Xiaomi PowerBank 3

รีวิว Xiaomi Mi Power Bank 3 พาวเวอร์แบงก์ตัวล่าสุดของค่ายนี้

หลังจากที่ผมได้ซื้อ ASUS ZenBook S UX391UA มา ผมก็อยากลองหาพาวเวอร์แบงก์ที่จ่ายไฟแบบ USB-C PD ที่สามารถชาร์จโน้ตบุ๊กผมได้ครับ ซึ่งเผอิญว่าแม้เจ้าโน้ตบุ๊กของผมจะรับไฟ 65 วัตต์เป็นปกติ แต่ก็สามารถใช้ที่ชาร์จแบบ 45 วัตต์ได้ด้วย ผมก็เลยถือโอกาสจัด Xiaomi Mi Power Bank 3 ที่เป็นพาวเวอร์แบงก์ตัวล่าสุดจากค่ายนี้ และสามารถรองรับ USB-C PD 45 วัตต์ได้ มาลองใช้ดูครับ

หน้าตาของ Xiaomi Mi Power Bank 3 มันก็พาวเวอร์แบงก์ทั่วๆ ไปนี่แหละ วัสดุและงานประกอบนี่ดูดีทีเดียว สมชื่อ Xiaomi ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ น้ำหนักแอบหนักนิดนึง คือ 439 กรัม หรือเกือบๆ ครึ่งกิโลกรัมเลยทีเดียว สาวๆ นี่อาจจะแอบคิดหนักครับ แต่หนุ่มๆ อย่างผม ถือว่าสบายๆ แลกกับการที่พกแล้ว ชาร์จได้ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และโน้ตบุ๊ก (ที่รองรับ USB-C PD)

ตัว Xiaomi Power Bank 3

พอร์ตชาร์จมีให้สามพอร์ต คือ USB-A สองพอร์ต ที่แต่ละพอร์ตจ่ายไฟได้สูงสุด 18 วัตต์ รองรับ QuickCharge 3.0 (5V 2.4A | 9V 2A | 12V 1.5A) แต่ถ้าเสียบใช้งานสองพอร์ตพร้อมกัน จะจ่ายไฟได้สูงสุด 5V 3A กับพอร์ต USB-C ที่จ่ายไฟได้สูงสุดคือ 45 วัตต์ (5V 3A | 9V 3A | 12V 3A | 15V 3A | 20V 2A) รองรับ QuickCharge 3.0 เช่นกัน แต่ถ้าจ่ายไฟสามพอร์ตพร้อมๆ กัน จะจ่ายไฟได้ที่ 5V 5.4A | 9V 3A | 12V 3A | 15V 3A | 20V 2A … จุดสังเกตก็คือ มันจ่ายไฟรวมสูงสุดคือ 45 วัตต์นั่นเอง

ตัวพอร์ต USB-C เนี่ย ทำหน้าที่สองอย่างเลย คือจ่ายไฟก็ได้ รับไฟเข้าก็ได้ครับ นั่นหมายความว่า ถ้าเกิดต้องการชาร์จแบตเตอรี่กลับเข้ามาที่ตัวพาวเวอร์แบงก์ ก็ต้องใช้สาย USB-C นะครับ ส่วนด้านบนของพอร์ต USB-C จะมีไฟ LED อยู่ 4 ดวง เอาไว้บอกระดับแบตเตอรี่ แต่ละดวงมีค่าประมาณ 25% ครับ

พอร์ตชาร์จของ Xiaomi Mi Power Bank 3

ในส่วนของการใช้งาน ผมลองจับเอามาชาร์จโน้ตบุ๊กของผมซะเลยครับ ลองเช็กไฟดู มันจ่ายไฟราวๆ 45 วัตต์จริงๆ คือ จ่าย 15V 3A ออกมาครับ ซึ่งก็มากพอที่จะชาร์จแบตเตอรี่ให้กับโน้ตบุ๊กแบบฉุกเฉินได้ คือ ไม่ได้ชาร์จแบบกะให้เต็ม แต่ให้เลี้ยงแบตเตอรี่เอาไว้นานพอที่จะทำงานบางอย่างให้เสร็จได้

ใช้พาวเวอร์แบงก์ Xiaomi Mi Power Bank 3 ชาร์จแบตเตอรี่ให้โน้ตบุ๊ก

แล้วถ้าเอามาชาร์จพวกสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตบ้างล่ะ จะเป็นยังไง? ผมลองเอามาชาร์จกับ ZTE Axon M ที่รองรับ QuickCharge 3.0 ดู แล้วลองวัดไฟดู พบว่า มันดันจ่ายไฟ 6V 2.33A เฉย ซะงั้น (จริงๆ มันควรจ่าย 9V 3A มากกว่า) แต่อันนี้ อาจจะเป็นปัจจัยมาจากปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่ในตัวสมาร์ทโฟนล่ะนะ เพราะยิ่งใกล้เต็ม จะยิ่งจ่ายไฟน้อย

ลองเอามาชาร์จสมาร์ทโฟนที่รองรับ QuickCharge 3.0 ดู

ทีนี้ลองอีกที แต่คราวนี้ชาร์จสองเครื่องพร้อมกันเลยดีกว่า เอา ZTE Axon M กับ iPad Pro 10.5″ (2017) มาชาร์จพร้อมๆ กัน วัดไฟพร้อมๆ กันดู ปรากฏว่า จ่ายไฟราวๆ 5V 1A ทั้งคู่เลยครับ ทั้งๆ ที่มันควรจะได้ราวๆ 5V 1.5A ทั้งคู่มากกว่า … แปลกจริงๆ

ผมลองถอด ZTE Axon M ออก ปรากฏว่าก็ชาร์จแบตเตอรี่ของ iPad Pro 10.5″ ได้แค่ 5V 1A โดยประมาณ ซึ่งผิดปกติครับ เพราะมันควรจ่ายไฟได้ 5V 2A เลย ผมลองเอาสายชาร์จไปเสียบกับที่ชาร์จปกติ (ที่ชาร์จ 8 พอรต์ ยี่ห้อนึงที่ผมเคยซื้อมารีวิว) ซึ่งสามารถแจ้งปริมาณกระแสไฟที่ชาร์จได้ด้วยดู มันก็ชาร์จที่ 5V 2A อยู่นะ ด้วยสายชาร์จเส้นเดียวกันนี่แหละ … นี่ก็แปลกอีกจุด

ลองชาร์จสมาร์ทโฟนกับแท็บเล็ตพร้อมๆ กัน แล้ววัดไฟดู

และท้ายที่สุด ที่เขาบอกว่า Xiaomi Mi Power Bank 3 เนี่ย ถ้ากดปุ่ม 2 ทีติดกัน มันจะเข้าสู่โหมดจ่ายไฟน้อยกว่าปกติ เพื่อให้เหมาะกับการจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ที่ต้องการไฟน้อยๆ เช่น Smartwatch หรือ หูฟังบลูทูธ แต่ในความเป็นจริง ผมไม่คิดว่ามันมีฟีเจอร์นี้นะ และจริงๆ แล้ว ก็อาจจะไม่จำเป็นด้วย เพราะว่าจากที่ผมลองเอามาชาร์จ Fitbit Ionic กับหูฟัง Plantronics Voyager 5200 ดู พบว่าตัวกระแสไฟที่จ่ายมันก็ลดลงไปตาม Load ที่เอามาชาร์จเองอ่ะ คือ แต่ละอันชาร์จอยู่ที่ราวๆ 120-160mA โดยไม่ต้องทำอะไรเลยเหอะ

การจ่ายไฟจะลดน้อยลงเองตาม Load ที่เอามาชาร์จ

ผมลองเสียบชาร์จ ZTE Axon M ดู มันก็จ่ายไฟ 6V 2.3-2.4A อยู่ แล้วจากนั้นก็หยิบเอา iPad Pro 10.5″ มาเสียบร่วมด้วยเลย ตัววัดไฟของผมมันก็กระพริบ และเปลี่ยนมาเป็นจ่ายไฟ 5V 1A โดยประมาณทั้งสองพอร์ตเลย … ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่า จริงๆ แล้ว ตอนใช้งานจริงมันเลยจ่ายไฟได้แค่สูงสุดสองพอร์ตรวมกันคือ 5V 2A รึเปล่าเนี่ย

ในส่วนของการชาร์จตัวพาวเวอร์แบงก์นั้น ถ้าใช้ที่ชาร์จแบบปกติ จ่ายไฟ 5V 2A เนี่ย กว่าจะชาร์จเต็ม (จาก 0% – 100%) คือมีเป็น 10 ชั่วโมงนะครับ แต่ถ้าใช้ที่ชาร์จที่รองรับ QuickCharge 3.0 (18 วัตต์) ก็จะใช้เวลาราวๆ 6.5 ชั่วโมง แต่ถ้าใครซื้อมาเพื่อใช้ชาร์จโน้ตบุ๊กแบบผม ลองเอาที่ชาร์จโน้ตบุ๊กที่เป็น USB-C ไปชาร์จเลยครับ มันจะอัดไฟแบบ 45 วัตต์ ทำให้ชาร์จเต็มได้ใน 4.5 ชั่วโมงเท่านั้นเอง และมันยังมีฟีเจอร์นึงที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับคนเดินทาง คือ เจ้านี่รองรับ Passthrough charging ด้วย นั่นคือ มันจะทำการชาร์จอุปกรณ์ที่เราต่อกับพาวเวอร์แบงก์ให้เต็มก่อน จากนั้นมันจะทำการชาร์จพาวเวอร์แบงก์ต่อ ทำให้เราสามารถใช้เจ้านี่เป็นเหมือนปลั๊กพ่วง สำหรับชาร์จอุปกรณ์พกพาต่างๆ ได้เลยครับ

บทสรุปการรีวิว Xiaomi Mi Power Bank 3

ราคาค่าตัวราวๆ 1,200 บาท (แล้วแต่ว่าคุณจะซื้อร้านไหน เพราะปัจจุบันยังไม่ได้มีเอามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ) Xiaomi Mi Power Bank 3 ถือว่าคุ้มค่าอยู่ครับ พกตัวเดียวเอาอยู่จริงๆ แต่อาจจะต้องทำใจไว้นิดนึง ถ้าอยากจะชาร์จหลายๆ อุปกรณ์พร้อมๆ กัน เพราะจากที่ผมลองทดสอบดู พบว่าปริมาณกระแสไฟที่ชาร์เข้าไปได้ มันน้อยกว่าที่โฆษณาเอาไว้แฮะ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.