Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากใช้ Adobe Photoshop แบบ Subscription-based (Adobe Creative Cloud) มีอะไรบ้าง?
โปรแกรมตกแต่งภาพทางเลือก สำหรับคนไม่อยากใช้ Adobe Photoshop
บ่นเรื่อยเปื่อย

ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากใช้ Adobe Photoshop แบบ Subscription-based (Adobe Creative Cloud) มีอะไรบ้าง?

เมื่อวานเขียนบล็อกเชียร์ให้คนไปใช้ Microsoft 365 ที่เป็น Subscription-based ไปแล้ว วันนี้มาเขียนบอกทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อยากจ่ายเงินค่าสมาชิก Adobe Creative Cloud เพราะเราอยากได้โปรแกรมไว้ตกแต่งภาพ แต่ไม่ได้เอามาทำเป็นอาชีพหารายได้งิ เราจะมีทางเลือกอะไรบ้างนะ?

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

บล็อกตอนนี้ไม่ได้รับเงินใครมาเขียนนะ ตั้งใจจะบ่นๆ ให้ได้อ่านกันเฉยๆ จะได้รู้ว่าถ้าจะตกแต่งภาพแบบง่ายๆ ไม่ได้เอาไว้หากินอะไรจริงจัง มันก็มีทางเลือกที่ถูกกว่า Adobe Photoshop ให้ใช้อยู่นะเออ

ยังไง Adobe Photoshop ก็ยังเป็นที่หนึ่งในใจผมนะ

ใครที่จิตใจยังไม่มุ่งมั่นในการที่จะเลิกใช้ Adobe Photoshop แล้วไปใช้โปรแกรมอื่น ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทันนะ หากคุณตกแต่งภาพเป็นอาชีพ สร้างรายได้จากการตกแต่งภาพ ผมขอบอกเลยว่า Adobe Photoshop มันคือที่สุดจริงๆ สำหรับผม จะรีทัช จะไดคัทฉากหลังที่รกๆ หรือผมกระเซอะกระเซิง เครื่องมือของ Adobe Photoshop นี่มันสุดจริงๆ

หน้าจอแสดงราคาแพ็กเกจต่างๆ ของ Adobe Creative Cloud

และแพ็กเกจราคา Adobe Creative Cloud สำหรับ Adobe Photoshop อย่างเดียว ก็ไม่แพงด้วย แค่เดือนละ 356 บาท จ่ายเป็นรายเดือน เดือนไหนไม่ใช้ก็ไม่ต้องจ่ายสิ เราก็แค่ใช้โปรแกรมไม่ได้ แต่มันก็ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเรา เมื่อไหร่จะต้องใช้ ก็จ่ายตังค์เริ่มแพ็กเกจใหม่ ไม่จำเป็นต้องจ่ายเป็นรายปีนะครับ เพราะไม่ได้รับส่วนลดแต่อย่างใด

แต่ถ้าใครใช้โปรแกรมของ Adobe ตั้งแต่ 2-3 โปรแกรมขึ้นไป ผมแนะนำว่าเลือกแพ็กเกจ All Apps ไปเลย คุ้มกว่าเยอะ แต่ก็เช่นเคย ไม่ต้องจ่ายเป็นรายปีนะครับ เพราะไม่ได้ลดราคาอะไร ผมเองก็เคยเป็นลูกค้า Adobe Creative Cloud แบบ All Apps อยู่พักนึง ประสบการณ์ในการใช้งานของผมเป็นแบบนี้นะ

>> ดีงามมาก ใช้โปรแกรมทุกอย่างในโลกหล้าของ Adobe ได้ครบ ใครทำงานด้านกราฟิก ออกแบบ ตัดต่อวิดีโอ หรือ ต้องทำงานร่วมกับคนที่ทำงานพวกนี้บ่อยๆ อยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมสำหรับเปิดโปรแกรมพวกนี้ มันตอบโจทย์มาก

>> สามารถใช้งานได้สูงสุดสองเครื่อง ไม่ต้องสนว่าเป็นระบบปฏิบัติการอะไร Windows หรือ macOS ใช้ได้หมด และแน่นอน ได้อัพเดตเป็นเวอร์ชันใหม่เรื่อยๆ ด้วย ถ้าซื้อแบบ Perpetual license (หมายถึงไลเซ่นส์แบบจ่ายครั้งเดียว) จะต้องเลือกซื้อให้ถูกแพ็กเกจ และเดี๋ยวนี้โปรแกรมเวอร์ชันใหม่ๆ ไม่มีไลเซ่นส์แบบจ่ายครั้งเดียวแล้วนะ

>> ถ้าเป็นธุรกิจแบบที่ใช้งานโปรแกรมของ Adobe เยอะๆ มากๆ ทำงานร่วมกันเป็นทีม ซื้อไลเซ่นส์แบบ Business อาจจะดีกว่า แต่ก็แพงกว่าแบบมหึมามากครับ เวลาซื้อถ้าไม่สะดวกให้ตัดบัตรเครดิต ให้ไปหาตัวแทนจำหน่ายเอาครับ (ผมแนะนำ Thaiware ของเพื่อนผมเอง ค่าใช้จ่ายคือ 40,000 บาท/ปี) แต่บอกก่อนว่า ซื้อตรงจากเว็บ Adobe อะ ถูกกว่านิดหน่อย

หน้าจอแสดงราคาของ Adobe Creative Cloud แบบ Business

GIMP ทางเลือกสำหรับโปรแกรมตกแต่งภาพแบบ Open source

พอพูดถึงโปรแกรมตกแต่งภาพทางเลือกแทน Adobe Photoshop ที่มีฟีเจอร์เยอะแยะตาแป๊ะไก่มาก ผมนึกถึงตัวนี้เลย GIMP มันย่อมาจาก GNU Image Manipulation Program ตอนนี้ออกมาถึงเวอร์ชัน 2.10.18 แล้ว ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้

หน้าจอโปรแกรม GIMP 2.10.18

มันไม่ใช่โปรแกรมที่สามารถทำได้ทุกอย่างที่ Adobe Photoshop ทำได้ แต่มันก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานตกแต่งภาพได้ค่อนข้างครบถ้วน หลายๆ อย่างที่ Photoshop ทำได้ เจ้านี่ก็ทำได้ แค่ต้องใช้ขั้นตอนเยอะกว่า ก็แหม ของฟรีจะเอาอะไรกับมันมาก ข้อจำกัดร้ายแรงของการใช้ GIMP สำหรับผมก็คือ มันแตกต่างจาก Photoshop อย่างมาก ต้องมาเรียนรู้ User Interface ใหม่หมด ต้องมาทำความเข้าใจเครื่องมือซะใหม่

ด้วยความที่มันเป็น Open source ก็เลยเคยมีคนทำตัว User Interface มาครอบนะ ให้หน้าตาโปรแกรมออกมาเหมือน Photoshop เลย แต่พอโปรแกรมมันอัพเดตเรื่อยๆ คนทำ UI ก็ไม่พัฒนาต่อ ก็เงียบหายไป แอบเสียดายอะ

GIMP เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง หลากระบบปฏิบัติการ แล้วอยากได้โปรแกรมตกแต่งภาพที่รันได้ทั้งบน Windows, macOS และ Linux แถมมันเปิดไฟล์ .psd ของ Photoshop และ .ai ของ Illustrator ได้ด้วยนะ แต่จากประสบการณ์ในการใช้งานของผม โปรไฟล์สีมันจะออกมาเพี้ยน

Photopea.com โปรแกรมตกแต่งภาพฟรี ออนไลน์

คนที่ทำงานสายกราฟิก แต่เน้นใช้โปรแกรมฟรี น่าจะรู้จักเว็บนี้แน่ๆ Photopea.com อาจจะมีฟังก์ชันน้อยกว่า Adobe Photoshop และ GIMP เยอะมาก แต่ความสามารถในการตกแต่งภาพ รีทัชภาพ ผมว่าตอบโจทย์หลายคนแน่นอน แถม User Interface และเครื่องมือต่างๆ ก็มีหน้าตาเหมือน Adobe Photoshop อีกด้วย

หน้าจอโปรแกรม Photopea.com

ผมว่า Photopea.com เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับนักเรียนนักศึกษา หรือใครก็ตามที่อยากฝึกตกแต่งภาพ แล้วกะว่าในอนาคตจะไปใช้ Photoshop แถมการที่มันเป็นเว็บแอปพลิเคชัน เลยทำให้สามารถใช้งานได้ทุกระบบปฏิบัติการที่แท้ทรู โดยมีข้อจำกัดสำคัญๆ คือ จะต้องอัพโหลดไฟล์ขึ้นไปจัดการบนเว็บ ต้องมีอินเทอร์เน็ตตลอดเวลาใช้งาน และต้องทนรำคาญกับโฆษณาหน่อย แต่ถ้าไม่อยากทนกับโฆษณา ก็จ่ายเงินได้ 3 เดือน $10 คุณมาก

ตารางราคาของ Photopea.com ในแพ็กเกจต่างๆ

Photopea.com นี่เจ๋งมาก คือ มันมีฟ้อนต์ให้เลือกใช้เยอะ (เป็นฟ้อนต์ฟรีบนอินเทอร์เน็ต) แต่หากใครมีฟ้อนต์เฉพาะเจาะจงที่อยากใช้ ก็อัพโหลดขึ้นไปได้ รองรับทั้ง otf, ttf และ ttc

Photopea.com นี่สามารถเปิดไฟล์ .psd ของ Photoshop ได้ แต่ไม่สามารถเปิดไฟล์ .ai ของ Illustrator ได้นะครับ ก็แหม มันโปรแกรมตกแต่งภาพนี่นา

Paint.NET โปรแกรมตกแต่งภาพฟรีบน Windows

เป็นโปรแกรมที่มีขนาดเล็กมาก แต่นั่นเป็นเพราะว่ามันต้องใช้ .NET Framework 4.2 ของ Microsoft มันก็เลยรันได้บน Windows เท่านั้นแหละฮะ ตัวนี้สามารถซื้อได้จาก Microsoft Store ราคาแค่ 244 บาท แต่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีๆ เช่นกันจากเว็บไซต์ผู้พัฒนา เลือกเอาละกันว่าจะสนับสนุนผู้พัฒนาไหม เพราะเวอร์ชันฟรีก็ไม่ได้มีความสามารถด้อยกว่าเวอร์ชันเสียเงินแต่อย่างใด

หน้าจอโปรแกรม Paint.NET

Paint.NET นี่เป็นตัวเลือกที่มีฟังก์ชันน้อยสุดในบรรดาทุกทางเลือกที่ผมพูดถึงมาทั้งหมด แต่เป็นโปรแกรมที่น้ำหนักเบามาก กินทรัพยากรน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการตกแต่งภาพแบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมากทีเดียว เวลาต้องการทำอะไรแบบเร็วๆ ลวกๆ ผมเลือกที่จะเปิดโปรแกรมนี้ใช้ มันสะดวกดี แต่ข้อจำกัดคือ มันเปิดไฟล์ .psd ของ Photoshop ไม่ได้นะครับ

Affinity Photo โปรแกรมตกแต่งภาพมากความสามารถ ในราคาไม่แพง

ตัวนี้เป็นหนึ่งในโปรแกรมตกแต่งภาพที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน (ผมมี GIMP, Paint.NET และเจ้านี่ติดตั้งอยู่บนเครื่อง) ตัวนี้ก็มีหน้าตาที่พยายามจะให้คล้าย Photoshop ครับ แต่ว่าเครื่องมือต่างๆ มันก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว

หน้าจอโปรแกรม Affinity Photo

ในแง่ของความสามารถ ผมว่าหลายๆ อย่างยังสู้ Photoshop ไม่ได้ และบางทีก็สู้ GIMP ไม่ได้ด้วย แต่มันก็มีฟีเจอร์บางอย่างที่คล้ายๆ กับ Photoshop ด้วยนะ เช่น Background eraser ที่ช่วยให้เราลบแบ็กกราวด์ออกได้ง่ายๆ โดยการให้โปรแกรมทำ Sampling ตัวภาพรัวๆ เพื่อเลือกว่าอันไหนกันแน่ที่เป็นแบ็กกราวด์ มันมีประโยชน์มากเวลาที่เราต้องการลบแบ็กกราวด์ที่มันเป็นแบ็กกราวด์ชัดเจน

ข้อเสียชัดเจนของเจ้านี่คือ มันไม่ฟรี (ฮา) ราคาเต็มมัน $49.99 แต่ช่วงนี้มันลดราคา 50% อยู่ (คิดว่านับจากวันที่เขียนบล็อกตอนนี้ ก็อีกซัก 10 วันได้มั้ง) รองรับทั้ง Windows และ macOS และมีเวอร์ชันสำหรับ iPad ด้วย แต่ถ้าใครใช้ Windows อยู่ ผมแนะนำให้ซื้อจาก Windows Store ครับ เพราะมันจะทำให้เราติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราได้ 10 เครื่อง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.