Home>>รีวิว>>รีวิว OPPO A91 จอ AMOLED 4 กล้อง บางเบา ชาร์จไว้ ในราคาไม่ถึง 8 พันบาท
สมาร์ทโฟน OPPO A91
รีวิว

รีวิว OPPO A91 จอ AMOLED 4 กล้อง บางเบา ชาร์จไว้ ในราคาไม่ถึง 8 พันบาท

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม OPPO กลายเป็นแบรนด์ที่ขายดีที่สุดในไทยช่วงปลายปีที่แล้ว เฉือนแชมป์เก่าอย่าง Samsung ไปได้แบบฉิวเฉียด ก็เล่นออกสมาร์ทโฟนสเปกที่ดีพอใช้ ในราคาที่เอื้อมได้ง่ายๆ นี่แหละ ดูสิ นี่เพิ่งออก OPPO A91 มาหมาดๆ ได้จอ AMOLED 6.4 นิ้ว แรม 8GB ความจุ 128GB ในราคา 8 พันบาทมีทอน (บาทนึง) อะไรๆ ที่พวกเรือธงเขามี โดนจับมาย่อส่วนลงเจ้านี่หมดเลยสินะเนี่ย

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

OPPO A91 ที่เอามารีวิวครั้งนี้ Lazada Thailand ถามมาว่าสนใจจะรีวิวไหม เราก็ตอบตกลงไปโดยง่ายดาย แต่เช่นเคยนะ รีวิวตรงไปตรงมา ชอบไม่ชอบตรงไหน ว่ากันตรงๆ แต่ถ้าใครอ่านแล้วอยากซื้อ ก็ช่วยผมตอบแทน Lazada Thailand ด้วยการซื้อออนไลน์ผ่าน Lazada นะฮะ (ฮา)

มีอะไรบ้างในกล่อง OPPO A91?

เราจะได้อะไรบ้าง กับสมาร์ทโฟนระดับราคา 8 พันบาท? แกะกล่องออกมา สิ่งที่มีอยู่ในกล่องก็คือ ตัวสมาร์ทโฟน OPPO A91 ซึ่งมีการติดฟิล์มกันรอยมาเรียบร้อยแล้ว พิจารณาจากความเรียบร้อย ผมเดาว่ามันน่าจะติดมาจากโรงงานเลย, เคสซิลิโคน, ตัวจิ้มถาดซิม, สายชาร์จแบบ USB-A to USB-C, หูฟังแบบ 3.5 มม. และที่ชาร์จ 20W VOOC Flash Charge (จ่ายไฟสูงสุด 5V 4A)

กล่องและอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่มาในกล่องสมาร์ทโฟน OPPO A91

ตัวที่ผมได้มารีวิวเป็นสีฟ้าขาว สวยดีงามมาก น่าจะถูกใจสาวๆ เหอะ หน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ขนาด 6.4 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ Full HD+ 1,080×2,400 พิกเซล สัดส่วนการแสดงผล 20:9 ใช้กระจก Gorilla glass 5 เพื่อกันรอยขีดข่วน มีกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f2.0 26mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/3.1″ ขนาดพิกเซล 1µm ดีไซน์แบบหยดน้ำ และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ใต้หน้าจอ

ด้านหน้าของ OPPO A91 ภาพล็อกหน้าจอคือภาพของกาน้ำชา และถ้วยน้ำชา

ด้านหลังนี่เป็นดีไซน์กระจกโค้งมนตรงขอบ สีสวยมาก มีไฟ LED แฟลช กล้อง 4 ตัว ประกอบไปด้วยกล้องเซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซล f1.8 26mm ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2″ ขนาดพิกเซล 0.8µm เป็นตัวหลัก และกล้องเซ็นเซอร์ 8 ล้านพิกเซล f2.2 13mm (Ultrawide) ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4″ ขนาดพิกเซล 1.12µm เป็นกล้องตัวรองที่เน้นถ่ายภาพมุมกว้าง ส่วนอีกสองกล้องที่เหลือ ตัวนึงเป็นความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขาว-ดำ f2.4″ ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5″ ขนาดพิกเซล 1.75µm กับอีกตัวที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลเท่านั้น f2.4 แต่เป็นเซ็นเซอร์วัดระยะลึกเฉยๆ (Depth sensor)

ด้านหลังของสมาร์ทโฟน OPPO A91

รอบๆ ตัวเครื่อง ซ้ายมือก็คือปุ่มปรับระดับเสียงและถาดใส่ซิม ขวามือเป็นปุ่มเปิดปิด ด้านบนมีแค่ไมโครโฟน ส่วนด้านล่างมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. (ที่นับวันก็หายากขึ้นทุกทีๆ) รูไมโครโฟนสำหรับการสนทนา พอร์ต USB-C สำหรับชาร์จแบตเตอรี่และเชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ และลำโพงของตัวเครื่อง

ตัวถาดใส่ซิม รองรับซิมการ์ดแบบนาโนซิม ใส่ได้สองอัน และยังมีพื้นที่สำหรับใส่ MicroSD card ได้อีกด้วย ไม่ต้องเลือกที่รักมักที่ชัง ใส่ซิมที่สองแล้วใส่ MicroSD card ไม่ได้ ถือว่าดี

ถาดใส่ซิมการ์ดของสมาร์ทโฟน OPPO A91 มีช่องสำหรับใส่ซิมสองช่อง และใส่ MicroSD card อีกช่อง

โดยรวม ผมชอบดีไซน์ของ OPPO A91 มาก ดูไม่ราคาถูกเลยฮะ ดูดีงามมาก สวยเลย สาวๆ น่าจะชอบจริงจัง อย่างไรก็ดี ถ้าพิจารณาจากดีไซน์แล้ว อย่าไปคิดว่าใช้ Gorilla glass 5 แล้วจะไม่เป็นรอยล่ะ ติดฟิล์มกันรอย ใส่เคสกันไว้เหอะ และถ้าหากตกละก็ กระจกหน้ากระจกหลังมีสิทธิแตกแหงๆ เคสที่แถมมาไม่น่าจะซับแรงกระแทกอยู่ครับ และผมก็คิดว่าไม่น่าจะหาเคสกันกระแทกดีๆ ได้ง่ายๆ อะ มันเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าทนุถนอมเยอะๆ หน่อย

ลองเล่นดูว่ารู้สึกยังไงบ้างกับ OPPO A91

ด้วยความที่เป็นสมาร์ทโฟนราคากลางๆ ค่อนไปทางระดับ Entry level คือ 7,999 บาท หน่วยประมวลผลที่ถูกเลือกมาใช้คือ MediaTek MT9771V Helio P70 ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลรุ่นกลางที่ได้รับการพัฒนามาพอสมควรเลย แต่ก็ไม่ใช่ CPU รุ่นใหม่เอี่ยมแห่งปี 2020 นะครับ ตัวนี้เปิดตัวไปตอนปี 2561 และเริ่มวางจำหน่ายปี 2562 ครับ แต่เมื่อเอามารวมกับแรม 8GB กับความจุ 128GB แบบ UFS2.1 แล้วประสิทธิภาพใช่ย่อยอยู่นา ผมลองทดสอบด้วยโปรแกรม Disk speed test แล้ว ความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลอยู่ที่แถวๆ อ่าน 400MB/s เขียน 220MB/s ถือว่าเร็วดีทีเดียว

สมาร์ทโฟน OPPO A91 กำลังเปิดเว็บไซต์ kafaak.blog อยู่

แต่น่าเสียดายตรงที่ในฐานะสมาร์ทโฟนที่เปิดตัวปี 2563 เจ้านี่ยังเลือกใช้ ColorOS 6.1 ที่อยู่บนพื้นฐาน Android 9 ซึ่งในฐานะที่เคยเป็นผู้ใช้ OPPO มาบางรุ่น และก็ติดใจความสามารถของบางรุ่น (เช่น OPPO Reno Zoom เพราะเคยเอาไปใช้ทั้งเที่ยวและทำงาน กล้องดีงามมาก) ผมว่าความเร็วในการอัพเดต Android ให้เป็นเวอร์ชันใหม่นี่ยังเป็นจุดนึงที่ OPPO ยังทำได้ไม่ดี ผมเพิ่งรีวิว Wiko View 4 lite ไป ขนาดรุ่น Entry level แบบนั้นมันยัง Android 10 แล้วเลยเหอะ

เอ้า! แต่อย่างน้อย OPPO ก็มีการปรับพวก User Interface ให้มีความเป็นตัวของตัวเองเยอะพอสมควร มันก็ดีกว่าที่จะเป็น Android เพียวๆ ครับ ผมชอบ Gesture สไตล์ของ OPPO ที่มีความใกล้เคียงกับ iOS มากกว่า และใน OPPO A91 นี่ เรามีตัวเลือกของ Gesture มากขึ้นมาอีก

หน้าจอสมาร์ทโฟน OPPO A91 กำลังแสดงผลในส่วน Quick Settings อยู่

สเปกระดับนี้ ไม่ต้องถามกันแล้ว ดู YouTube ลื่นไหม ท่องเว็บลื่นไหม บอกตรงๆ ผมเลิกรีวิวการดูหนัง Full HD ว่าลื่นไม่ลื่นมานานแล้วครับพี่น้อง แรม 8GB นี่เหลือๆ เลยสำหรับการเปิดแอปหลายๆ ตัวพร้อมๆ กัน แล้วรันเป็นแบ็กกราวด์บ้างอะไรบ้าง แต่ผมไม่ชอบตรงที่สไตล์ของ OPPO จะมีการลงพวกแอปลงมาให้ แล้วถ้าเราไม่เอาก็ต้องไปลบออกเอง (ตัวที่ผมได้มารีวิว น่าจะมาจากเวียดนามรึเปล่า เห็นมีแอปของเวียดนามหลายตัวเชียว)

หน้าจอของสมาร์ทโฟน OPPO A91 กำลังแสดงไอคอนของแอปที่คาดว่ามาจากเวียดนาม

ความจุ 128GB ไม่ถือว่าเยอะมากในยุคนี้ แต่สำหรับสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นนี่ ผมว่าให้มาเยอะอยู่นะ และจริงๆ แล้วมันก็เหลือเฟือสำหรับใครหลายๆ คนเลยแหละ ลองคิดว่ารูปจากกล้องหลังของ OPPO A91 นี่คือ 12 ล้านพิกเซล ขนาดไฟล์ประมาณ 4MB นี่คือถ้าเน้นเอามาถ่ายรูปอย่างเดียวก็จะเก็บรูปได้เป็นแสนรูปเลยเหอะ

ภาพจากการทดสอบเกมด้วยแอป 3DMark

ผมเป็นคนไม่ค่อยเล่นเกมเท่าไหร่ เลยขอเลือกทดสอบด้วยโปรแกรม Benchmark อย่าง 3DMark แทนก็แล้วกันนะครับ เพราะโปรแกรมพวกนี้ มันถูก Optimize มาเพื่อทดสอบ และมีการทำกราฟิกแบบโคตรโหดเอาไว้ แล้วพอไปทดสอบกับหลากหลายยี่ห้อหลากหลายรุ่นแล้ว มันก็พอที่จะเอามาเทียบได้ว่า OPPO A91 นี่มันทำได้ดีพอๆ กับยี่ห้อไหนรุ่นไหน

ลองดูแล้ว รู้สึกได้เลยว่า OPPO A91 นี่อาจจะเล่นเกมออนไลน์บนสมาร์ทโฟนได้อยู่ แต่อาจจะต้องปรับพวกคุณภาพของกราฟิกโดยยอมลดความละเอียดไปบ้างแน่ๆ ผมลองเอามาเทียบกับ Xiaomi Mi Mix 3 ที่เป็นเรือธงลำนึงของ Xiaomi ที่มีหน่วยประมวลผลอยู่ระดับไฮเอนด์ของปี 2561 ดู บอกเลยว่าเห็นความแตกต่างชัดเจนมากครับ เมื่อเทียบตอนมันกำลังรัน Benchmark ของ 3DMark ในแง่ของเฟรมเรตแล้ว ต่ำกว่าเรือธงแบบ 4 เท่าเลย ซึ่งราคาของ Xiaomi Mi Mix 3 นี่อยู่ที่ราวๆ 12,000 บาทเท่านั้นตอนนี้ หากเราไม่มองว่ามันเป็นรุ่นเก่าออกมาปีกว่าแล้วละก็ เพิ่มอีก 4,000 เจ็บแต่จบกว่า ถ้าคิดจะเอามาเล่นเกมให้ได้กราฟิกสวยงามอลังการ (และจริงๆ ก็มีตัวเลือกอื่นอีกเยอะด้วย นี่ผมแค่เทียบเท่าที่ผมมีให้ลองเล่น)

ข้อดีของ OPPO A91 คือการใช้จอ AMOLED ซึ่งแสดงผลสีสันได้สดจัดจ้านดี และแสดงสีดำได้ดำสนิทกว่าจอ IPS LCD แต่ข้อจำกัดที่อาจทำให้บางคนหงุดหงิดคือ ด้วยความที่หน้าจอแสดงผลเป็นสัดส่วน 20:9 การดูภาพไฟล์วิดีโอ มันก็จะเห็นแถบสีดำๆ อยู่ครับ เพราะไฟล์วิดีโอโดยเฉพาะพวกหนัง มันมักจะถ่ายทำที่ 16:9 ครับ ในแง่คุณภาพเสียง ซึ่งมีผลกับเรื่องการเล่นเกม ดูหนัง อยู่ ส่วนเรื่องเสียงนั้น ลำโพงของตัวเครื่องแสดงผลเสียงย่านต่ำได้ไม่ดีเท่าไหร่ เสียงออกแหลมแสบแก้วหูถ้าเปิดดังๆ แนะนำว่าเสียบหูฟังที่แถมมาดีกว่าครับ ดีไซน์มาสไตล์ EarPods ของ Apple ใส่แล้วไม่เจ็บหู ไม่ตัดเสียงภายนอกจนเงียบไป เอามาใช้ตอนเดินบนทางเท้าได้ และแม้ว่าจะไม่ได้แสดงเสียงย่านต่ำแบบตึบๆ แต่ก็ยังแสดงเสียงย่านต่ำได้ดีประมาณนึง

กล้องของ OPPO A91 เป็นยังไงบ้าง?

ออกตัวก่อนว่าไม่ได้ทดสอบอะไรมากเหมือนกับรุ่นอื่นๆ ที่เคยทดสอบมา เพราะติดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ไปไหนมาไหนไม่สะดวกนัก เลยเอาไปถ่ายรูปตอนกำลังไปซื้อข้าวที่ห้าง (ซึ่งก็เพิ่งโดน ก.ท.ม. สั่งปิดทั้งจังหวัดไปเมื่อวันก่อนงิ)

อธิบายเป็นเรื่องๆ แบบนี้ก่อน … ในแง่ของสเปก ต้องบอกว่าแม้จะโฆษณากันว่าเป็นสมาร์ทโฟนมีกล้องหลัง 4 กล้อง แต่กล้องมันจริงๆ มีแค่ 2 ตัวหลักเท่านั้น คือ กล้องมุมกว้าง 26mm ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล กับ กล้องมุมกว้างพิเศษ 13mm ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เวลาเราถ่ายรูปแบบ 4:3 มุมกว้างจะได้ภาพขนาด 12 ล้านพิกเซล ส่วนมุมปกติจะได้ภาพขนาดประมาณ 8 ล้านพิกเซล การมาของกล้องอีกสองตัว ที่ตัวนึงเป็นเซ็นเซอร์ขาว-ดำ ส่วนอีกตัวเป็นเซ็นเซอร์วัดระยะลึกแสดงให้เห็นว่า OPPO A91 นั้นจะเน้นไปที่ Computational photography เพื่อใช้ชดเชยข้อจำกัดทางกายภาพ

จึงเห็นได้ว่าแม้ OPPO A91 จะไม่ได้มี Optical zoom เลย มันก็ยังมาพร้อมกับ Digital zoom สูงสุด 10x แต่ถ้าเราจะเอาแบบแตะบนหน้าจอเพื่อซูมเลย มันจะให้เลือกระหว่าง 1x, 2x และ 5x ซึ่งคุณภาพของภาพที่ได้ ก็ตามรูปด้านบนเลยครับ ข้อสังเกตของผมก็คือในขณะที่รูป 1x และ 2x นั้นมีขนาดไฟล์ราวๆ 4MB ขนาดรูป 12 ล้านพิกเซลปกติ รูป 5x แม้ว่าจะมีขนาดรูป 12 ล้านพิกเซล แต่ขนาดของไฟล์รูปจะอยุ่ที่ 2.8MB เท่านั้นเอง นั่นก็เพราะว่าซูม 5x มันมาจากการคำนวณ ไม่ได้มาจากเซ็นเซอร์โดยตรงครับ

รูปด้านบนสามรูป จากซ้ายไปขวาคือ 1x, 2x และ 5x ตามลำดับ ถ้าดูให้ดีๆ จะเห็นว่าการซูมที่ 2x นั้น คุณภาพของภาพไม่ได้เสียอะไรมากเลย นั่นก็เพราะว่าการทำ Digital zoom ของ 2x นั้น มันก็แค่เอาข้อมูลจากเซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซลมา Crop รูปออกเป็น 2x แล้วปรับให้เหลือ 12 ล้านพิกเซล ซึ่งการเอาภาพใหญ่มาทำให้ขนาดเล็กลง มันจะไม่เสียรายละเอียด แต่ในทางทฤษฎี ถ้าภาพขนาด 12 ล้านพิกเซล ก็แสดงว่าเซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซล ก็จะซูมได้ราวๆ 3x-4x เท่านั้นเอง 5x มันเกินความสามารถไป ส่งผลให้ไม่น่าแปลกใจที่ภาพ 5x นั้นรายละเอียดจะหายไปเยอะ

ภาพวิวจากระเบียงบ้าน มองเห็นต้นไม้อยู่ริมรั้วด้านนอก และมีรถยนต์จอดอยู่ริมถนน

ส่วนเลนส์ Ultrawide ของ OPPO A91 นั้น ให้เราสามารถเลือกถ่ายได้อีกสองมุมมอง คือ ภาพมุมกว้างพิเศษ กับ ภาพระยะใกล้พิเศษหรือที่เรียกว่ามาโคร ครับ ด้านบนนี่เป็นภาพแบบมุมกว้างพิเศษ ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ถ่ายมันจากระเบียงบ้านก็แล้วกันครับ แสงแดดยามเย็นกำลังดีทีเดียว ซอฟต์แวร์กล้องของ OPPO A91 ก็ช่วยปรับแสงและสีให้ดูอบอุ่น ตอบรับกับสถานการณ์ของภาพ

ภาพถ่ายระยะใกล้เป็นพิเศษ (มาโคร) ของคีย์บอร์ด เห็นตัวอักษรบนแป้น W A S D ซึ่งเป็นพลาสติกใส ตัวอักษรสีดำ มีไฟคีย์บอร์ดสีเขียว ชัดเจน

ในขณะเดียวกัน เมื่อเปิดโหมด Ultrawide แล้ว เอากล้องมาจ่อถ่ายระยะใกล้ๆ มันก็จะตรวจจับได้ว่าต้องเปลี่ยนมาเป็นโหมดมาโครทันที ระยะถ่ายก็อยู่ที่ราวๆ 3 เซ็นติเมตรครับ และจริงๆ ผมสังเกตว่าถ้ามันสามารถทำ Manual focus ได้ เผลอๆ จะถ่ายได้ใกล้กว่านี้อีกนะเออ แต่น่าเสียดาย ที่โหมด Expert มันไม่รองรับ Ultrawide

ที่ต้องทำใจไว้อย่างนึงคือ ภาพที่ได้จากเลนส์มุมกว้างพิเศษนี่จะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่านั้นนะครับ มันตามขนาดของเซ็นเซอร์อะ แต่ที่ผมแปลกใจอย่างนึงคือ ในโหมดถ่ายภาพมุมกว้างพิเศษนี่ มันดันเลือกแบบ 1x หรือซูม 2x ได้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อซูม 2x แล้ว ภาพก็ออกมามุมปกติเลยทีเดียว

ข้อจำกัดของ OPPO A91 คือ ความไม่ต่อเนื่องของการปรับระยะเลนส์ คือ มันแยก 26mm กับ 13mm ออกชัดเจน ผิดกับรุ่นใหญ่อย่าง Reno Zoom ที่สามารถปรับจากเลนส์มุมกว้างปกติมาเป็นมุมกว้างพิเศษได้เลย แต่การเปิดเข้าใจ Ultrawide ก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แค่แตะไอคอนทีเดียวอะนะ

โหมดการถ่ายภาพของ OPPO A91 ก็มีให้เลือกทั้งโหมดปกติ โหมดกลางคืน (PANO) โหมดมืออาชีพ (EXPERT) โหมด Time-lapse และโหมดสโลวโมชัน (SLO-MO)

ภาพของผู้ใช้ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีเทา ยืนถ่ายอยู่ริมระเบียงบ้านชั้นบน เห็นแบ็กกราวด์เป็นต้นไม้อยู่นอกรั้ว

การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ ทาง OPPO A91 ให้โหมด Portrait มา ซึ่งใช้การประมวลผลจากกล้องมุมกว้างปกติ รวมกับเซ็นเซอร์วัดระยะลึก ที่สามารถคำนวณออกมาได้ค่อนข้างโอเคอยู่นะครับ การใช้งานจะคล้ายๆ กับโหมด Portrait ของ iOS เลย คือ ต้องให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม แล้วเดี๋ยวมันก็จะทำเบลอฉากหลังได้เอง แน่นอน จุดอ่อนมันก็ยังมีอยู่ เช่น ไม่สามารถแยกแยะเบื้องหน้ากับเบื้องหลังได้ ในกรณีที่เป็นช่องว่างขนาดเล็กๆ ระหว่างตัวบุคคลเอง (ลองพิจารณาตรงช่องว่างระหว่างแขนและลำตัวของผมทั้งสองข้างได้ จะเห็นว่าภาพในนั้น ฉากหลังไม่ได้ถูกเบลอ)

ส่วนภาพอื่นๆ ที่ผมลองไปถ่ายมาก็ดูตามด้านล่างนี่เลยครับ หลักๆ ก็ถ่ายเอาจากในห้างที่เปิดอยู่ เพราะอาศัยตอนที่ออกมาหาซื้อข้าวกลับไปกินที่บ้านนี่แหละ ผมไม่ได้มีโอกาสไปหาสถานที่ถ่ายภาพด้วย Night mode ดีๆ เพราะติดเรื่องการชัตดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 ครับ ต้องขออภัย

ผมมองว่าด้วยความที่ OPPO A91 เลือกใช้เซ็นเซอร์ความละเอียดสูง แล้วนำมาประมวลผลแบบ Computational photography เพื่อให้ได้ภาพที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ภาพที่ได้มีความคมชัดดี สวย ทั้งกลางแจ้งและภายในอาคาร

บทสรุปการรีวิว OPPO A91

ในราคา 7,999 บาท บอกได้เลยว่าสเปกบางอย่างนี่ไม่แพ้พวกเรือธงอายุปีกว่าๆ ปีครึ่ง เลยนะ เอ้า ลองเทียบกับ Xiaomi Mi Mix 3 สิ ถ้าไม่นับ CPU กับ GPU แล้ว Mi Mix 3 ก็ได้แรม 6GB ความจุ 128GB เอง OPPO A91 ได้แรม 8GB ความจุ 128GB ซึ่งตัว NAND Flash นี่ OPPO A91 ความเร็วในการอ่านช้ากว่า Mi Mix 3 ประมาณ 20% แต่ความเร็วในการเขียนนี่พอกันเลย ในแง่ของกล้อง ผมว่า OPPO A91 ทำได้ดีกว่า Xiaomi Mi Mix 3 อีก คงเพราะเทคโนโลยีมันใหม่กว่า สดกว่าด้วยแหละ

ตอนนี้ยังไม่มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ อยากได้ ไปพรีออร์เดอร์ไว้ก่อนได้บน OPPO Official Store บน Lazada

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.