ชีวิตตอนนี้ ไร้เงินสดไปร่วม 90% แล้ว 1

ชีวิตตอนนี้ ไร้เงินสดไปร่วม 90% แล้ว

ตั้งกะแฟนเข้ามาช่วยวางแผนการเงินให้ ชีวิตก็เริ่มมีเงินเก็บกับเขาบ้าง หลังจากทำงานมาสิบกว่าปีครับ (เชื่อไหมอ่ะ ช่วงเกือบสิบปีแรกของการทำงานนี่ ผมไม่มีเงินเก็บเลย) แต่พอวางแผนการเงินแล้ว มันก็ทำให้สังเกตอะไรบางอย่างได้ นั่นก็คือ การใช้เงินสดในชีวิตประจำวันของผมมันลดน้อยลงไปเยอะมาก มันสังเกตได้เลย เพราะว่าเงินที่ย้ายมาบัญชีใช้จ่ายประจำเดือน มันโอนเดือนเดียว แต่ใช้ได้ 2-3 เดือน ยังไม่หมดเลยอะ ไม่ใช่โอนมาเยอะนะ แต่เพราะไม่ค่อยได้ใช้จ่ายออกไป เนื่องจากจ่ายเงินผ่านด้วยวิธีอื่น เช่น บัตรเครดิต โอนเงินผ่านธนาคาร หรือพวก Wallet ต่างๆ แทนอะ

มาลองนับๆ ดูนะ ตอนนี้ขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเป็นส่วนใหญ่ ค่ารถเลยไม่ต้องจ่าย มีแค่ค่าข้าวเช้ากับข้าวกลางวัน ที่ร้านที่กินส่วนใหญ่ยังรับเงินสด … ทว่า ในทางกลับกัน ค่าแพ็กเกจมือถือ แพ็กเกจเน็ตบ้าน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนแกดเจ็ตต่างๆ จ่ายค่าบัตรเครดิต พวกนี้ทำผ่านแอปธนาคาร โอนกันตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องกดเงินอีกต่อไปแล้ว ตั้งกะธนาคารทั้งหลายเลิกเก็บค่าธรรมเนียม จ่ายค่าน้ำมันรถ ซื้อแกดเจ็ตที่อยากได้ทั้งจากห้างร้านแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ พวกนี้จ่ายด้วยบัตรเครดิตเป็นหลักอยู่แล้ว พาแฟนไปกินข้าวที่ร้านรวงต่างๆ ถ้าไม่จ่ายเป็นบัตรเครดิต ก็จ่ายด้วย Wallet ต่างๆ เช่น ล่าสุดผมก็กิน Jeffer โดยจ่ายด้วย Rabbit LINE Pay แม้แต่ซื้อของที่ 7-ELEVEN จ่ายค่าไฟ ก็ทำผ่าน True Money Wallet

โฆษณาโปรโมชันของ Rabbit LINE Pay ในการได้ส่วนลดจากการจ่ายด้วย Rabbit LINE Pay
เครดิตภาพ: Rabbit LINE Pay

ผมลองมาคำนวณดูแล้ว รู้สึกว่าแต่ละเดือนเนี่ย ถ้าใช้จ่ายเป็นเงินสดถึงราวๆ 10% ของรายจ่ายทั้งหมดนี่คือ ถือว่าใช้เงินสดเยอะกว่าปกติแล้วนะเนี่ย เหตุผลหลักๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินสดเลยเดี๋ยวนี้ ก็น่าจะเพราะความสะดวก (มันไม่ต้องไปกดเงินสดออกมาพก และไม่ต้องพกเงินสดให้วุ่นวาย และการใช้จ่ายผ่านพวกบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Wallet พวกเนี้ย มันมักจะมีการสะสมแต้ม หรือได้เงินคืนกลับมาที่บัญชี (Cashback) ทำให้ยิ่งคุ้มค่ากว่าการใช้เงินสด

หน้าจอแอป True Money Wallet เติมเงินเข้าบัญชี มียอดเงินอยู่ 23.95 บาท

พวก Wallet เดี๋ยวนี้มีเยอะมาก (จนผมรู้สึกว่ามากเกินไป) แต่ถ้าเราเลือกใช้แต่เฉพาะที่เราใช้บ่อยๆ เช่น ผมเน้นช้อป 7-ELEVEN ผมก็มี True Money Wallet เป็นหลัก และเวลาจ่ายพวกร้านอาหารต่างๆ เขามีรับ Rabbit LINE Pay ที่อาจจะมีส่วนลด และผมใช้ BTS ผมก็ใช้ Rabbit LINE Pay ทั้งแบบ Wallet (ใช้กับร้านอาหาร) และแบบผูกบัตรเครดิต (ใช้กับ BTS) เลย ง่ายดี

และการเติมเงินเข้า Wallet ต่างๆ ในตอนนี้ ทำได้ง่ายมากผ่านแอปของ Wallet เอง และการผูกกับธนาคารเพื่อโอนมาเข้าบัญชีก็ไม่มีค่าธรรมเนียมด้วย เลยทำให้โอนเงินมาเข้าเท่าที่จำเป็นต้องใช้ก็พอ ไม่ต้องเอาเงินสดมาจมอยู่กับ Wallet มากเกินความจำเป็นหากไม่ได้ใช้ (ยังไงซะ เงินอยู่ในธนาคารก็ได้ดอกเบี้ย เงินอยู่ใน Wallet ไม่ได้ดอกเบี้ยนะ) นั่นยิ่งทำให้สะดวกขึ้นไปอีก เพราะเท่ากับว่าเราพกเงินติดตัวไว้ มากพอๆ กับที่มีอยู่ในบัญชีธนาคารนั่นแหละ … ตู้ ATM ใช้งานยังไง อีกซักปีสองปีผมคงลืมวิธีใช้อ่ะ เพราะเดี๋ยวนี้เดินไปใช้บริการแค่สองสามเดือนครั้งเองด้วยซ้ำ

โลกมันเปลี่ยนไปแล้วแหละ แต่ผมก็ยังคิดว่า เงินสด 10% ที่ผมยังใช้อยู่ มันก็คงยังอยู่แบบนั้นไปอีกพักใหญ่ๆ อะนะ จนกว่าร้านค้าจำพวกร้านอาหารริมทาง เขาจะหันมาใช้โอนเงิน QR code หรือจ่ายผ่าน PromptPay กันหมด … แล้วคุณล่ะ เดือนนึงๆ ใช้เงินสดคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายจ่าย?

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.