Home>>รีวิว>>รีวิวที่พักที่ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงแรมขนอมโกลเด้นบีช Khanom Golden Beach Hotel
ด้านหน้าอาคารโรงแรมขนอมโกลเด้นบีช
รีวิวเที่ยวไปทั่วไทย

รีวิวที่พักที่ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โรงแรมขนอมโกลเด้นบีช Khanom Golden Beach Hotel

สัปดาห์วันแม่ พาแม่มาเที่ยวภาคใต้ครับ ตั้งใจไปพัทลุง แต่มาแวะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชซักคืนก่อน เพื่อที่แม่และคุณป้าเพื่อนบ้านจะได้แวะไปที่วัดเจดีย์ไอ้ไข่กันด้วย จากนั้นตอนเช้าค่อยขับตะลอนต่อไปที่พัทลุงไป พาแม่ไปดูยอยักษ์ยกตะวันซักหน่อย แล้วก็เที่ยวถ่ายรูปให้หนำใจป้าๆ เขาอีกซัก 2-3 ที่ ก่อนจะตีรถกลับไปนอนที่ชุมพร แล้วค่อยยิงกลับเข้ากรุงเทพฯ แต่คืนแรกเนี่ย ก็ตั้งใจว่าจะนอนที่ขนอมครับ ติดใจบ้านศิวิไลซ์รีสอร์ต แต่น่าเสียดายว่าห้องที่อยากได้เต็ม เลยเปลี่ยนมาที่โรงแรมขนอมโกลเด้นบีชแทน ที่มีห้องวิวทะเล แล้วก็เลยขอถือโอกาสรีวิวให้ได้อ่านกันด้วยเลยนะ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

รีวิวครั้งนี้ ไม่ได้รับการสนับสนุนใดๆ จากใคร ผมไม่ใช่บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวนะฮะ ตอนนี้เขียนบล็อกเป็นงานอดิเรกเท่านั้น อันนี้จ่ายเงินเอง มาพักเองกับคุณแม่ด้วย ชอบไม่ชอบ เราจะว่ากันตรงๆ

ถ้ายิงยาวจากกรุงเทพมาที่โรงแรมขนอมโกลเด้นบีชแบบผมเลย จะใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมงนิดๆ ครับ ถ้าพยายามขับ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงมาเป็นส่วนใหญ่ (ยกเว้นบางช่วงที่มีทำถนน ติดด่าน หรือ จำกัดความเร็วต่ำกว่านี้) นี่คือ แวะทานข้าว แวะเข้าปั๊มประมาณ 4-5 ครั้งด้วยนะ

โรงแรมมี 7 ชั้น ดูจากสภาพแล้วค่อนข้างเก่านิดนึง แต่สะอาด และสภาพยังดูดีอยู่มาก จริงๆ ถ้าเกิดว่าไม่ใช่เพราะเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แขกที่มาพักก็อาจจะเยอะกว่านี้ คงไม่ได้มีโอกาสถ่ายภาพห้องว่างๆ ขนาดนี้แหง ต่อให้ผมมาวันธรรมดาก็เหอะ (เพราะขนาดห้องพักที่บ้านศิวิไลซ์รีสอร์ตโซนที่ผมอยากได้ยังเต็ม) แต่ก็ดีครับ ถ้าใครชอบใช้เวลานั่งชิลล์ๆ ผมว่าที่นี่ก็มีมุมน่ารักๆ ให้นั่งสบายๆ อยู่ที่ล็อบบี้ด้วย พนักงานก็พูดจากมีอัธยาศัยดี สุภาพ

ด้านในล็อบบี้ของโรงแรม ในส่วนมุมนั่งพักผ่อนของแขกที่มาพัก มองไกลๆ เห็นห้องอาหารด้วย

คงเพราะเป็นช่วงโควิด-19 นี่แหละ แถมยังเป็นวันธรรมดาอีก แล้วบ้านศิวิไลซ์รีสอร์ตก็อยู่ใกล้ๆ พอคนเที่ยวมีน้อย ก็โดนทางโน้นแย่งลูกค้าไปหมดละมั้ง เลยส่งผลให้แขกมาพักน้อยมาก ผมเลยได้ห้องชั้นบนสุดสบายๆ ห้องพักทุกห้อง พนักงานบอกว่าจะเป็นวิวทะเล เออ ดีแฮะ แต่เพราะว่าแขกมาพักน้อย ตามธรรมเนียมก็จะไม่มีการจัดบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า แต่จะเป็น A la carte แทน ซึ่งก็จะมีเมนูให้เลือกประมาณนึง ที่นี่ยังใช้ระบบคูปองอาหารเช้าอยู่ครับ เก็บไว้ดีๆ อย่าหายล่ะ

ภาพหน้าจอของผลการทดสอบความเร็ว WiFi ด้วยเว็บ speedtest.net

ส่วนในเรื่องของห้อง เขาก็จะมีรหัส WiFi มาให้ แต่ไม่จำกัดจำนวนคนใช้ เย่ ถือว่าดีครับ ดู Username และ password ได้จากกระดาษใบน้อยที่ให้มาพร้อมกับกุญแจของเรา ความเร็วของ WiFi นั้นก็ปิง 6ms และความเร็วในการดาวน์โหลดและอัพโหลดอยู่ที่ 28.18Mbps/17.30Mbps ก็ถือว่าไม่ช้า แต่ก็ไม่ได้เร็วปรี๊ด แต่ดู YouTube เล่นเน็ตสบายๆ

อย่างที่บอก โรงแรมค่อนข้างเก่า กุญแจห้องก็เลยเป็นแบบกลอนประตูกุญแจเดิมๆ เลย ให้มาดอกเดียวด้วย ฉะนั้น ใครถือกุญแจคือผู้มีอำนาจของห้อง และแน่นอน การจะเปิดไฟในห้องต้องเสียบพวงกุญแจ (Key tag) ด้วย แต่ห่วงกุญแจออกแรงง้างออกมาได้ ฉะนั้น เราจะสามารถแยกตัวกุญแจกับพวงกุญแจออกจากกันได้ ถ้าอยากทำ และมีแรงง้างพอ (หลายๆ โรงแรมจะเชื่อมติดเลย อดแยกมันออกจากกัน)

ตามแบบฉบับโรงแรมในประเทศไทย ห้องค่อนข้างใหญ่ดีนะ เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศ ค่าที่พักคือ คืนละ 2,000 บาท/2 คน/1 ห้อง รวมอาหารเช้าแล้ว สำหรับผมก็ถือว่าไม่ได้โหดร้ายเมื่อเทียบกับทำเลที่แบบว่า ลงจากโรงแรม แล้วเดินลงหาดได้เลย (อย่างไรก็ดี หาดทรายที่นี่ไม่ได้สวยมาก) แต่ถ้าเทียบกับบ้านศิวิไลซ์รีสอร์ต ห้องโซน R ที่ราคา 1,992 บาท/2 คน/1 ห้อง รวมอาหารเช้าเช่นกัน แล้วละก็ แบบนี้ก็แอบแพงกว่าหน่อยๆ นะ ผมว่า คือ ห้องโซน R มันเมพมาก ห้องสวย ใหม่ มีทั้งวิวสระน้ำ และวิวทะเล ดูดีกว่ามาก แต่อดเห็นวิวจากที่สูง ซึ่งอันนี้โรงแรมขนอมโกลเด้นบีชได้เปรียบ เพราะเป็นตึก แต่บ้านศิวิไลซ์รีสอร์ตก็มีโซนตึกนะ

วิวจากระเบียงของห้องพักห้อง 612 ที่โรงแรมขนอมโกลเด้นบีช เห็นต้นไม้ สนามหญ้า หาดทราย ทะเล และแนวเทือกเขาอยู่ลิบๆ

วิวจากระเบียง ยอมรับว่าสวย และวิวจากมุมสูง มันก็คืออีกมุมมองนึงในการมองชายหาด หาดขนอมทรายไม่ได้สวยมาก การจะไปมีความสุขกับหาดทรายขาวนี่ไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการมาที่นี่แน่นอน

ห้องน้ำของห้อง 612 ในโรงแรม

ห้องน้ำของห้อง 612 ที่ผมพัก เป็นห้องน้ำที่โอเคนะ มีชักโครก สายฉีดตูดพร้อม มีอ่างอาบน้ำ และระบบทำน้ำอุ่นแบบศูนย์กลาง ที่อ่างล้างหน้าก็มีสบู่เหลว แชมพู ขวดเล็กๆ ให้อย่างละขวด มีสำลีพันก้านไม้ให้ห่อนึง มีสองอัน มีหมวกอาบน้ำ แก้วเปล่าสองใบ สบู่อีกสองก้อน ไม่มีแปรงสีฟันและยาสีฟัน แนะนำให้เตรียมไปเอง

สายฉีดตูดของห้องน้ำ น้ำแรงดี แต่รูเล็กมาก เล็กจนแบบ อยากบอกว่ายิงมาโดนแล้วเจ็บจี๊ดๆ ต้องไปปรับก๊อกน้ำให้เบาแรงลงหน่อยนะ ไม่ชอบเลย 555 ส่วนเรื่องผ้าขนหนู ก็มีผ้าเช็ดตัวให้ 2 ผืน มีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดหน้าด้วย และมีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดมืออีก โอเคอยู่

ระบบก๊อกน้ำป่วนๆ นิดหน่อย คือ อยู่ๆ ไอ้ตัวสวิตช์ที่ใช้เปลี่ยนทางน้ำให้ออกก๊อกหรือฝักบัวมันเปลี่ยนเองเฉย แล้วเลยทำให้รู้ว่าก๊อกน้ำไหลจ๊อกมาก ใครกะจะแช่น้ำไม่น่ารุ่งเลย แต่ถ้าดึงสวิตช์ขึ้นมา ให้น้ำออกทางฝักบัว แรงดีอยู่ และการปรับน้ำร้อนทำได้ไม่ยาก

แล้วก็มีที่เปิดขวดแบบฝาเบียร์ในห้องน้ำด้วย แต่ที่มินิบาร์น่ะ มีแค่ชากับกาแฟ พร้อมครีมเทียมและน้ำตาล กับกาต้มน้ำ แก้วชา/กาแฟสองใบ แก้วน้ำเปล่าอีกสองใบ และน้ำเปล่าสองขวดเท่านั้นนะ คิดว่าคงเผื่อเอาไว้สำหรับคนซื้อเบียร์เป็นขวดๆ มาดื่มละมั้ง นั่งที่ระเบียบ จิบเบียร์ ชมวิว มันคงดีต่อใจสำหรับหลายๆ คน

แม้จะไม่มีมินิบาร์มาให้ แต่ก็มีตู้เย็นนะ และเย็นดีซะด้วย เอาไว้แชร์น้ำเปล่าที่แถมมา หรือเครื่องดื่มใดๆ ที่เราซื้อมาได้ แต่เป็นขนาดเล็กแบบสำหรับมินิบาร์ขนาด 1.7 คิว ช่องแช่แข็งดูมีน้ำแข็งเกาะ แต่ไม่น่าจะเย็นมากเท่าไหร่ เท่าที่ลองสัมผัสดู

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ในห้องก็มี TV LCD Samsung ขนาด 40 นิ้ว ที่มีพอร์ต HDMI ว่างๆ อยู่ครบเลย เพราะเขาต่อทีวีจากเสาอากาศ เป็นดิจิทัลทีวี ไม่ต้องใช้กล่องใดๆ ดังนั้น ใครมีเครื่องเล่นเกมพกพาไปด้วย หรือจะต่อสมาร์ทโฟนมาที่ทีวีผ่านพอร์ต HDMI ก็เตรียมสายมาได้

กระเป๋าสาน ใส่ผ้าขนหนูขนาดใหญ่สีเขียวสองผืน

อื่นๆ ก็มี รองเท้าแตะสำหรับใส่ในห้องสองคู่ ขนาดเล็กไปหน่อย ไม่พอดีกับเท้า แล้วก็มีกระเป๋าสานที่ใส่ผ้าขนหนูสีเขียวขนาดใหญ่สองผืน อันนี้เข้าใจว่าเอาไว้สำหรับลงสระน้ำ หรือไม่ก็ลงทะเล ถ้าอยากลง

ในตู้เสื้อผ้า ก็มีไม้แขวนเสื้อให้ 5-6 อัน (ดูคร่าวๆ) แล้วก็มีถุงพลาสติกสำหรับใส่เสื้อที่กะจะใช้บริการซักอบรีดของโรงแรม ซึ่งผมมักจะเอามาใช้ใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้วของทริป 555 ที่รู้สึกว่าขาดหายไปคือ ตู้เซฟสำหรับเก็บของมีค่า ที่บางทีเราไม่อยากเอาติดตัวไปเที่ยวด้วย แต่ก็กลัวจะหาย อันนี้เป็นอะไรที่น่าจะมี

ปลั๊กไฟแบบสองขา

ปลั๊กไฟในห้อง มีให้ประมาณนึงเลย คือ ตรงหัวเตียงจุดนึง (ซึ่งปกติเขาเอาไว้เสียบปลั๊กโคมไฟ แต่เราดึงออกได้) ตรงโต๊ะเครื่องแป้งที่วางทีวีอีกจุด แล้วก็ในห้องน้ำอีกจุด แต่คงเพราะเป็นโรงแรมเก่าอะ ปลั๊กมันเลยเป็นแบบสองขา ที่รองรับปลั๊กแบบหัวแบนสไตล์ U.S. กับหัวกลมสไตล์พวกเกาหลีหรือเยอรมัน แต่ใครมีปลั๊กแบบสามขา กรุณาหาหัวแปลงไปด้วย ไม่งั้นถ้าจำเป็นต้องใช้จริงๆ ได้มีหักขากัน สำหรับยุคที่คนเรามีโน่นมีนี่ให้ต้องชาร์จเยอะแยะ บอกเลย ให้มาแบบนี้ ไม่สะดวกเอามากๆ และจริงๆ ห้องที่นอนสองคนแบบนี้ ควรมีปลั๊กสองจุด สำหรับสองคนเลย

ระบบแอร์และระบบไฟแสงสว่างภายในห้อง ปรับได้จากหัวเตียงข้างนึง ตัวระบบไฟเข้าใจไม่ยาก ก็เปิดปิดสวิตช์นี่แหละ โคมไฟหัวเตียงไม่ทำงาน แต่ไม่เดือดร้อนอะไรหรอกนะ แค่คิดว่า มีไว้ประดับ แต่ใช้ไม่ได้เงี้ยเหรอ ส่วนระบบแอร์เป็นแบบ Central air ที่มีตัวปรับอยู่ ซึ่งเขาให้ปรับแค่ Low – Mid – High เท่านั้นนะ ตัวเลขอุณหภูมิไม่ต้องไปปรับมัน

อ้อ! กลางคืนอย่าเปิดประตูกระจกไปที่ระเบียงนะ และไม่จำเป็น ไม่ต้องเปรี้ยวไปนั่งจิบเบียร์ชมวิวมืดๆ ล่ะ แมลงเยอะมาก ตอมตัวจนรำคาญน่ะไม่เท่าไหร่ ถ้ามันเข้าห้องมาได้นี่ หึหึ

บทสรุปการรีวิวโรงแรมขนอมโกลเด้นบีช

เป็นโรงแรมที่ทำเลดีนะ สะอาด พนักงานเรียบร้อย อัธยาศัยดี หาไม่ยาก ขับตาม Google มาก็เจอ ที่จอดรถก็มีเพียบ จะมานอนพักเพื่อชมวิวทะเล หรือจะออกทริปไปชมปลาโลมาสีชมพูก็ได้สบายๆ แถวนี้ร้านอาหารซีฟู้ดก็เยอะ ไปลองเลือกกินดูได้

แต่ราคาคืนละ 2,000 บาทเนี่ย เล่นเอาทำให้มีข้อเปรียบเทียบกับบ้านศิวิไลซ์รีสอร์ตที่ผมเคยมาพักก่อนหน้าเลย และบอกตรงๆ ว่า ถ้าให้ผมเลือก ผมคงเลือกพักที่บ้านศิวิไลซ์รีสอร์ตมากกว่า ห้องหับใหม่กว่า ลงเล่นสระน้ำสะดวกกว่า วิวทะเล เดินเล่นริมหาดง่ายกว่ามาก ในราคาพอๆ กัน ถ้าจะไม่ทำรีโนเวต (เพราะต้องใช้งบประมาณเยอะ) ก็อาจต้องพิจารณาปรับราคาเพื่อให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้แล้วละครับ ผมเห็นละแวกนี้มีรีสอร์ตที่น่าสนใจอีกหลายๆ ที่ทะเลหน้าหาดดีๆ ด้วย แต่ยังไม่ได้มีโอกาสไปลองพักเท่านั้นเอง

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.