Home>>บ่นเรื่อยเปื่อย>>หมึกพริ้นเตอร์แพงกว่าเครื่องพริ้นเตอร์ซะอีกนะเออ
ภายในเครื่องพริ้นเตอร์ Brother แสดงให้เห็นตลับหมึกสี M C Y BK
บ่นเรื่อยเปื่อย

หมึกพริ้นเตอร์แพงกว่าเครื่องพริ้นเตอร์ซะอีกนะเออ

ปีก่อนนู้นไปซื้อโน้ตบุ๊ก ASUS ZenBook S UX391UA มา มันแถมพริ้นเตอร์มาให้ด้วย ดีเหมือนกัน เพราะที่บ้านไม่มีพริ้นเตอร์ใช้มานานแล้ว ตั้งกะเรียนจบ แต่ใช้ไปพักนึง หมึกดำมันเริ่มจะหมดครับ เลยไปดูว่าราคาหมึกดำมันเท่าไหร่ ปรากฏว่า 570 บาทครับ ส่วนหมึกสีเนี่ย 830 บาท (ราคาของร้าน Advice) ถ้าซื้อสองตลับรวมกัน 1,400 บาท แต่ เฮ้ย! เครื่องพริ้นเตอร์เองเนี่ย ราคา 1,350-1,380 บาทเองนะ (ยิ่งเมื่อวันก่อนไปดูในงาน Commart X Pro มา เห็นเหลือ 1,150 บาทเองด้วยมั้ง!!) ทำไมหมึกพริ้นเตอร์มันแพงกว่าเครื่องพริ้นเตอร์เองงี้ล่ะ

จริงๆ เรื่องหมึกพริ้นเตอร์มันแพงนี่ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ Consumer Report เขามีการทำอินโฟกราฟิกอธิบายเอาไว้แบบนี้ครับ ราคาหมึกเนี่ย โดยเฉลี่ย (ไม่สนยี่ห้อเนาะ) อยู่ที่ $50 ต่อออนซ์ (1 ออนซ์ คือประมาณ 30 มิลลิลิตร) หรือก็คือประมาณ $6,400 ต่อแกลลอน หรือถ้าคิดเป็นมาตราวัดที่เราคุ้นเคยก็ ตกราวๆ $16,650 ต่อลิตรครับ คำนวณเป็นเงินไทยก็ 523,000 บาทต่อลิตร ประมาณนั้น (น้ำมันที่ว่าแพงๆ ยัง 30-40 บาทต่อลิตรเลยฮะพี่น้องฮะ)

อินโฟกราฟิกอธิบายราคาของหมึกพริ้นเตอร์

IHS Markit เคยประเมินต้นทุนการผลิตของเครื่องพริ้นเตอร์ HP Envy 4520 all-in-one ซึ่งมีราคาจำหน่ายคือ $70 เอาไว้ที่ประมาณ $120 โดยบอกว่าคำนวณตัวเลขนี้มาจากการแยกชิ้นส่วนออกมาแล้ว ประเมินราคาต้นทุนของชิ้นส่วนต่างๆ แล้วเอามาบวกกัน

ซึ่งในเรื่องนี้ ภายหลังทาง HP เขามีแถลงการณ์อธิบาย ซึ่งดูตอบไม่ตรงคำถามซักเท่าไหร่ดังนี้ครับ (ผมแปลมาให้นะ ต้นฉบับไปดูเอาจากลิงก์นะ)

หมึกและโทนเนอร์ของแท้จาก HP นั้นมอบประสบการณ์ในการพิมพ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า เราได้ลงทุนอย่างมหาศาลไปกับการวิจัยและพัฒนาในแต่ละปี เพื่อให้ได้รับคุณภาพในการพิมพ์ที่ดีที่สุด โดยยังคงรักษาสภาพแวดล้อมอย่างยั่งยืน เมื่อลูกค้าซื้อผลิตภัณฑ์ของ HP พวกเขาก็จะลดการสร้างขยะพลาสติก และมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พวกเราทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อมอบคุณค่าที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา รวมถึงบริการ Instant Ink ที่เป็นบริการส่งมอบหมึกพิมพ์แบบจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน ซึ่งครอบคลุมทั้งการส่งมอบหมึก และการนำตลับหมึกเก่ามารีไซเคิล

HP

คุณคิดว่าแถลงการณ์ข้างต้นตอบคำถามที่ว่า “ทำไมหมึกพิมพ์มันแพงจัง” หรือ “ทำไมหมึกพิมพ์มันแพงกว่าพริ้นเตอร์อีกอะ” นี่รึเปล่า? ผมว่าไม่นะ (ฮา)

เอาตัวอย่างง่ายๆ แบบนี้ก็ได้นะครับ ไม่ต้องแยกชิ้นส่วนเครื่องพริ้นเตอร์แบบ IHS Markit หรอก พริ้นเตอร์ 1,350 บาทที่ผมพูดถึงข้างต้นนี่แหละ มาพร้อมกับหมึกพิมพ์เหมือนกัน เพียงแต่มันเป็นไซส์เล็ก ครับ ซึ่งผมลองไปค้นๆ ดูแล้ว หมึกไซส์เล็กทั้งสีและขาวดำเนี่ย ราคารวมกันแล้วมันตกราวๆ 830 บาทครับ เอามาหักลบกันแล้ว พูดง่ายๆ ราคาเครื่องพริ้นเตอร์นี่ตก 520 บาทเท่านั้นเองนะ มันจะเป็นไปได้เหรอ พริ้นเตอร์แบบอิงค์เจ็ต รองรับการสั่งงานผ่าน WiFi นะเว้ย!

ภาพกราฟิกของเครื่องพริ้นเตอร์ที่พริ้นต์งานออกมาแล้ว

กลยุทธ์การขายเครื่องพริ้นเตอร์ของทุกค่ายคือ การขายเครื่องในราคาถูก แบบต่ำกว่าทุนมาก แล้วค่อยไปถอนทุนคืนเอาจากการขายหมึกพริ้นเตอร์เอาน่ะครับ ก็คล้ายๆ กับสินค้าอีกหลายๆ ประเภท ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายๆ กัน เช่น หน้ากากป้องกันฝุ่น N95 Xiaomi Purly อะไรแบบนี้

ที่แย่ไปกว่านั้นคือ หมึกจำนวนไม่น้อย อาจไม่ได้ถูกใช้ไปในการพิมพ์

ซอฟต์แวร์บริหารจัดการเครื่องพริ้นเตอร์ มันจะมีหัวข้อเรื่องการทำความสะอาดหัวพิมพ์ และการ Calibrate หัวพิมพ์ด้วย ซึ่งมันคืออะไรที่ผมอยากจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้องทำเลยนะครับ ถ้าไม่จำเป็น คือ ถ้าไม่ใช่ว่าคุณชาตินึงพิมพ์ทีนึงจนทำให้หัวพ่นมันตัน หรืออยู่มาวันนึงคุณพบว่าเครื่องพิมพ์มันพิมพ์ออกมาแล้วคุณภาพมันเพี้ยนๆ คุณไม่ควรจะต้องไปทำความสะอาดหัวพิมพ์ หรือทำ Calibration อะไรเลยนะ

การทำความสะอาดหัวพิมพ์อ่ะ มันคือการใช้หมึกพ่นๆๆๆ ออกมาจนหัวมันไม่ตันอ่ะ คุณจะเสียหมึกไปอย่างมากเลยนะครับกับกระบวนการนี้ ทำบ่อยๆ หมึกหมดเอาง่ายๆ นะครับ

แล้วแบบนี้ แทนที่จะซื้อหมึกใหม่ เราควรจะซื้อพริ้นเตอร์ใหม่เลยดีไหม?

ถ้าฟีเจอร์ต่างๆ ของพริ้นเตอร์มันตอบโจทย์เราแล้ว เราก็ไม่ควรซื้อใหม่ปะ เพราะมันจะกลายเป็นการสร้างขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปแทนไง อีกอย่างนึงคือ จริงอยู่ที่ว่าเครื่องพริ้นเตอร์มันแถมหมึกมาให้ด้วย แต่ก็อย่างที่บอก หมึกมันมีปริมาตรแค่ราว 50% ของหมึกปกติ หรือเผลอๆ อาจจะมีปริมาตรแค่ 30% ด้วยซ้ำไป ฉะนั้นซื้อใหม่มา สำหรับเราๆ ท่านๆ แล้ว มันก็ไม่คุ้มอยู่ดีครับ

ซื้อเครื่องพริ้นเตอร์แบบแท็งก์ ค่าหมึกถูกกว่า

ถ้าคุณไม่ได้ใช้พริ้นเตอร์น้อยแบบผม และไม่ได้เครื่องพริ้นเตอร์มาฟรีๆ ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อแบบผม (ที่ได้แถมมาจากการซื้อโน้ตบุ๊ก) ผมแนะนำว่าซื้อเครื่องพริ้นเตอร์ที่เป็นหมึกแบบแท็งก์จะถูกกว่าครับ เพราะหลายยี่ห้อเลยที่หมึกมันแพงเพราะตัวตลับมันมีองค์ประกอบบางอย่างที่ทำให้มันแพง เช่น มีหัวพิมพ์ในตัว หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ของมันเอง แต่ถ้าเป็นพวกหมึกแท็งก์ ส่วนใหญ่จะราคาถูกครับ เพราะพริ้นเตอร์แบบแท็งก์พวกนี้ เขาออกมาแข่งกับพวกหมึกแบบ 3rd party ที่เป็นหมึกแท็งก์เช่นกัน คือมันมีช่วงนี้ที่มีพวกร้านรับดัดแปลงเครื่องพริ้นเตอร์ให้กลายเป็นใช้หมึกแบบแท็งก์ด้วย หรือไม่ก็สอนวิธีการแงะตลับหมึกออกมา เพื่อเติมหมึก 3rd party ลงไป

ประหยัดสุดคือ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อปะ

เดี๋ยวนี้การหาที่พิมพ์เอกสารมันไม่ยากแล้ว แน่นอนว่าค่าพิมพ์มันก็แพงเอาเรื่องอยู่ โดยเฉพาะพิมพ์แบบสี แต่ว่าถ้าเราไม่ได้พิมพ์บ่อยๆ พิมพ์เยอะๆ การไปพิมพ์ที่ร้านพวกนี้ ในภาพรวมมันก็ถูกกว่าซื้อพริ้นเตอร์ ซื้อหมึกมาใช้ ถูกปะล่ะ

ฉะนั้น ถ้าไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องซื้อหรอกนะครับ ผมนี่แบบ ตั้งกะเรียนจบมาทำงาน ผ่านไปเป็นสิบปีนี่ พริ้นต์งานของตัวเองแบบนับครั้งถ้วนเหอะครับ แล้วคุณล่ะ ถามตัวเองยัง ว่าพริ้นเตอร์มันจำเป็นไหมที่บ้าน? คุณพิมพ์บ่อยขนาดนั้นเลย?

1 Comments

  1. นี่เราเพิ่งซื้อมาเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (6 มีนา) Epson มี Wi-Fi ด้วย หมึกแท๊งค์ สีละ 250 สีพิมพ์ได้ 7500 แผ่น ดำพิมพ์ได้ 4500 บาท เราว่าคุ้มมาก

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.