ด้านหลังของผู้หญิงชาวต่างชาติ ผมสีน้ำตาล กำลังสวมหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200

รีวิว Plantronics BackBeat FIT 3200 True Wireless Sport หูฟังไร้สายคู่ใจการออกกำลังกาย

เมื่อต้นเดือนที่แล้ว Plantronics เขาเปิดตัวหูฟังไร้สายสำหรับการออกกำลังกายตัวล่าสุด Plantronics BackBeat FIT 3200 ที่เป็นภาคต่อของ BackBeat FIT 3100 มาในราคา 5,990 บาท โดยมีการอัพเกรดให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาเปิดตัวก็ถูกลงด้วย เลยขอเอามารีวิวเพื่อให้ได้อ่าน และพิจารณาตัดสินใจซื้อหามาใช้กันครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

รีวิวครั้งนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อมาจากบริษัท Systems2000 ให้ตัวหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 ตัวนี้มาใช้งานเพื่อรีวิวให้ได้อ่านกัน แต่เนื้อหาทั้งหมดเป็นความคิดเห็นของผมเองล้วนๆ ทาง Systems2000 ไม่ได้มีส่วนเข้ามากำหนดเนื้อหาแต่อย่างใด

หากสนใจเจ้านี่ กดซื้อจากลิงก์ด้านล่างได้นะครับ ซื้อจาก Official Store บน Lazada ผมได้ค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้สมทบทุนซื้อ Gadget มารีวิวต่อ อิอิ

แพ็กเกจของ Plantronics BackBeat FIT 3200 ก็จะมีพวกคู่มือการใช้งาน จุกหูฟังอีกสองไซส์ แล้วก็ตัวเคสเก็บหูฟังที่เป็นที่ชาร์จสำรองในตัว และด้านในตัวเคสก็จะเป็นตัวหูฟัง

หูฟัง Plantronic BackBeat FIT 3200 สีน้ำเงิน ในกล่องเก็บ

ดีไซน์ของหูฟัง แม้จะเป็นแบบ True wireless หรือไร้สายที่แท้ทรู แต่เพราะออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้แน่นหนาดี ไม่หลุดง่ายๆ ตอนออกกำลังกายด้วยท่วงท่าต่างๆ ก็เลยจะเป็นแบบเกี่ยวหู คล้ายๆ กับ Plantronics BackBeat FIT 2100 และคล้ายๆ กับ Plantronics BackBeat FIT 3100 เดิม

หูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 ด้านขวา

ความแตกต่างจากตัว FIT 3100 เดิมที่เห็นได้ชัดคือ เปลี่ยนจากจุกหูฟังแบบเดิม ที่มีลักษณะเป็นเหมือนท่อแหย่เข้าไปในรูหู มาเป็นจุกหูฟังแบบ In-ear แทน ซึ่งแค่ดูจากดีไซน์ ก็พอจะบอกได้เลยว่า จะทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้น ตัดเสียงรบกวนระหว่างฟังเพลงได้ดีขึ้น แต่แลกมาด้วยการที่เราจะได้ยินเสียงรอบข้างน้อยลง ซึ่งเป็นจุดเด่นของ FIT 2100 และเป็นอะไรที่นักวิ่งหรือนักขี่จักรยานหลายๆ คนชอบ (คือการวิ่งโดยไม่ได้ยินเสียงรอบข้างมันอันตราย)

ภาพของผมที่กำลังใส่หูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 อยู่ กำลังหันด้านข้างให้

ในการควบคุมการใช้งานหูฟัง ทั้งสองข้างจะเป็นแบบปุ่มกดและปุ่มสัมผัสภายในตัว เราจะสามารถเลือกได้ผ่านแอปว่าจะให้ข้างไหนใช้ปุ่มเพื่อกด ข้างไหนใช้ปุ่มเพื่อสัมผัส และจะให้การสัมผัสเอาไว้ทำอะไร ระหว่างปรับระดับเสียง หรือเรียกใช้งานแอปอื่นๆ

ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 ผ่านทางกล่องเก็บ

การชาร์จแบตเตอรี่ให้กับหูฟัง ทำผ่านทางเคสใส่หูฟังเท่านั้นครับ ฉะนั้นที่เราต้องทำก็คือ ชาร์จแบตเตอรี่ให้กับเคสเอาไว้ ซึ่งเราสามารถตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ได้ด้วยการกดปุ่มบนตัวเคส แล้วมันก็จะแสดงระดับแบตเตอรี่มาเป็นจำนวนไฟ LED ฮะ แต่ละดวงก็แทนระดับแบตเตอรี่ประมาณ 25%

ประสบการณ์ในการใช้งาน Plantronics BackBeat FIT 3200

การดีไซน์แบบเกี่ยวหูนั้น สำหรับคนที่ไม่เคยชินก็อาจจะรู้สึกว่าใส่ยากอยู่ซักหน่อย แต่ถ้าชินๆ แล้ว มันไม่ได้ใส่ยากเย็นอะไรเลยครับ ยางซิลิโคนของจุกหูฟังนิ่มดีมาก ประกอบกับความที่มันเป็นแบบเกี่ยวหู เลยไม่ต้องพยายามยัดหูฟังให้เข้าไปในหูลึกๆ ก็ส่งผลให้สวมใส่เป็นเวลานานๆ ก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บหูแต่อย่างใด

ด้วยความที่ถูกออกแบบมาให้เป็นหูฟังออกกำลังกาย มันเลยไม่ได้มีฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน (Active Noise Cancellation: ANC) เลยทำให้ไม่ต้องเอาแบตเตอรี่ไปเสียกับฟีเจอร์นี้ เจ้านี่เลยใช้งานได้ต่อเนื่องยาวถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งมากเพียงพอสำหรับการใช้วิ่งระยะทางไกลๆ แบบมาราธอนสบายๆ เพราะต่อให้วิ่ง ช้าสุดๆ ระดับกิโลเมตรนึงใช้เวลา 9 นาที ก็ยังใช้เวลาราวๆ 6 ชั่วโมงเศษๆ เท่านั้นเอง และมันยังกันน้ำกันเหงื่อได้ สเปก IP57 ฉะนั้นออกวิ่งนานๆ ให้เหงื่อโทรมยังไง หรือฝนจะตกเปียกชุ่มยังไง ก็หมดห่วง … แต่เอาไปว่ายน้ำหรือดำน้ำไม่ได้นะครับ

หูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 เปียกน้ำเล็กน้อย มีหยดน้ำอยู่บนตัวหูฟัง

ด้านคุณภาพเสียง เทียบกับ Plantronics BackBeat FIT 3100 แล้ว เขาว่าเจ้านี่มีการจูนเสียงมาใหม่ให้ดีขึ้น และในขณะเดียวกัน ด้วยดีไซน์ที่ออกมาเป็น In-ear ก็ช่วยให้เราได้เสียงแบบเต็มๆ มากขึ้น จึงทำให้เราได้เสียงย่านต่างๆ ดีมาก แต่แลกมาด้วยการที่ มันตัดเสียงจากภายนอกไปแทบจะสิ้นเชิงเลย ถ้าเราเปิดเสียงดังพอ

และในขณะที่ BackBeat FIT 3100 มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อหูทั้งสองข้างในบางพื้นที่ที่มีสัญญาณรบกวนแรง ตัว BackBeat FIT 3200 นี่ไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย และเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้รวดเร็วมากๆ อีกด้วย ทั้งสองหูเลยครับ ดีงามมาก

ผู้หญิงชาวต่างชาติ ใส่เสื้อกล้ามสีม่วงน้ำตาล กางเกงสีเขียวมะนาว กำลังเล่นโยคะอยู่บนเสื่อสีส้ม สวมหูฟัง Plantronics BackBeat FIT 3200 อยู่

อย่างไรก็ดี ฟีเจอร์ Awareness Mode ที่เขาว่าเอาไว้ใช้เพื่อให้เราสามารถฟังเพลงไปพร้อมๆ กับยังคงได้ยินเสียงแวดล้อมเนี่ย จริงๆ แล้วมันก็แค่สวิตช์ที่ใช้สลับระดับความดังของเสียงเท่านั้นเอง คือ เรามีการตั้ง Volume เอาไว้ระดับนึง เรียกว่าระดับปกติก็แล้วกัน จากนั้น พอเราเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับหูฟังผ่านแอป Plantronics BackBeat แล้วเปิดใช้ Awareness Mode เราก็ไปปรับระดับเสียงดังให้เหมาะกับการที่เราจะได้ยินเพลงคลอ แล้วก็ได้ยินเสียงรอบข้างด้วย เวลาที่เราปิด Awareness Mode เสียงก็จะกลับไปที่ระดับปกติ แต่เวลาเราเปิด Awareness Mode เสียงก็จะกลับมาเบาลง

เช่นเดียวกับหูฟังจำพวก True wireless ตัวอื่นๆ อีกหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ คือ มันเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ทีละ 1 ตัวเท่านั้นครับ ถ้าจะเปลี่ยนไปใช้อีกเครื่อง จะต้องตัดการเชื่อมต่อระหว่างหูฟังกับอุปกรณ์ตัวแรกก่อน แล้วค่อยเชื่อมต่อกับอีกตัว ซึ่งไม่เหมือนกับหูฟังไร้สายทั่วๆ ไป ที่ไม่ใช่ True wireless ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้ 2 ตัวพร้อมๆ กัน ฉะนั้น ใครมีสมาร์ทโฟนสองเครื่องและอยากใช้หูฟังกับทั้งคู่ … เจ้านี่อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่

บทสรุปการรีวิว

Plantronics BackBeat FIT 3200 นี่เป็นหูฟังสำหรับออกกำลังกายที่ดีมาก สามารถนำมาใช้ออกกำลังกายได้ ไม่ว่าจะวิ่ง หรือขี่จักรยาน แบตเตอรี่อึด หมดห่วงเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างการออกกำลังกาย แม้จะวิ่งมาราธอน ชิปเซ็ตดีมาก เชื่อมต่อไว หมดปัญหาเสียงหายเวลาเจอสัญญาณรบกวน ที่สำคัญคือ ราคาคบหากันสบายๆ อยู่ 5,990 บาทเท่านั้นเอง

ถ้าจะซื้อ แนะนำซื้อตัวหูฟังเป็นแพ็กเกจกับกล่องใส่จะดีที่สุด และอย่าลืมลงทะเบียนเพื่อได้รับประกันสองปีด้วยนะฮะ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.