QNAP NAS 101 – EP 10: เพิ่มความจุให้ QNAP NAS ด้วยการเปลี่ยนไปฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่กว่าด้วย Online RAID Expansion 1

QNAP NAS 101 – EP 10: เพิ่มความจุให้ QNAP NAS ด้วยการเปลี่ยนไปฮาร์ดดิสก์ลูกใหญ่กว่าด้วย Online RAID Expansion

ไม่ว่าคุณจะใช้ RAID1 RAID5 หรือ RAID6 อยู่ ก็ตาม เมื่อคุณพบว่าคุณต้องการความจุที่เพิ่มขึ้น แต่คุณก็ยัดฮาร์ดดิสก์เข้าไปทุก Bay เต็มหมดแล้ว หนทางเดียวที่จะไปต่อได้ ก็คงจะมีแต่การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าที่จุน้อยกว่าออก แล้วใส่ลูกใหม่ที่ความจุมากกว่าเข้าไปละนะ ซึ่งสำหรับ QNAP NAS แล้ว ก็ทำได้ไมายากเลยนะครับ เพราะว่ามีฟีเจอร์ชื่อ Online RAID Expansion ที่ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ลูกเก่าไปเป็นลูกใหม่ที่ใหญ่ขึ้นได้ไม่ยากเลย บทความนี้จะมาสอนวิธีกันครับ

สำหรับการทำ Online RAID Expansion นั้น ไม่ว่าคุณจะใช้ RAID1 RAID5 หรือ RAID6 ก็ตาม วิธีการจะเหมือนๆ กันครับ แต่ในกรณีของบทความนี้ ผมขอยกตัวอย่างจากการทำจริงๆ ของผม ซึ่งใช้ TS-453A อยู่ โดยทำ RAID5 ซึ่งปัจจุบัน มีฮาร์ดดิสก์ลูกแรกเป็น 10TB ส่วนอีกสามลูกที่เหลือเป็น 8TB ครับ ผมกำลังทยอยๆ เปลี่ยน 8TB ให้เป็น 10TB ทั้งหมด และล่าสุดก็เพิ่งเอา 10TB อีกลูกมาใส่เพิ่ม

หน้าจอ Storage & Snapshots บน QNAP NAS แสดงสถานะของฮาร์ดดิสก์

จากรูปด้านบน จะเห็นว่าฮาร์ดดิสก์ลูกที่สองของผม เป็น WD Red ความจุ 8TB นะครับ สิ่งที่ผมอยากทำก็คือ การถอดเอาลูกนี้ออก แล้วเปลี่ยนไปเป็น 10TB ซึ่ง ที่ต้องทำก็คือ ไปที่แอป Storage & Snapshots แล้วไปที่ Storage > Storage/Snapshots ซึ่งตรงนี้จะแสดงให้เราเห็นว่ามี Storage Pool อยู่เท่าไหร่ มี Volume อยู่เท่าไหร่ในนั้น โดยปกติแล้ว ผู้ใช้งานทั่วไปก็จะมีอย่างละหนึ่งแหละครับ แต่ผู้ใช้งานระดับองค์กร ที่มีการแบ่งการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ก็อาจจะแตกต่างกันออกไป

ถึงจุดนี้ ให้คลิกปุ่ม Manage ครับ

หน้าจอ Storage/Snapshots

เราจะเข้ามาที่ Storage Pool Management ครับ ตรงนี้เราจะเห็นว่า Storage Pool นี้มีสถานะเป็นยังไง เอาเนื้อที่ไปทำอะไรบ้าง และถ้าทำ RAID เอาไว้ มันก็จะบอกด้วยว่าใน RAID Group นี้ มีฮาร์ดดิสก์กี่ลูก แต่ละลูกมีขนาดเท่าไหร่ สถานะเป็นยังไง เป็น RAID อะไร เราก็แค่คลิก Manage แล้วเลือก Replace Disks One by One

เข้ามาที่ Storage Pool Management แล้วเลือก Replace Disks One by One

จากนั้น เราจะเห็นหน้าจอ Replace Disks One by One ครับ ในกรณีของผม ผมต้องการเปลี่ยน Disk 2 จาก 8TB ไปเป็น 10TB ครับ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หากคุณใช้ RAID5 แบบผม ที่คุณควรทำคือ การเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ทุกลูกนะครับ เพราะถ้าไม่เปลี่ยนทุกลูก RAID5 ก็จะไม่ได้ความจุเพิ่มขึ้นอยู่ดี เนื่องจากการคำนวณความจุมันจะพิจารณาจากขนาดของฮาร์ดดิสก์ที่เล็กที่สุดเท่านั้น (อ่านคำอธิบายเรื่อง RAID ในบล็อกเรื่องการวางแผนสำหรับการแบ็กอัพนะครับ)

หน้าจอแสดงรายการฮาร์ดดิสก์ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้

ที่เราต้องทำก็คือ คลิกไฮไลต์ฮาร์ดดิสก์ลูกที่เราต้องการถอดเปลี่ยน จากนั้นคลิกปุ่ม Change ที่อยู่ด้านบนทางซ้ายของหน้าจอ แล้วตรงคอลัมน์ Description ตรงฮาร์ดดิสก์ที่เราเลือกว่าจะถอดเปลี่ยน มันจะเขียนว่า Please remove this drive แสดงว่าเราสามารถถอดฮาร์ดดิสก์ออกมาได้แล้วครับ

หน้าจอ Replace Disks One by One ขึ้นว่า Please remove this drive แล้ว แสดงว่าถอดฮาร์ดดิสก์ได้แล้ว

ข้อควรระวัง!!!

ถ้าเราถอดฮาร์ดดิสก์ออกมาซักพัก มันจะดังปี๊ดๆ อย่าตกใจ เป็นเรื่องปกติ มันเป็นการส่งเสียงเตือนว่า RAID Group อยู่ในสถานะ Degraded แล้ว ซึ่งในสถานะตอนนี้ จะเป็นช่วงที่ข้อมูลของคุณเปราะบางที่สุดนะครับ เพราะถ้าเกิดฮาร์ดดิสก์พังขึ้นมาอีกลูกในตอนนี้ หรือใครเผลอดึงฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นออกมาอีก ข้อมูลจะสูญหายนะครับ ดังนั้น หากข้อมูลข้างใน NAS ของคุณสำคัญมาก แนะนำให้สำรองข้อมูลเอาไปไว้ที่อื่นด้วยก็จะดี

ในระหว่างที่เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์นี้อยู่ เราสามารถใช้งาน QNAP NAS ได้ตามปกตินะครับ แต่ผมไม่แนะนำ

อ้อ!! แล้วก็ห้ามปิด QNAP NAS เด็ดขาดนะครับ!!!

พอถอดฮาร์ดดิสก์ออกมาแล้ว ก็เปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ใหม่เข้าไป มันก็จะดัง ปี๊ดๆ อีกที เพื่อเตือนว่ามีการใส่ฮาร์ดดิสก์ใหม่เข้าไปครับ จากนั้นตรง Description มันจะขึ้นเป็น No operation can be executed ทั้งหมด หมายความว่าเราทำอะไรอย่างอื่นกับฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นไม่ได้แล้วครับ ต้องรอให้มัน Rebuild RAID จนเสร็จก่อนครับ แต่จะต้องรอนานแค่ไหนก็อยู่ที่ว่าฮาร์ดดิสก์ใหญ่แค่ไหน และระหว่างนั้นเราใช้งาน QNAP NAS อยู่หรือเปล่า (ดูตรง Resync Speed และ Priority ครับ คือถ้าตั้งเอาไว้สูง ความเร็วของ Resync ก็จะเร็วตามไปด้วย) ของผม 10TB แล้วตั้งไว้ Medium ก็รอไปครับ 40-50 ชั่วโมง

หน้าจอ Storage Pool Management กำลังแสดงสถานะว่ากำลัง Rebuild RAID Group

การอัพเกรดฮาร์ดดิสก์ก็เลยเป็นขั้นตอนที่กินเวลานานครับ และถึงเป็นที่มาที่ผมบอกว่าอย่าเอา QNAP NAS ไปทำงานอย่างอื่น ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องความเปราะบางของข้อมูล เพราะสถานะเป็น Degraded หรอกนะครับ แต่ถ้าเราเอา QNAP NAS ไปทำอย่างอื่น Resync Speed ก็จะช้าไปด้วยนั่นเอง … ลองนึกว่าต้องทำแบบนี้ซ้ำๆ กับฮาร์ดดิสก์ทุกลูกนะครับ

หน้าจอ Pop-up ที่ถามเพื่อให้ยืนยันการขยายความจุ

พอ Rebuild RAID เสร็จ ก็ไปทำขั้นตอนการเปลี่ยนฮาร์ดดิสก์ซ้ำกับฮาร์ดดิสก์ลูกอื่นๆ จนครบครับ จากนั้น ปิดท้ายด้วยการคลิกปุ่ม Expand Capacity เพื่อขยายความจุของ Volume ครับผม ซึ่งมันก็จะขึ้น Pop-up มาถามว่า Are you sure you want to execute the expansion? เราก็คลิก OK ครับ จากนั้นมันก็จะทำการ Synchronize ต่อ ซึ่งก็กินเวลาหลายชั่วโมง (อาจเป็นสิบชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความจุของฮาร์ดดิสก์) ครับ ช่วงนี้ก็ไม่แนะนำให้ทำอะไรกับ QNAP NAS และห้ามปิดด้วยนะครับ แต่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว QNAP NAS ของคุณก็จะได้ความจุเพิ่มขึ้นล่ะ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.