Wiko View3 พร้อมกล่อง

รีวิว Wiko View3 สมาร์ทโฟนสามกล้อง แค่ 5 พันบาทมีทอน

ผมเคยเปรยๆ เอาไว้เมื่อซักสองปีก่อน ตอนที่ผมเริ่มใช้ LG G6 ว่า สมาร์ทโฟนในยุคหลังๆ คงจะต้องมีกล้องสามเลนส์เป็นมาตรฐาน คือ เลนส์มุมมองปกติ เลนส์เทเลโฟโต้ และเลนส์มุมกว้างพิเศษ (Ultrawide) ตอนนี้ Wiko มาทำให้ผมรู้สึกว่า ยุคนั้นมันมาถึงแล้ว เมื่อออกรุ่น View3 มา โดยให้กล้องมาครบสามช่วง สเปกที่กำลังดี มีหน่วยความจำ 3GB และความจุ 32GB เพียงพอสำหรับการใช้งานในระดับพื้นๆ ในราคาคุ้มค่า 4,990 บาทเท่านั้น

ปัจจุบัน แบรนด์ Wiko นี่เป็นตัวเลือกนึงสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่มีสเปกประมาณนึง ในราคาที่คุ้มค่า ซึ่งตลาดระดับล่างนี่แข่งกันดุเดือดมาก และก็น่านับถือที่ Wiko ยังใจสู้ในตลาดนี้อย่างไม่ย่อท้อ เพราะแม้ว่าแบรนด์ใหญ่ๆ จะขยับไปเน้นขายสมาร์ทโฟนระดับเรือธงกันแล้ว แต่แบรนด์พวกนี้เขาก็ยังไม่ทิ้งตลาดระดับล่างไปนิ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Wiko Thailand เอื้อเฟื้อให้ Wiko View3 มารีวิวครับ แต่ความเห็นทุกอย่างในบทความนี้ เป็นของผมเองล้วนๆ ไม่มี Wiko Thailand เข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด

ที่ Wiko ให้ผมมานี่เป็นของใหม่แกะกล่องจริงๆ ครับ ซีลนี่ยังปิดอยู่เลย ภายในกล่องถือว่ามีอุปกรณ์ครบเครื่องมาก เริ่มตั้งแต่ที่ชาร์จแบบ 5V 2A และสาย Micro USB กับหูฟัง 3.5 มม. นอกจากนี้ก็ยังมีเคสแบบซิลิโคน กับฟิล์มกันรอย ซึ่งให้มาเป็นแบบกระจกเลย ถือว่าดีงาม แต่ถ้าถามผมนะ Wiko น่าจะเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB Type-C ได้แล้ว … คือผมเข้าใจนะว่ามันเหมือนว่าวงจรสำหรับ USB-C มันจะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่ผมว่ามันถึงเวลาแล้ว ที่สมาร์ทโฟนระดับล่างควรจะเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB Type-C ได้ซักที

Wiko View3 ด้านหน้า

ในส่วนของดีไซน์ตัวเครื่อง ผมบอกได้เลยว่าดูดีกว่าที่คิด สำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับห้าพันบาทมีทอนแบบนี้ ดีไซน์ที่มีด้านหลังเป็นกระจก และขอบแบบ Metalic มันวาว สวยงามดีมากจริงๆ แม้ผมจะชอบบ่นประจำว่าดีไซน์แบบนี้มันเลอะคราบนิ้วมือง่าย แต่ถ้าเช็ดให้มันแว้บ มันก็จะสวยงามจริงๆ

ด้านหน้านี่มีหน้าจอแสดงผลขนาด 6.26 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD+ มีกล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ดีไซน์แบบหยดน้ำ ซึ่งทำให้เราเห็นหน้าจอแสดงผลได้เต็มจอมากขึ้น และการที่มันแสดงผลแบบเต็มจอ นั่นหมายความว่ามันจะไม่มีปุ่มแบบกด หรือแบบ Capacitive เลย ส่วนรอบๆ ตัวเครื่องก็จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ด้านบน และรูไมโครโฟนสำหรับทำ Noise cancellation และบันทึกเสียงแบบสเตริโอ

Wiko View3 ด้านหลัง

ด้านซ้ายก็มีถาดใส่ซิม และรองรับ MicroSD card และด้านขวาก็มีปุ่ม Volume กับ Power ส่วนด้านล่างก็จะเป็นพอร์ต Micro USB เอาไว้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วก็มีรูไมโครโฟนสำหรับสนทนาและบันทึกเสียงแบบสเตริโอ กับลำโพงของตัวเครื่อง

วิจารณ์ประสิทธิภาพของ Wiko View3

สำหรับผมแล้ว สมาร์ทโฟนในปัจจุบันนี่ ถ้าราคาซัก 4,000 บาทขึ้นไป ผมถือว่าพร้อมใช้งานได้หลากหลายเลยครับ และ Wiko View3 นี่ก็เช่นกัน มันมาพร้อมกับ MediaTek MT6762WB Helio P22 ตามสถาปัตยกรรม 12 นาโนเมตร เป็นหน่วยประมวลผลแบบ Octa-core 2.0GHz Cortex-A53 และมีหน่วยประมวลผลกราฟิกเป็น PowerVR GE8320 ซึ่งตัวนี้เป็นชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนระดับกลางจากค่าย MediaTek ที่เปิดตัวไปเมื่อกลางปีที่แล้ว ซึ่งมีการรองรับ AI แล้วด้วย

ถาดใส่ซิมของ Wiko View3 ถ้าเลือกใส่ MicroSD card ก็จะต้องตัดใจจากการใส่สองซิม

ในส่วนของความจุ 32GB ที่ให้มา สำหรับผู้ใช้งานในระดับล่าง ผมว่าก็ยังถือว่าพอไหว (ถ้าไม่พอใช้ก็ไปหา MicroSD card มาเพิ่มเอา) และผมลองทดสอบตัว Storage ซึ่งได้ความเร็วในการอ่านที่ 150MB/s และความเร็วในการเขียนที่ 58MB/s ด้วยความเร็วขนาดนี้ ในการใช้งานด้านมัลติมีเดียผมว่าสบายๆ เลยครับ และความเร็วในการเขียนข้อมูล ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการบันทึกวิดีโอแบบ 1080p ได้สบายๆ หน่วยความจำ 3GB ก็ถือว่าไม่เลว เรียกว่าให้สเปกมาไม่กั๊กมาก

ในการเอามาลองใช้งานจริงๆ ผมต้องบอกก่อนว่าห้ามเอาไปเทียบกับพวกเรือธงที่เขาวางให้เล่นๆ กันนะครับ Wiko View3 นี่ถือว่าให้ประสบการณ์ในการใช้งานที่ดี ลื่นไหลประมาณนึงเลย คือ ไม่ถึงกับลื่นปรื๊ดหัวแตก แต่มันก็ไม่ได้หน่วงจนน่ารำคาญ ตัวสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง ทำงานได้รวดเร็ว การเปิดแอป ไม่ได้รู้สึกถึงอาการหน่วงอะไร แต่ที่ผมสังเกตก็จะเป็นเรื่องตอนเปิดแอปกล้องครับ คือ มันยังหน่วงอยู่พอสมควร ไม่เหมาะกับการรีบควักออกมาใช้ถ่ายรูปเร็วๆ อย่างแน่นอน

สำหรับคนที่คิดจะเอามาดูหนังฟังเพลง ผมว่าเจ้านี่ตอบโจทย์ได้สบายๆ ดูหนังความละเอียด Full HD 1080p หรือฟังเพลงก็สบายๆ ตัวหูฟังก็มีดีไซน์ที่ไม่ต้องใส่ฟองน้ำเพื่อเพิ่มความกระชับแล้ว สวมใส่แล้วสบายหูมาก ในส่วนของคุณภาพเสียงนั้น ก็สมกับราคาดีครับ เบสไม่ตึบมาก แต่ก็ให้เสียงย่านต่ำได้ดีอยู่ แค่เบสไม่ได้มาเป็นลูกๆ แบบหูฟังที่เน้นเบสเท่านั้นเอง

ลองเล่น ROV แบบปรับสเปกกราฟิกสูงสุด เปิดภาพแบบ HD ถูกจำกัดเฟรมเรตไว้ที่ 30fps

ในส่วนของเกม ผมลองเล่น ROV ดูก็แล้วกัน ตัว Wiko View3 นี่มี Game mode ให้เปิดใช้ ผมลองเล่นโดยเปรียบเทียบระหว่างเปิด Game mode กับไม่เปิด Game mode แล้ว ผมไม่รู้สึกถึงความแตกต่างกันมาก อาจจะเพราะผมไม่ค่อยได้ลงแอป หรือเปิดแอปอะไรค้างเอาไว้มาก เพราะ Game mode เขาจะทำหน้าที่เคลียร์พวกหน่วยความจำ เพื่อให้ทรัพยากรต่างๆ ถูกใช้เพื่อเกมโดยเฉพาะนั่นเอง

ในภาพรวม ผมลองเอามาเล่น ROV ก็เปิดกราฟิกแบบดีที่สุด และภาพแบบ HD ได้โดยติดเฟรมเรตที่ 30fps (เหมือนมันโดนล็อกเอาไว้แค่นี้) ครับ ถ้าไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องลื่นสุดๆ ไปเลยแบบเรือธง ผมว่า สมาร์ทโฟนราคาห้าพันทอนสิบบาทนี่ ก็เล่นเกมได้ดีอยู่นะ

กล้องสามเลนส์ของ Wiko View3

พวกสมาร์ทโฟนราคาประหยัด แบรนด์จีนจ๋า ยี่ห้อไม่คุ้นหู มันชอบโม้เรื่องกล้องคู่ กล้องสามเลนส์ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ค่อยจะใช้ได้จริงเท่าไหร่ แต่ Wiko นี่ ค่าตัว 4,990 บาท สามารถใช้งานแบบ 3 เลนส์ได้จริงจัง และเมื่อประสิทธิภาพในการประมวลผลเพิ่มมากขึ้น การถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ เนียนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเกินเอื้อมแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนราคาระดับล่าง ครับ แม้ว่าจะยังเห็นได้ว่ามีบางจุด (เช่น เส้นผม) ที่ยังเบลอไม่เนียน

ภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ เป็นภาพของผู้หญิงผมยาวที่กำลังก้มตัวยิ้มให้กับกล้อง อยู่หน้าขอนไม้ใหญ่และน้ำตก

ผมเคยพูดมาตลอดอยู่แล้วว่ากล้องแบบสามเลนส์ที่มีเลนส์ครอบคลุมทุกช่วง จะช่วยให้การท่องเที่ยวมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่ดีขึ้น ลองดูตัวอย่างด้านล่าง จะเห็นว่าถ้ายืนถ่ายด้วยกล้องเลนส์มุมมองปกติ ภาพที่ได้ ก็จะมีมุมมองที่จำกัดมาก อย่างที่เห็นในรูปด้านล่าง

ภาพถ่ายวิหารภายในวัด ด้วยกล้องมุมมองปกติ วิหารเป็นสีเหลืองทองอร่าม

แต่พอเปลี่ยนมาใช้เลนส์ Ultrawide ถ่าย ภาพวิหารก็จะได้เห็นกันแบบเต็มๆ แบบนี้เลยครับ แน่นอนว่ามีอาการลอง Lens distortion อยู่บ้าง แต่ก็เรียกได้ว่าโอเคอยู่ โดยเฉพาะ ถ้าเกิดจำเป็นต้องถ่ายภาพหมู่แบบที่มีคนเยอะๆ อ่ะ เหมาะเลย Wiko ให้กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซลมา ซึ่งต่างจากเมื่อก่อน ที่พวกกล้องเลนส์ Ultrawide จะชอบให้ความละเอียดต่ำมา (เช่น LG G6 นี่ให้มาแค่ 5 ล้านพิกเซล) ซึ่งทำให้ภาพถ่ายแม้จะออกมาดูดี แต่พอดูบนจอใหญ่ๆ มันก็จะดูภาพแตกอยู่

ภาพวิหารเดียวกันกับภาพก่อนหน้า แต่ถ่ายด้วยเลนส์ Ultrawide จึงเห็นภาพวิหารแบบเต็มๆ

ลองถ่ายรูปที่นั่นที่นี่ไปเรื่อย ก็พบว่า Wiko View3 ถือว่าถ่ายภาพออกมาได้สวยกว่าที่คาดเอาไว้พอสมควรเลย ไม่ว่าจะเป็นในร่วม หรือกลางแจ้ง ผมแค่เสียดายว่าช่วงนี้เป็นหน้าฝน เอากล้องพกออกไปถ่ายรูปนี่ หารูปสวยๆ ยากมากเลยอะ แสงมันไม่อำนวยจริงๆ เสียดายๆ แต่ถ้าให้ผมสรุปเรื่องกล้องของ Wiko View3 ก็ต้องบอกว่าด้วยราคาเท่านี้ คุ้มอยู่ครับ

ภาพถ่ายด้วยกล้องมุมมองปกติ เป็นภาพภายในอาคาร มีรถมินิสีแดง หลังคาสีดำจอดอยู่
ภาพน้ำตกคลองลาน จ.กำแพงเพชร มีเจ้าหน้าที่อุทยานกำลังยืนหันข้างอยู่ทางมุมด้านล่างซ้ายมือ
ภาพภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง มีบ้านแบบังกะโลเดี่ยวสีสันต่างๆ ถนนเป็นพื้นปูด้วยอิฐบล็อก

เกือบลืม… กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ก็ไม่เลวนะครับ ลองเอามาถ่ายภาพแล้วถือว่าดีทีเดียว ใครชอบเซลฟี่ก็ไม่น่าจะผิดหวังอะไร

ภาพเซลฟี่จากกล้องหน้า Wiko View3 เป็นภาพถ่ายของตัวผมเอง ถ่ายมุมเงยเพื่อให้เห็นยอดของวิหารของวัด

บทสรุปการรีวิว Wiko View3

ช่วงสองสามปีมานี่ ผมเริ่มรู้สึกว่า ถ้าเราต้องการสมาร์ทโฟนมาเพื่อใช้งานทั่วๆ ไปแล้ว จำเป็นไหมที่จะต้องซื้อระดับเรือธงราคาสองหมื่นกว่าบาทขึ้นไป ในเมื่อสิ่งที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวี่ทุกวันเป็นหลัก (ท่องเว็บ ไถไทม์ไลน์อ่านโซเชียลมีเดีย ดู YouTube ฟังเพลง) แค่สมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหมื่นมันก็ตอบโจทย์เราแทบทุกอย่างแล้ว ที่มันยังไม่ตอบโจทย์ตัวผมเองจริงๆ ก็เห็นจะเป็นเรื่องของกล้องถ่ายรูปมากกว่า เพราะเราไปเที่ยวไหนก็อยากถ่ายภาพสวยๆ มาเก็บไว้ และ Wiko View3 นี่ ผมมองว่าแม้มันจะยังไม่ถึงกับตอบโจทย์ความเรื่องมากของผม แต่สำหรับหลายๆ คนแล้ว คุณภาพของภาพถ่ายที่ได้ มันตอบโจทย์พวกเขาแน่ๆ เลย ในสนนราคาแค่ 4,990 บาทเท่านั้น

ถ้าถามผมว่าตอนนี้สมาร์ทโฟนราคาระดับนี้ยังขาดอะไร ผมคิดว่า ถ้าปีหน้าหรือปีถัดไป มันสามารถใส่หน่วยความจำให้ได้ 4GB และมีความจุ 64GB ก็ แทบจะยิ่งทำให้เราต้องคิดว่า เรายังมีความจำเป็นต้องซื้อสมาร์ทโฟนราคาเรือนหมื่นอยู่อีกไหมอ่ะ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.