Fitbit Inspire HR 5 เรือน มีสีให้เลือก 5 สี

รีวิว Fitbit Inspire HR Activity tracker ตัวเล็ก ราคาไม่แรง

กระแสใส่ใจสุขภาพทำให้ผู้คนหันมาสนใจอุปกรณ์จำพวก Activity tracker กันมากขึ้น และถ้าจะให้ผมพูดถึงซักยี่ห้อที่เชี่ยวชาญด้านนี้ Fitbit ก็จะเป็นยี่ห้อนึงที่ต้องพูดถึงเลยละครับ (ในฐานะที่ตัวเองก็เป็นคนใช้ Fitbit ด้วย) อุปกรณ์ของค่ายนี้เขาเจ๋งในเรื่องการตรวจจับกิจกรรมการออกกำลังกายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง การเล่นเวท ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ รวมไปถึงการนอนหลับ และตัวที่ผมจะเอามารีวิวให้ได้อ่านกันนี้ คือ Fitbit Inspire HR ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

Fitbit Inspire HR ที่ใช้ในการรีวิวครั้งนี้ ได้รับความเอื้อเฟื้อมาจากทาง Fitbit ที่ให้อุปกรณ์มารีวิวครับ แต่ความเห็นเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในบล็อกตอนนี้ เป็นความเห็นส่วนตัวของผม จากประสบการณ์ในการใช้งานจริงราว 2 สัปดาห์ โดยทาง Fitbit ไม่ได้เข้ามามีอิทธิพลใดๆ ต่อตัวเนื้อหาแม้แต่น้อย

Fitbit Inspire HR ถูกวางให้เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่งบไม่เยอะ ต้องการแค่อุปกรณ์จำพวก Activity tracker ไม่ได้ต้องการความเป็น Smartwatch เต็มรูปแบบมาก ไม่ใช่คนที่ออกกำลังกายแบบเต็มเหนี่ยวจริงจัง และอยากให้ Activity tracker ดูหน้าตาดีพอที่จะสวมใส่ติดตัวได้ตลอดเวลาโดยไม่อึดอัด

อุปกรณ์ภายในกล่อง Fitbit Inspire HR

แกะกล่องออกมา สิ่งที่เราจะได้ภายในกล่อง หลักๆ เลยก็จะเป็นตัว Fitbit Inspire HR ที่มีการติดตั้งสายแบบสั้น (S/P) มาให้ และมีสายแบบยาว (L/G) มาไว้ให้เปลี่ยน ในกรณีที่ข้อมือเราใหญ่ รุ่นนี้มีให้เลือก 5 สี ผมก็ไม่แน่ใจว่าประเทศไทยเอาเข้ามาให้เลือกกี่สี แต่เท่าที่เห็นก็จะมี ดำ ชมพู และ ขาว ตัวที่ผมได้รีวิวเป็นสีขาวครับ (ผมเห็นมีเว็บที่รีวิวสีดำ และที่ Fitbit Official Store บน Lazada มีสีชมพูขาย) นอกจากนี้ก็จะมีคู่มือความปลอดภัย และสายชาร์จที่เป็นขั้วแบบเฉพาะสำหรับ Fitbit Inspire HR ครับ

Fitbit Inspire HR กำลังบอกเวลา 18:19 และนับก้าวไปแล้ว 4,750 ก้าว

ในแง่ของการออกแบบ เจ้านี่ถือได้ว่าออกแบบมากะทัดรัดดีมาก ขนาดใหญ่กว่า Wristband นิดหน่อย ตัวเรือนเป็นพลาสติก และสายเป็นซิลิโคน มีหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาดเล็ก รองรับการสั่งงานด้วยการสัมผัส ส่วนด้านหลังก็จะเป็นเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และขั้วทองเหลืองสำหรับชาร์จแบตเตอรี่

Fitbit Inspire HR กำลังต่อกับที่ชาร์จแบตเตอรี่

ผมว่า Fitbit ออกแบบที่ชาร์จแบตเตอรี่ของ Inspire HR มาได้ดีทีเดียวครับ มันรับเข้ากับตัวเรือนได้ดีมาก และมีแม่เหล็กช่วยในการดูดให้ติดกับตัวเรือนเพื่อชาร์จ ซึ่งถ้าเทียบกับ Fitbit Ionic แล้ว ผมว่าที่ชาร์จแบบนี้ เสียบแล้วชัวร์กว่า และสามารถเสียบชาร์จได้สะดวกกว่าที่ชาร์จของ Fitbit Versa/Versa Lite ครับ

ประสบการณ์ใช้งาน Fitbit Inspire HR

ด้วยดีไซน์เรียบง่าย ที่คล้ายๆ กับ Wristband ทำให้ Fitbit Inspire HR นี่เข้ากันได้กับเสื้อผ้าหลากหลายแบบมากครับ ผมจะไปทำงาน เสื้อเชื้ตกางเกงยีนส์ หรือใส่ชุดอยู่กับบ้าน เสื้อยืดกางเกงขาสั้น หรือจะออกไปข้างนอกแบบลำลอง เสื้อโปโลกางเกงขาสั้นยาวถึงเข่า อะไรแบบนี้ ผมก็ไม่รู้สึกว่าใส่แล้วมันจะขัดหูขัดตาอะไรยังไง (เอ๊ะ! หรือเซ้นส์เรื่องการแต่งกายผมมันแย่ … ฮา)

การสวมใส่ไม่ยุ่งยาก สายของเจ้านี่เป็นเหมือนสายนาฬิกาซิลิโคน หน้าปัดนาฬิกา สามารถปรับแต่งได้จากแอป Fitbit แต่ด้วยความที่มันมีขนาดเล็ก และจอขาวดำ ตัวเลือกมันก็มีไม่ได้เยอะเท่าไหร่หรอกนะ และจากที่ผมลองเลือกๆ ดู ก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจครับ มันคล้ายๆ กันหมดจริงๆ หน้าจอขนาดเล็ก ทำให้พื้นที่การแสดงผลจำกัด เลยต้องพึ่งพาการปาดนิ้วเพื่อเลื่อนหน้าจอให้แสดงข้อมูลต่างๆ เอานะครับ และจอ OLED นี่ไม่สู้แสงเท่าที่คาดครับ พอไปออกกลางแดดเปรี้ยงๆ เข้าให้ ผลคือ มองตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาไม่เห็น

แขนข้างซ้าย กำลังสวม Fitbit Inspire HR อยู่ หน้าปัดบอกเวลา 18:22 หัวใจเต้น 92 ครั้งต่อนาที

น้ำหนักของเจ้านี่ 29 กรัม เบามาก สวมใส่แล้วนอกเหนือจากความรู้สึกว่าได้สัมผัสกับตัวเรือนแล้ว เราจะไม่รู้สึกเลยว่าได้สวมใส่มันอยู่ คือ มันเบามากขนาดนั้นจริงๆ การใช้งานไม่ยุ่งยากด้วย เพราะฟังก์ชันมันมีจำกัด ปุ่มด้านซ้ายของตัวเรือน จะทำหน้าที่เป็นปุ่ม Back เพื่อย้อนกลับไปเมนูก่อนหน้า และหากกดค้าง ก็จะเข้าสู่ Quick settings ที่บอกระดับแบตเตอรี่ และเปิดปิดฟีเจอร์การเปิดหน้าจออัตโนมัติเวลาที่ขยับแขน

ลองเอา Fitbit Inspire HR ไปทดสอบการกันน้ำ เปิดก๊อกให้น้ำไหลลงบนตัวเรือนตรงๆ

และแม้ว่าฟังก์ชันจะน้อย แต่ถ้าพิจารณาในแง่ของการเป็น Activity tracker ละก็ Fitbit Inspire HR นี่มีความสามารถครบเครื่องอยู่นะครับ มันสามารถนับก้าว ตรวจจับการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิ่ง (นอกสถานที่ และวิ่งบนลู่) ขี่จักรยาน ว่ายน้ำ เล่นเวท ได้อยู่ เพียงแต่ว่าด้วยความที่ตัวมันเองไม่มี GPS module ก็ต้องพกสมาร์ทโฟนไปด้วยนะครับ และตัวมันเองก็มีฟีเจอร์ตรวจจับการออกกำลังกายของเรา และเก็บข้อมูลโดยอัตโนมัติด้วย เช่น ตอนผมขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเนี่ย มันก็เก็บข้อมูลให้เลย โดยระบุเป็นการขี่จักรยานนอกสถานที่ (ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะผมขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็ประมาณความเร็วจักรยานจริงๆ) และด้วยความที่มันกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร การจะใส่ไปว่ายน้ำ หรือแม้แต่ดำน้ำ ก็ไม่ต้องห่วงเลย

โหมด Relax สำหรับการกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อผ่อนคลาย

อีกฟีเจอร์นึงที่ผมได้ลองกับ Fitbit หลายๆ ตัว แล้วชอบ ก็คือ Relax ครับ จริงๆ หลักการมันก็ง่ายๆ คือการกำหนดลมหายใจ ใครที่คุ้นเคยกับการนั่งสมาธิ หายใจเข้า “พุทธ” หายใจออก “โธ” ก็น่าจะเข้าใจหลักการครับ แต่อันนี้คือสำหรับคนที่ไม่คุ้น Fitbit ก็จะช่วยแนะนำวิธีการให้ เราก็แค่หายใจเข้า และออกตามจังหวะที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เราสามารถเลือกได้ว่าจะกำหนดลมหายใจเข้าออกเป็นระยะเวลา 2 หรือ 5 นาที

หน้าจอสมาร์ทโฟนแสดงข้อมูลประวัติการนอนหลับ ซึ่งเก็บเอาไว้ในแอป Fitbit

แต่ฟีเจอร์ที่ผมชอบที่สุด ก็ยังคงเป็นฟีเจอร์การเก็บข้อมูลการนอนหลับของเราครับ ตรวจจับได้ค่อนข้างแม่นยำ มันช่วยให้เรารู้พฤติกรรมการนอนของเราได้ ว่าเรานอนหลับพักผ่อนเพียงพอไหม อย่างไร ตอนกลางคืนเราหลับสนิทดีไหม และด้วยความที่ Fitbit Inspire HR นี่ดีไซน์กะทัดรัด น้ำหนักเบา มันก็เลยไม่ทำให้รู้สึกเกะกะ หรือน่ารำคาญเวลานอน สวมใส่นอนได้สบายๆ เลยครับ ดีกว่าแบบ Smartwatch เยอะ

ในด้านแบตเตอรี่ แม้จะไม่มีข้อมูลบอกว่ากี่ mAh แต่ตามสเปกเขาบอกว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องราวๆ 5-7 วัน ซึ่งจากที่ผมลองใช้ดู ก็เป็นจริงตามนั้นครับ ซึ่งดีต่อใจมาก เพราะสามารถอยู่รอดตลอดสัปดาห์ได้ ไม่ต้องชาร์จแบตเตอรี่บ่อยๆ นี่ก็คือข้อดีของการทำให้มันมีฟังก์ชันน้อยๆ ละนะ

นอกจากนี้ตัว Inspire HR เองก็สามารถที่จะแจ้งเตือนต่างๆ ที่มาจากสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็น สายเรียกเข้า ข้อความเข้ามา การแจ้งเตือนจากแอปต่างๆ การแจ้งเตือนนัดหมาย แต่น่าเสียดายที่ผ่านมาก็หลายปีแล้ว Fitbit ก็ยังไม่ทำให้มันรองรับภาษาไทยซะที นี่ถ้าทำให้รองรับภาษาไทยได้ มันจะน่าใช้ขึ้นอีกมากเลยสำหรับคนไทยครับ

บทสรุปการรีวิว Fitbit Inspire HR

ค่าตัวของ Fitbit Inspire HR คือ 3,790 บาท เป็น Activity tracker สำหรับผู้เริ่มต้น หรือผู้ที่ไม่ได้ต้องการฟีเจอร์แบบ Smartwatch อย่างมาก และจากที่ผมได้ลองใช้มา มันก็เพียงพอจริงๆ นะครับ และสำหรับกรณีที่ไม่รองรับภาษาไทยนั้น สำหรับตัว Fitbit Inspire HR นี่ผมไม่รู้สึกว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร เพราะหน้าจอมีขนาดเล็กมาก การอ่านพวกข้อความต่างๆ บนหน้าจอไม่สะดวกแน่นอน มันเหมาะกับการเอาไว้สั่นเพื่อแจ้งเตือนเวลามีคนโทรเข้า หรือมีข้อความเข้า หรือมีการแจ้งเตือนใดๆ เพื่อให้เราหยิบสมาร์ทโฟนออกมาดูต่อมากกว่าครับ

ถ้าใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Fitbit Inspire HR ไปดูได้ที่เว็บไซต์ของ Fitbit (ภาษาอังกฤษ) แต่ถ้าใครอยากซื้อ ไปซื้อได้จาก Official Store ของ Fitbit บน Lazada คลิกที่ปุ่มด้านล่างนี่

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.