Home>>รีวิว>>รีวิว ASUS Vivo AiO M241DAK-BA016TS คอมพิวเตอร์พีซีแบบครบจบในตัวเดียว
คอมพิวเตอร์ All-in-One ASUS Vivo AiO M241DK-BA016TS วางอยู่บนโต๊ะทำงาน กำลังเปิดเว็บนายกาฝากอยู่
รีวิว

รีวิว ASUS Vivo AiO M241DAK-BA016TS คอมพิวเตอร์พีซีแบบครบจบในตัวเดียว

จะเรียกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รีวิวและมีโอกาสใช้แบบจริงๆ จังๆ กับคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One เลยก็ว่าได้ครับสำหรับตัวผม ซึ่งทาง ASUS Thailand เขาส่งรุ่น Vivo AiO M241DAK-BA016TS มาให้รีวิว ก็ถือโอกาสหยิบมาใช้งาน เอามาเล่นเกม ท่องเว็บ ดูหนัง อะไรพวกนี้ แล้วเอาประสบการณ์ในการใช้งานมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกัน

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

ASUS Vivo AiO M241DAK-BA016TS ที่รีวิวตัวนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อมาจาก ASUS Thailand ให้ยืมเล่นเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ได้เอามาลองใช้ทำโน่นทำนี่ในสไตล์การใช้งานของผม เพื่อเก็บประสบการณ์ในการใช้งานเอามาเล่าสู่กันฟังตามจริง ชอบไม่ชอบตรงไหน เราก็จะว่ากันไปตรงๆ

อันดับแรกเลย ผมลองแกะกล่องออกมาดูว่าข้างในมันให้อะไรมาบ้าง ก็พบว่ามีตัวเครื่อง ASUS Vivo AiO M241DAK-BA016TS ที่เป็นเหมือนจอคอมพิวเตอร์ขนาดเขื่องประมาณนึง เพราะมีขนาดหน้าจอ 23.8 นิ้ว นอกจากนี้ก็มีคีย์บอร์ดและเมาส์แบบไร้สาย อะแดปเตอร์ไฟแบบ 90 วัตต์ และเครื่องเล่นและเขียน DVD แบบพกพา พร้อมสายเคเบิ้ล และมันก็มาพร้อมกับ Windows 10 Home กับ Microsoft Office Home & Student 2019 ติดตั้งมาให้ เรียกว่าซื้อแล้วเอากลับบ้านมาเสียบปลั๊กก็พร้อมใช้เลยแหละ

ตัวคอมพิวเตอร์ All-in-One, คีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สาย อะแดปเตอร์ และเครื่องเล่น DVD พกพา

จอแสดงผลเป็นแบบลดแสงสะท้อน ดีงามมาก เพราะทำให้เราสามารถใช้งานในสภาพแสงต่างๆ ได้สบายตา และหน้าจอแสดงผลแบบขอบบางมาก ที่ ASUS เรียกว่า NanoEdge ทำให้แม้จอจะมีขนาด 23.8 นิ้ว แต่ตัวจอก็ใหญ่แค่พอดีๆ เลย ไม่ได้ใหญ่เกินเวอร์วัง การแสดงผลของหน้าจอนี่เต็มพื้นที่จอมากมาย อันนี้ผมชอบสุดๆ ครับ

และตามสไตล์ของพวกคอมพิวเตอร์แบบ All-in-One ก็คือ ชอบเอาพวกพอร์ตต่างๆ ไปไว้ด้านหลังครับ เจ้านี่ให้พอร์ตต่างๆ มาแบบนี้

● พอร์ต HDMI In และ HDMI Out อย่างละพอร์ต ทำให้นอกจากจะสามารถต่อจอแสดงผลเพิ่มอีกตัวเวลาใช้งานได้แล้ว ยังสามารถเอาอุปกรณ์อื่นๆ ที่มี HDMI Out มาเสียบกับเจ้านี่ เพื่อใช้เป็นเหมือนกับจอแสดงผลได้เช่นกัน

● พอร์ต USB 3.2 Gen 1 (แบนด์วิธ 5Gbps) ให้มี 4 พอร์ต เอาไว้เสียบพวกอุปกรณ์เสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพริ้นเตอร์ สแกนเนอร์ แฟลชไดร์ฟ หรือฮาร์ดดิสก์ก็ได้

● พอร์ต USB 2.0 ให้มาพอร์ตนึง เอาไว้เสียบ USB Dongle ของคีย์บอร์ดและเมาส์ไร้สายที่แถมมาให้นั่นแหละ เหมาะสุดแล้ว

● พอร์ต Gigabit LAN RJ45

● ช่องเสียบอะแดปเตอร์

แต่จริงๆ ผมอยากให้มีพอร์ต USB 3.2 Gen 1 อยู่ด้านหน้าซัก 1-2 พอร์ตก็ยังดีนะ เพราะพวกแฟลชไดร์ฟกับฮาร์ดดิสก์เนี่ย เรามักจะต้องเสียบเข้าเสียบออกบ่อยๆ เอาพอร์ตไปอยู่ด้านหลังซะหมด บางทีมันก็ไม่สะดวกที่จะเอื้อมหรืออ้อมไปเสียบข้างหลังแบบนั้น ส่วนไอ้ที่อยู่ด้านล่างของหน้าจอ ที่เหมือนจะเสียบได้ง่ายๆ ก็เป็น USB 2.0 ที่เหมาะกับเอาไปเสียบ USB Dongle สำหรับคีย์บอร์ดกับเมาส์ไร้สายมากกว่า

ด้านหลังของ ASUS Vivo AiO M241DA จะมีพวกพอร์ตต่างๆ อยู่

แต่ที่ผมไม่ชอบคือ ตำแหน่งการวางปุ่ม Power ของเครื่อง ที่อยู่ตรงมุมด้านล่างขวามือ (เวลาที่เราหันหน้าจอเขาหาเรา) หรือเวลาหันด้านหลังของจอเข้าหาเราแบบด้านบน มันก็จะอยู่ตรงมุมด้านล่างซ้ายมือ คือ เวลาที่เราจะปรับหน้าจอให้ก้มหรือเงย มืออาจจะเผลอไปกดได้ อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัว วันแรกเลยครับ ปรับๆ จออยู่ หืมมมม นิ้วไปโดน หันมามองจออีกทีขึ้น Shutting down จ้า

หน้าจอการตั้งค่า Power and sleep button settings ของ Windows 10

แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ไปที่ Power and sleep button settings ของ Windows แล้วกำหนดให้ When I press the power button เป็น Do nothing ไป ก็โอเคนะครับ

ส่วนด้านใต้ของจอแสดงผลนั้น ด้านซ้ายและขวาก็จะมีลำโพงสเตริโอ นอกจากนี้ก็มีตัวล็อกแบบ Kensington อยู่ด้านซ้าย ส่วนด้านขวาก็มีปุ่มเปิดปิดจอ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต USB 2.0

ASUS Vivo AiO M241DAK เนี่ย มีสามรุ่นย่อย คือ

● BA161T ที่ใช้หน่วยประมวลผลเป็น AMD Athlon 3050U ให้แรมมา 4GB และ ฮาร์ดดิสก์ 1TB

● BA016TS ที่ใช้หน่วยประมวลผล AMD R5-3500U ให้แรมมา 4GB และฮาร์ดดิสก์ 1TB

● BA017TS ที่ใช้หน่วยประมวลผล AMD R7-3700U ให้แรมมา 8GB กับฮาร์ดดิสก์ 1TB คู่กับ SSD 256GB

ตัวที่ผมได้มารีวิวเนี่ย เป็นรุ่นกลางๆ คือ BA-016TS ครับ มองในแง่หน่วยประมวลผลแล้ว ประสิทธิภาพจะดีกว่า Intel Core i5-8250U อยู่ประมาณนึง และคงเพราะแบบนี้ละมั้ง ASUS Thailand เลยไม่ได้เอารุ่นที่ใช้หน่วยประมวลผล Intel มาขายในประเทศไทยด้วย (ผมหมายถึง ASUS Vivo AiO V241IC)

อย่างไรก็ดี เพราะมันให้แรมมาแค่ 4GB เท่านั้น และฮาร์ดดิสก์ก็เป็นแบบจานแม่เหล็กดั้งเดิม ที่ความเร็วในการอ่านและเขียนอยู่แถวๆ 100-110MB/s เท่านั้น (ฮาร์ดดิสก์ ดูจากรหัสแล้วคือ ฮาร์ดดิสก์โน้ตบุ๊กของ Seagate แบบ 5,400 รอบ) ผลก็คือ แม้หน่วยประมวลผลจะค่อนข้างโอเค (ในฐานะคนเคยใช้โน้ตบุ๊กที่ใช้ Core i5-8250U หรือ R5-3500U มาก่อน) แต่พอใช้งานจริง รู้สึกได้ว่าหน่วงเอาเรื่องมาก

ไอ้ตอนบูตเครื่องไม่เท่าไหร่ครับ แต่พอเปิดโปรแกรมหลายๆ ตัว หรือทำอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะไอ้ที่จะไปดึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์รัวๆ เนี่ย จบกันเลยครับ สังเกตได้ว่าเปิดเครื่องมือ เปิดเบราวเซอร์อีกหน่อย ติดตั้งโปรแกรมอย่าง CrystalDiskMark และ Steam ผลก็คือ แรมโดนซัดไปเกือบๆ 3GB แล้ว การทำงานที่ต้องเรียกใช้ข้อมูลในฮาร์ดดิสก์รัวๆ เนี่ย จะส่งผลให้อะไรบางอย่างกระตุกๆ ได้นะครับ

เล่นเกม Torchlight ด้วย ASUS Vivo AiO M241DK-B

เป็นเครื่อง All-in-One แบบนี้ เล่นเกมได้ไหม? ก็ไม่มีปัญหานะ เพราะหน่วยประมวลผล AMD R5-3500U มันมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลกราฟิก Radeon Vega 8 ที่ประสิทธิภาพก็พอประมาณ เล่นเกม 3D แบบความละเอียดไม่สูง กราฟิกไม่สุดก็พอไหวอยู่นะ แต่น่าเสียดายที่เจ้านี่มากับแรมแค่ 4GB เท่านั้น ข้อจำกัดมันเลยอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าไปเล่นเกมไม่ได้ใหม่มาก ไม่ใช่ระดับ AAA เลย อะไรแบบเนี้ย ก็พอได้อยู่ และบอกตรงๆ หลายๆ เกม ก็ยังสนุกอยู่นะ (เช่น เกม Torchlight ที่ผมเล่นทดสอบนี้ ออกมาตอนปี 2008 ตั้ง 12 ปีมาแล้ว แต่ก็ยังเล่นโอเคอยู่เลย)

เสียงจากลำโพงผมว่าดีมาก ดังพอสมควร และให้เสียงค่อนข้างดี น่าประทับใจ มันคือข้อดีของลำโพงที่มีขนาดใหญ่กว่าโน้ตบุ๊กละมั้ง เพราะขนาดลำโพงโน้ตบุ๊กเกมมิ่งของ ASUS ที่ผมใช้ เสียงยังฟังแล้วไม่รู้สึกว่าดีเท่าตัวนี้เลย

ด้วยความที่ตัวเครื่องมันใหญ่ และหน่วยประมวลผลที่ใช้เป็นเวอร์ชันของพวกโน้ตบุ๊ก ทำให้ความร้อนของตัวเครื่องนี่ไม่มาก ยิ่งถ้าใช้งานในห้องแอร์แล้วยิ่งไม่ต้องห่วงอะไร ใครที่คิดว่าจะซื้อเอามาทำงาน ความเป็น All-in-One ของมันก็โอเคนะ ประหยัดเนื้อที่การใช้งาน วางแค่จอ เมาส์ คีย์บอร์ด ก็เรียบร้อยแล้ว เจ้านี่มีครบ กล้องเว็บแคมก็มาพร้อมเลย แต่สเปกก็ธรรมดาๆ ตามราคาเครื่องนะครับ คือ ความละเอียด 1 ล้านพิกเซล ให้เดาๆ ก็คือ 1280×720 พิกเซล หรือก็คือคุณภาพระดับ HD เท่านั้นเอง แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้ประชุมพวก Zoom หรือ Skype อะไรพวกนี้นะ ภาพที่ได้ก็สว่างดีอยู่

แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ผมอยากให้ควักเพิ่มอีก 5,000 บาท เพื่อจัดรุ่น BA017TS เลยจะดีกว่าครับ เพราะนอกจากจะได้แรม 8GB ที่น่าจะเหมาะกับการใช้งาน Windows 10 แบบพื้นๆ ที่สุดแล้ว ยังได้ SSD 256GB อีกด้วย อย่างน้อยๆ เวลารัน Windows หรือเรียกใช้โปรแกรมต่างๆ จะได้โหลดเร็วขึ้น ส่วนพวกข้อมูลอย่างไฟล์เอกสาร ไฟล์งาน ภาพถ่าย หรือเกม ก็เก็บลงฮาร์ดดิสก์ 1TB ไป

โดยรวม ในแง่ของดีไซน์ คุณภาพจอแสดงผล คุณภาพของเสียงจากลำโพงก็อยู่ในเกณฑ์ที่ประทับใจ เสียดายแค่ว่าเพราะพยายามให้ราคามันไม่แพง (15,990 บาท สำหรับรุ่นที่ผมรีวิว) แรมเลยได้แค่ 4GB และฮาร์ดดิสก์ก็เป็นแบบจานแม่เหล็กความเร็ว 5,400 รอบ ส่งผลให้ประสบการณ์ในการใช้งานแอบหน่วงๆ กระตุกๆ อยู่หลายจังหวะเลย คนที่เคยตัวใช้แต่พวกแรม 16GB แล้วก็เป็น SSD ความเร็วขั้นต่ำ 1GB/s แบบผม รู้สึกขัดใจมากๆ แต่ใครที่งบน้อย และทนรอการหน่วงได้ (เช่น เปิดเบราวเซอร์ซัก 10 แท็บ แล้วกะจะเปิดแท็บที่ 11 เป็น YouTube อาจต้องรอโหลดแท็บกับหน้าเว็บซัก 3-5 วินาที) ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ แต่ถ้ารอไม่ไหว อย่างที่บอก ควักเพิ่ม 5,000 บาท ไปให้สุดของรุ่นนี้ดีกว่า

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.