Home>>รีวิว>>แก้ว Starbucks x Stojo เห็นเขาว่าเกร๋ เลยต้องซื้อมารีวิวหน่อย
แก้วหดได้ Starbucks x Stojo กับหลอดพบได้สีเขียว
รีวิว

แก้ว Starbucks x Stojo เห็นเขาว่าเกร๋ เลยต้องซื้อมารีวิวหน่อย

เรียกว่าตกเป็นเหยื่อของการตลาดโซเชียลมีเดียก็แล้วกัน แต่ผมเห็นเพื่อนๆ บล็อกเกอร์แต่ละคนไปไล่หาซื้อแก้ว Starbucks x Stojo กันใหญ่ แล้วมันก็มีหลอดพับได้อีก บอกหายากมาก หลายคนนี่แบบ “แก้วสุดท้ายในร้าน” อะไรแบบนี้ แต่ไอเท็มอะไรที่หายาก แถวบ้านผมมักจะมี เลยไปลองหาดู พบว่าเออ มีจริงๆ ด้วยครับ เลยสอยมารีวิวซักหน่อยว่ามันดี มันเกร๋ ยังไงกันแน่

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

รีวิวครั้งนี้ งบส่วนตัว (อีกแล้วครับท่าน) แก้ว Starbucks x Stojo ใบละ 700 บาท ส่วนหลอดพับได้พร้อมเคสพวงกุญแจสีเขียวๆ นั่น อันละ 250 บาท แถมซื้อมาเป็นคู่ใช้กับแฟนอีก หมดไปสิ 1900 บาท แล้วก็มานึกได้ว่าปกติกิน Starbucks กับเขาที่ไหนกันล่ะ … ว่าจะเอาไปใส่ชานมไข่มุกแทนแล้วเนี่ย

ใครสงสารบล็อกเกอร์ต๊อกต๋อยตาดำๆ อยากจะเป็นสปอนเซอร์ บอกนะ

อะไรคือแก้ว Stojo?

หลายคนอาจจะยังไม่รู้จักแบรนด์ Stojo ครับ มันเป็นแบรนด์จากมหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มต้นจากการเป็นโปรเจ็กต์ระดมทุนบน Kickstarter ภายใต้ชื่อ Smash Cup ในฐานะแก้วกาแฟที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อให้มันหดเพื่อเก็บไปไหนมาไหนได้สะดวก ปัจจุบันแบรนด์นี้ขยายใหญ่โตขึ้น มีวางจำหน่ายในหลายประเทศ และในประเทศไทย ก็มีวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วที่เว็บไซต์ https://www.officialstojothailand.com/ ครับ

มาดูที่แก้ว Starbucks x Stojo ก่อน

แก้ว Starbucks x Stojo มีคอลเลคชั่นอยู่หลากหลายสีอยู่ แต่ตอนนี้ที่ไทยขายอยู่คือสีนี้ครับ สี Starbucks แบบออริจินัลมากๆ ตัวแก้วทำมาจากซิลิโคนและโพลีโพรพีลีน (Polypropylene) ซึ่งเป็นพลาสติกทนความร้อนประเภทนึง ที่เขานิยมเอาไปใช้ทำถุงร้อน (ไอ้ที่เราเรียกว่าถุงแกงนั่นแหละ) ฉะนั้น แก้วใบนี้ก็จะใส่ได้ทั้งร้อนและเย็น โดยทาง Stojo บอกว่าวัสดุที่นำมาใช้ ได้รับการรับรองระดับแพลตินัม (Platinum Certified) จาก FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา) และ LFGB (มาจาก Lebensmittel-, Bedarfsgegenstände-und Futtermittelgesetzbuch หรือแปลว่า “Foods, Consumer Goods and Feedstuffs Code”เป็นอารมณ์เหมือนๆ องค์การอาหารและยาของฝั่งสหภาพยุโรปเขา)

ตัวแก้วมีความจุ 16 ออนซ์ หรือประมาณ 473 มิลลิลิตร พอที่จะใส่ระดับ Grande ได้ครับ มีการใส่หลอดยางสีเขียวมาให้เรียบร้อยแล้ว และพอดึงหลอดออกมาแล้ว ก็สามารถเอาฝาปิดยางสีเขียวมาปิดรูหลอดได้ ผมลองเอามาใส่น้ำ แล้วปิดรูหลอดนี่ ลองคว่ำแก้วแล้วบีบๆ ดูเบาๆ น้ำไม่รั่วไม่ไหล ถือว่าโอเค

หลอดเป็นซิลิโคนสีเขียว นิ่มๆ สามารถพับเก็บยัดลงไปในแก้วได้ เวลาพับแก้วให้ยู่ลงก็ยัดๆ หลอดไปไว้ในนั้นแหละ เส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดคือประมาณ 9 มิลลิเมตร ใหญ่พอที่จะเอาไว้ดูดไข่มุกของชานมไข่มุกหลายๆ ยี่ห้อได้

ด้านในของแก้ว มีการระบุปริมาตรเอาไว้ในระดับ 12oz - 14oz

ด้านในแก้ว ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีอะไร ที่ไหนได้ มันมีขีดบอกปริมาตรเอาไว้ด้วย ทั้งเป็นออนซ์ (Oz) ซึ่งเป็นมาตรวัดของสหรัฐอเมริกา และมิลลิลิตร ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ประเทศไทย และอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลกใช้กัน

มือข้างซ้ายกำลังถือแก้ว Starbucks x Stojo สีเขียวอยู่

ข้อควรระวังคือ ตัวแก้วเป็นซิลิโคน ฉะนั้นมันจะไม่มีการป้องกันความร้อนใดๆ เลย ถ้าคุณสั่งกาแฟร้อน ระวังอย่าจับบริเวณที่เป็นสีเขียวนะครับ แต่มันจะมีพลาสติกส่วนที่เป็นสีขาว เขาทำเอามาไว้ให้เป็นที่จับ เพื่อไม่ให้มือของเราต้องรู้สึกถึงความร้อนหรือเย็นของเครื่องดื่ม

การยุบแก้วให้เตี้ยลง อีกต้องอาศัยความชำนาญนิดนึงครับ แต่ถ้าทำจนชินแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 5-6 วินาทีเท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าตอนจะยุบมันเข้า หรือขยายมันออก ต้องเปิดจุกปิดรูหลอดออกก่อนนครับ พอยุบจนเล็กลงแล้ว เราก็เอาพลาสติกส่วนที่ใช้จับแก้วมาใส่ลงด้านล่าง มันก็จะมีขนาดกะทัดรัดมาก พกพาสะดวกขึ้นเยอะ เวลาซื้อแก้วเนี่ย เขาจะมีแถมถุงผ้า Starbucks ให้ด้วย เอาไว้พกเจ้าแก้วนี่ไปไหนมาไหนโดยเฉพาะ

ภาพเคลื่อนไหว สาธิตการยุบแก้ว Starbucks x Stojo

มาดูที่หลอดพับได้ของ Starbucks กันบ้าง

มาดูที่หลอดพับได้กันบ้าง มันมาพร้อมกับกล่องเก็บหลอดสีเขียว มีชื่อ Starbucks สีขาว ที่ทำเป็นพวงกุญแจ เพื่อให้ตอบโจทย์คนอยากพกพาไปไหนมาไหน ตัวหลอดมีดีไซน์แบบพลองสามท่อน มีส่วนที่เป็นพลาสติกเนื้อแข็งสีเขียว และข้อต่อส่วนที่พับได้เป็นซิลิโคนนิ่มสีเขียว

หลอดพับได้สีเขียวของ Starbucks อยู่ในกล่องเก็บสีเขียว

ตัวหลอดเนี่ย ตรงส่วนที่เป็นข้อต่อเวลาโดนพับๆ มันจะตีบ เราก็นึกว่ามันจะทำให้ดูดของเหลวยาก แต่จริงๆ ไม่เลยครับ มันโอเค แค่ตอนจะใช้ต้องบีบๆ มันนิดนึงให้คืนตัว ความยาวของหลอดคือ 22 เซ็นติเมตร ถ้าจะเอาไปใช้ ก็เช็กขนาดของแก้วดีๆ ด้วยนะครับ แต่ในความเห็นผม มันก็ยาวประมาณความยาวของหลอดมาตรฐาน น่าจะโอเคแหละ

ความยุ่งยากเดียวของหลอดรักษ์โลกแบบนี้ ก็คือการล้างหลอดครับ ถ้าจะใช้ เราก็ควรจะมีแปรงสำหรับล้างหลอดด้วย แต่หลอดพับได้อันนี้ ออกแบบมาให้สามารถถอดแยกออกเป็นสามชิ้นได้ ทำให้การล้างสะดวกสบายขึ้น

ไอ้ที่จะไม่สะดวกมันมีแค่เรื่องเดียวแหละ คือราคาค่าตัวที่ตั้ง 250 บาทแน่ะ

แก้ว Starbucks x Stojo เอามาใส่ชานมไข่มุก

สำหรับใครก็ตามที่คิดๆ อยู่ว่า แก้วที่มีหลอดซิลิโคนเส้นผ่านศูนย์กลาง 9 มิลลิเมตรนี่น่าจะเอาไปใส่ชานมไข่มุกดื่มได้ ผมเอาไปลองแล้วล่ะ ที่ร้าน Koi The ครับ

แต่ละร้านมีขนาดของไข่มุกไม่เท่ากัน แต่โดยทั่วไปแล้ว ขนาดของไข่มุกน่าจะพอๆ กับเส้นผ่านศูนย์กลางของหลอดของแก้วนี่พอดี ฉะนั้นอาจจะใช้ดื่มไม่สะดวก แต่ถ้าเป็นชานมไข่มุกของ Koi The ที่มีขนาดไข่มุกเล็กกว่าปกติ มันโอเคอยู่ แต่ว่าความจุของแก้วมันแค่ 473 มิลลิลิตร เลยทำให้มีข้อจำกัดตรงที่สั่งได้แค่ไซส์ S เท่านั้น (ลืมถามว่าไซส์นี้ปริมาตรเท่าไหร่) เพราะไซส์ M มันปริมาตร 500 มิลลิลิตรครับ จะล้นเอา

บทสรุปการรีวิวแก้ว Starbucks x Stojo และหลอดพับได้ของ Starbucks

หลายคนบอกว่าการจะรักษ์โลกนี่มันแพงจริงๆ แต่สำหรับผมแล้ว ผมว่ามันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอกครับ แต่ถ้าเราต้องการแบรนด์ด้วยต่างหาก มันถึงจะแพง สำหรับเคสนี้ ค่าแก้ว 700 บาท ค่าหลอดอีก 250 แอบโหดน่าดู

ถ้าเราไม่เอายี่ห้อ Startbucks มาแปะ เราซื้อแก้ว Stojo แบบ Official จะอยู่ที่ 689 บาท แต่ถ้าเราซื้อออนไลน์ เห็นแว้บๆ ว่ามีราคา 500-600 บาท ลองไปหากันเอาเอง แต่ถ้าเอาแค่แก้วซิลิโคนพับได้ ไม่ต้องยี่ห้อ Stojo นี่ ผมเห็นมีขายแบบ 199 บาทด้วยนะ ได้ความจุ 600 มิลลิลิตรด้วย ส่วนหลอดก็เช่นกัน ถ้าไม่เน้นว่าต้องยี่ห้อ Starbucks นี่ 69 บาทเองครับ มีแถมแปรงล้างหลอดด้วย

ใครอยากได้แก้วพับได้ กับหลอดพับได้ ในราคาทางเลือก คลิกลิงก์ไปซื้อด้านล่างเอาแล้วกัน

อ้างอิง

2 Comments

  1. แต่ในคู่มือการใช้บอกว่าให้ใช้สำหรับเครื่องดืมเย็นเท่านั้นนะค่ะ
    ไม่แน่ใจว่าจะใส่กาแฟร้อนได้หรือเปล่า

    1. จริงๆ แล้ว ตัวแก้วออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องดื่มเย็นครับ สังเกตว่าเขาให้ดื่มจากหลอด ผมเองก็ไม่แนะนำให้เอาไปใช้กับเครื่องดื่มร้อน เพราะมันไม่ใช่อะไรที่จะดื่มด้วยหลอดสะดวกครับ

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.