro HERO9 Black

สมาร์ทโฟนสมัยนี้เขาแข่งกันเรื่องกล้องมากขึ้น ก่อนหน้าก็แข่งกันเรื่องจำนวนพิกเซล ตอนนี้ก็แข่งกันเรื่องจำนวนกล้อง ส่วนใหญ่ตอนนี้ก็มักจะมากันสามเลนส์แทบจะเป็นมาตรฐานแล้ว คือ มีเลนส์มุมกว้าง (Wide) เลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto) และ เลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultrawide) ส่งผลให้หลายๆ คน (รวมถึงผมด้วย) ไม่ค่อยมีความจำเป็นต้องใช้พวกแอ็กชันแคมแล้ว เพราะไม่ได้โลดโผนอะไรนัก ที่ต้องการจริงๆ คือเลนส์มุมกว้างพิเศษมากกว่า แถมด้วยความที่หน่วยประมวลผลของสมาร์ทโฟนมันประสิทธิภาพสูงกว่า รองรับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยแอป และยังเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อีก ผมว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้เน้นความโลดโผนในการถ่ายทำ และไม่อยากพกโน่นพกนี่ไปเยอะ สมาร์ทโฟนอาจจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่า

แต่สำหรับคนที่อยากแยกอุปกรณ์สำหรับถ่ายวิดีโอ ไม่อยากไปเปลืองแบตเตอรี่สมาร์ทโฟน เพราะต้องการถ่ายจริงจังหน่อย หรือมีความโลดโผนในการถ่ายทำมากขึ้น ซึ่งสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปเนี่ย เอามาทำแบบนี้ไม่เหมาะ GoPro HERO9 Black ในราคา 15,999 บาท นี่ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีทีเดียว

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.