5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้ 1

5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้

วันนี้ผมได้โจทย์มาจาก QNAP ว่าช่วยเขียนบทความให้หน่อยสิ ว่าฟีเจอร์ต่างๆ ที่มีใน QNAP NAS มันจะเข้ามาช่วยบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ ในโรงพยาบาลและคลีนิกได้ยังไง เป็นโจทย์ที่น่าสนใจมาก เพราะเดี๋ยวนี้เราจะเห็นว่าโรงพยาบาลหรือแม้แต่คลีนิกก็พยายามจะเปลี่ยนการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ให้มาอยู๋ในรูปแบบดิจิทัลกันหมดแล้ว เพราะมันสิ้นเปลืองเนื้อที่จัดเก็บน้อยกว่า (ในแง่เนื้อที่ทางกายภาพนะครับ) ถ้ามีการบันทึกข้อมูลเรียบร้อย ก็สามารถค้นหาข้อมูลได้เร็วกว่า แถมสามารถเข้าถึงโดยเจ้าหน้าที่ได้รวดเร็ว และพร้อมๆ กันเป็นจำนวนมากอย่างง่ายดายด้วย นอกจากนี้ก็ยังสามารถควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อีกต่างหาก (ขึ้นอยู่กับโซลูชันที่ใช้อะนะ)

เมื่อโรงพยาบาลและคลีนิกตัดสินใจแปลงข้อมูลมาเก็บเป็นรูปแบบดิจิทัล แน่นอนว่าการมี NAS ไว้ใช้ ย่อมตอบโจทย์ที่สุด เพราะ NAS คืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลครับ พูดแบบง่ายๆ คือ มันคือขั้นกว่าของฮาร์ดดิสก์เฉยๆ นั่นแหละ มันคือฮาร์ดดิสก์ที่มีลูกเล่นมากมาย และ 5 ฟีเจอร์หลักๆ ที่ QNAP NAS จะมาช่วยอำนวยความสะดวกโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลก็คือ

1. ปกป้องข้อมูลสูญหายด้วยโซลูชันแบ็กอัพต่างๆ ของ QNAP NAS

เพราะ QNAP NAS มาพร้อมกับโซลูชันการสำรองข้อมูลเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายในแบบต่างๆ เริ่มตั้งแต่การทำ RAID1, RAID5, RAID6, RAID10, RAID50 และ RAID60 (สามรูปแบบหลัง ขึ้นอยู่กับรุ่น) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายอันเกิดจากฮาร์ดแวร์ (ภาษาชาวบ้าน ฮาร์ดดิสก์เจ๊ง) ถ้าวางแผนกันไว้ดีๆ ทำ RAID ที่เหมาะสม ฮาร์ดดิสก์จะเจ๊งไปซักลูก หรือสองลูกพร้อมกัน บ่ยั่น

5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้ 2

นอกจากนี้ QNAP NAS ยังมีคุณสมบัติ Block-level snapshot สามารถสำรวจข้อมูลแบบ Snapshot ป้องกันข้อมูลสูญหายอันเกิดจากการพลั้งเผลอลบไป หรือเผลอเซฟทับผิด อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่งการทำงานในระดับ Block-level ช่วยให้ประหยัดเนื้อที่ในการจัดสร้าง Image ของข้อมูลที่สำรองเอาไว้ และยังทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นด้วย ต้องไม่ลืมนะครับ แค่กู้ข้อมูลกลับมาได้ไม่พอ มันต้องรวดเร็วทันต่อความต้องการด้วยเช่นกัน

และสุดท้าย เผื่อเกิดเหตุสุดวิสัยที่ทำให้ QNAP NAS เสียหายทั้งชุด หมดทางกู้ข้อมูลด้วยวิธีใดๆ เลย ทาง QNAP เองก็มีโซลูชันคือ Hybrid Backup Sync ที่ช่วยให้เราสามารถสำรองข้อมูลไปยัง QNAP NAS ตัวอื่นๆ เซิร์ฟเวอร์เครื่องอื่นๆ หรือบริการ Cloud storage ต่างๆ ที่อยู่นอกสถานที่ได้ เพื่อให้แน่ใจว่า ข้อมูลอันประเมินค่าไม่ได้ของเรา ยังมีสำรองเก็บไว้อีกชุด เผื่อสูญหายได้เสมอ

2. การควบคุมการเข้าถึงข้อมูล ด้วยระบบฐานข้อมูลผู้ใช้งาน และสามารถเชื่อมกับ LDAP หรือ Active Directory ได้

ในธุรกิจโรงพยาบาลและคลีนิก ข้อมูลหลายอย่างมันเป็นความลับครับ ข้อมูลการเงินเป็นความลับ ข้อมูลประวัติคนไข้เป็นความลับ ข้อมูลประวัติเจ้าหน้าที่เป็นความลับ ฯลฯ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ซะทั้งหมด QNAP NAS มีระบบฐานข้อมูลผู้ใช้งานในตัว ให้เราสร้างผู้ใช้งานขึ้นมาได้ตามต้องการ กำหนดเป็นกลุ่มเพื่อช่วยให้ง่ายต่อการบริหารจัดการได้ ถ้าเกิดจำเป็นต้องมี QNAP NAS หลายเครื่อง เราก็สามารถเซ็ตให้เครื่องนึงเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูลผู้ใช้งานได้ ด้วยฟีเจอร์ Domain controller หรือถ้าใครมีระบบฐานข้อมูลผู้ใช้งานที่เป็น LDAP หรือ Microsoft Active Directory อยู่แล้ว ก็สามารถเชื่อมต่อใช้งานได้เลย สะดวกมากๆ

3. ทำงานเป็นทีม แชร์ข้อมูลร่วมกันผ่าน QNAP Qsync

บ่อยครั้ง ข้อมูลไม่ได้ถูกเก็บไว้เพื่อใช้คนเดียว และเจ้าหน้าที่ก็อาจจะมีข้อมูลที่อยากจัดเก็บ แต่การจัดเก็บไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัวมันไม่สะดวกต่อการใช้งาน โดยเฉพาะกรณีที่ต้องทำงานเป็นทีม ต้องแชร์ข้อมูลหากัน แต่ถ้ามี Qsync ของ QNAP การซิงก์ข้อมูลมาจัดเก็บที่ศูนย์กลางก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายเหมือนเราใช้ Dropbox, OneDrive หรือ Google One กันเลยทีเดียว แต่เราจะเข้าถึงข้อมูลได้เร็วกว่า เพราะเราใช้งานผ่านระบบเครือข่ายภายในนั่นเอง

5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้ 3

Qsync ไม่ได้ใช้ได้แค่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ (Windows, macOS และ Ubuntu Linux) เท่านั้นนะครับ อุปกรณ์อย่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตก็ใช้ได้ครับ ทั้ง Android และ iOS เลย

4. Qfiling จัดเก็บข้อมูลให้เป็นระเบียบโดยอัตโนมัติ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงคน

เอกสารบางอย่างในโรงพยายาลหรือคลีนิก มันมีการจัดเก็บที่มีรูปแบบแน่นอน เช่น เอกสารที่สร้างขึ้นในแต่ละวัน อย่างพวกรายงานต่างๆ หรือ ภาพจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ ที่ถ่ายในแต่ละวัน หรือไฟล์ต่างๆ ที่มีการกำหนดชื่อเป็นหมวดหมู่ที่แน่นอน อะไรพวกนี้เราสามารถใช้ Qfiling ในการช่วยจัดเก็บให้เป็นระเบียบได้ครับ เราแค่ตั้งโฟลเดอร์ต้นทาง (Source path) เอาไว้ แล้วจากนั้นก็กำหนดตัวกรอง (Filter) ขึ้นมา และกำหนดจุดหมายปลายทาง พร้อมเงื่อนไขการทำงาน เช่น ย้ายไฟล์ไปเฉยๆ หรือ มีการเปลี่ยนชื่อไฟล์ด้วย

5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้ 4

เรายังสามารถใช้ Qfiling เพื่อทำการย้ายไฟล์ที่มีอยู่ในโฟลเดอร์ไปที่ Recycle bin หรือพูดง่ายๆ คือ ลบทิ้งนั่นแหละ ได้ด้วยนะ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับกรณีที่เราต้องการใช้งานแค่ชั่วคราว และเมื่อเวลาผ่านไปประมาณนึงก็จะลบทิ้ง แต่เราขี้เกียจกลับมาลบเองหรือกลัวลืมกลับมาลบแล้วจะรก QNAP NAS

5. Qsirch ช่วยค้นหาข้อมูลภายใน QNAP NAS ได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ

เมื่อเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ จำนวนข้อมูลมีมากขึ้น จำนวนไฟล์มีมากขึ้น การจะค้นหาไฟล์ซักไฟล์ที่เราต้องการ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป แต่ QNAP NAS เขามีฟีเจอร์ Qsirch ที่จะทำการสร้างดัชนี (Index) ขึ้นมาเพื่อช่วยให้การค้นหาทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังเป็น Full text search อีกต่างหาก นั่นหมายความว่า หากเป็นไฟล์ข้อมูลที่รองรับแล้วละก็ Qsirch สามารถค้นหาได้ไปยันข้อความที่อยู่ข้างในไฟล์เลยครับ ทำให้ขีดความสามารถในการค้นหาสูงขึ้นมาก

5 ฟีเจอร์หลักที่ QNAP NAS ช่วยโรงพยาบาลและคลีนิกในการบริหารจัดการข้อมูลได้ 5

แต่ในแง่ของการบริหารจัดการ ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดข้อยกเว้นว่าโฟลเดอร์ไหนไม่จำเป็นต้องทำดัชนี เพื่อป้องกันการไปสร้างดัชนีข้อมูลของพวกไฟล์ข้อมูลที่เป็นความลัลได้ สามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานค้นหาได้เฉพาะไฟล์และโฟลเดอร์ที่ตัวเองมีสิทธิ์เข้าถึงก็ได้

ฉะนั้น หากโรงพยาบาลหรือคลีนิกไหนกำลังมองหาโซลูชันในการจัดเก็บข้อมูลอยู่ แนะนำว่าลองติดต่อ QNAP Thailand ดู เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.