คุ้มหรือไม่ หันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จากบล็อกเกอร์ที่มีประสบการณ์ขี่มากว่า 2,000 กิโลเมตร 1

คุ้มหรือไม่ หันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จากบล็อกเกอร์ที่มีประสบการณ์ขี่มากว่า 2,000 กิโลเมตร

ถ้าใครเป็นแฟนบล็อกของผมจริงๆ น่าจะรู้ว่าผมขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาเข้าปีที่สองแล้วครับ จากตอนเริ่มแรกที่ใช้เพื่อเป็นตัวเชื่อมการเดินทาง จากบ้านมาที่รถเมล์ จากรถเมล์มาที่ออฟฟิศ อะไรแบบนี้ มาเป็นยานพาหนะหลักในการเดินทางไป-กลับออฟฟิศ (ปัจจุบันอยู่ออฟฟิศชั่วคราวที่แถวสีลม) เลยทีเดียว จนถึงปัจจุบัน ผ่านขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามาแล้ว 2 ยี่ห้อ 2 รุ่น รวมระยะทางมากกว่า 2,000 กิโลเมตร ก็เลยอยากมาแบ่งปันกันหน่อยว่า หันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว มันคุ้มไม่คุ้มยังไง

เอามาใช้เป็นยานพาหนะหลัก เหมาะไหม?

จะเหมาะหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าระยะทางที่คุณเดินทางมันแค่ไหน แล้วสเปกของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของคุณมันวิ่งได้ไกลแค่ไหน ไม่ใช่ดูจากสเปกของผลิตภัณฑ์นะครับ ต้องดูว่าจริงๆ มันวิ่งได้ไกลแค่ไหนเลย ซึ่งปกติบล็อกเกอร์ทั่วๆ ไปที่เขารีวิว อาจจะไม่ได้บอกได้ละเอียดขนาดนั้น เพราะเขามักจะได้เอามาใช้รีวิวระยะสั้นๆ ไม่ได้ลุยเต็มๆ แต่ถ้าดูตัวอย่างจาก ninebot Kickscooter ES2 ที่ผมรีวิวไป จะเห็นว่าตามสเปกมันวิ่งได้สูงสุด 25 กิโลเมตร และหากติดตั้งแบตเตอรี่สำรองเพิ่มเข้าไป ระยะจะเพิ่มเป็น 45 กิโลเมตร แต่ในความเป็นจริง ระยะทางสูงสุดที่วิ่งได้ มันอยู่ที่พฤติกรรมการขี่ครับ ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด และมีการวิ่งๆ หยุดๆ บ่อยๆ อะไรแบบเนี้ย ระยะทางมันก็จะสั้นลง อย่างเช่น กรณีของผม มันก็จะลดลงมาอยู่ที่ 17 กิโลเมตร ในกรณีวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดแบบไม่ติดแบตเตอรี่เสริม และเป็นราวๆ 21-23 กิโลเมตร (ยังไม่กล้าลองวิ่งจนแบตเตอรี่หมดจริงๆ เพราะมันหนักมาก ลากไม่ไหว) หากติดตั้งแบตเตอรี่เสริม เป็นต้น

ถ้าคุณคิดว่าระยะนี้ สามารถไปกลับบ้านคุณได้เลย หรือ มีช่วงเวลาซัก 3-4 ชั่วโมงให้ชาร์จแบตเตอรี่ในระหว่างวัน มันก็โอเคครับ อย่างกรณีผม ผมก็ชาร์จแบตเตอรี่ระหว่างวันที่ออฟฟิศ หรือหากต้องไปประชุมข้างนอกออฟฟิศ ผมก็จะเช็กเลยว่าระยะทางมันอยู่ในความจุของแบตเตอรี่ไหม หรือที่ห้องประชุมเขาจะมีให้ผมจอดสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และชาร์จแบตเตอรี่ได้ไหม

คุ้มหรือไม่ หันมาใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จากบล็อกเกอร์ที่มีประสบการณ์ขี่มากว่า 2,000 กิโลเมตร 2

นอกจากนี้ ต้องพิจารณาด้วยครับ ว่าในพื้นที่ที่คุณจะไป จะมีอุปสรรคอื่นๆ ไหม เช่น สะพานข้ามสูงๆ ชันๆ ที่ขี่สกู๊ตเตอร์ผ่านไม่ได้แน่ๆ หรือ อาจจะต้องแบกขึ้นสะพานไป เช่น กรณีของผม จะมาจากพระราม 2 ไปสีลมเนี่ย จะต้องข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องข้ามสะพานตากสินซึ่งการแบก ninebot Kickscooter ES2 พร้อมติดตั้งแบตเตอรี่สำรองหนักเกือบ 15 กิโลกรัมขึ้นไปนี่ โหดมาก แต่ยังดีว่าหากแบกไม่ไหว และรอได้ มันก็มีเรือข้ามฟากให้บริการครับ

เอามาใช้เป็นยานพาหนะหลัก เมื่อไหร่คืนทุน?

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไม่ใช่ถูกๆ ครับ ขนาดซื้อเครื่องหิ้วก็หมื่นกลางๆ หากต้องการซื้อจากตัวแทนจำหน่ายถูกต้องจริงๆ มีบริการหลังการขายดีๆ ราคาก็ประมาณเกือบๆ คูณสองเข้าไปเลย อย่าง ninebot Kickscooter ES2 ของผม ก็สนนราคา 24,900 บาทครับ หลายคนก็จะมีคำถามว่า แล้วเอามาขี่แบบนี้ เมื่อไหร่จะคืนทุน … แหม่ อันนี้ตอบยาก เพราะมันมีปัจจัยเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ถ้าจะให้คำนวณจริงๆ ก็ต้องพิจารณาว่า มันช่วยเราประหยัดค่ารถไปวันละเท่าไหร่ (ซึ่งแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันอีก) และเจ้าสกู๊ตเตอร์นี่มันกินไฟวันละกี่บาท ลองดูจากกรณีของผมนะครับ

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

วิธีการคำนวณค่าไฟตามด้านล่างนี้ ผมใช้ระบบประมาณการค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาใช้ในการคำนวณ โดยที่ผมยังไม่คิด ค่าไฟฟ้าผันแปร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ฯลฯ นะครับ เพราะถ้าเอามาคิดด้วย มันจุกจิกมาก จากนั้นผมก็บวกไปง่ายๆ เลย 10% แล้วปัดเป็นเลขกลมๆ ครับ

  • ใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ประหยัดค่ารถในแต่ละวันไป
    • ค่ามอเตอร์ไซค์รับจ้าง เช้า-เย็น 50 บาท
    • ค่ารถเมล์ เช้า-เย็น 30 บาท
  • ค่าไฟที่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าใช้ อะแดปเตอร์ 71 วัตต์ ชาร์จใช้เวลา 3.5 ชั่วโมง ชาร์จเฉพาะที่บ้านตอนเย็น (ตอนกลางวันใช้ไฟที่ออฟฟิศ … ฮา) คิดเป็นการใช้ไฟ 7.5 หน่วย/เดือน
    • ถ้าที่บ้านใช้ไฟไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นค่าไฟประมาณ 20 บาท
    • ถ้าที่บ้านใช้ไฟเกิน 150 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นค่าไฟประมาณ 53 บาท

ประเมินแบบง่ายๆ ลวกๆ แล้ว ผมประหยัดค่าเดินทางในแต่ละวันไปได้วันละ 80 บาท ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายเป็นค่าไฟสำหรับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าประมาณวันละ 2 บาท หรือก็คือ ประหยัดไปวันละ 78 บาท ครับ เดือนนึงขี่ซัก 15 วันละกัน คือ ไม่ได้ขี่เสาร์อาทิตย์ และบางวันก็อาจจะไม่ได้ขี่ เท่ากับประหยัดไปเดือนละ 1,170 บาท เอาค่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 24,900 บาทมาหาร ก็เท่ากับว่าคืนทุนใน 21 เดือน หรือเกือบๆ สองปีโดยประมาณครับ

ก็ใช้วิธีคำนวณแบบนี้แหละครับ มาคิดกันว่าจะใช้เวลานานไหมกว่าจะคืนทุน และเราคิดว่าคุ้มค่าไหมกับระยะเวลาคืนทุนนี้

แต่ความคุ้มค่าของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจริงๆ อยู่ที่การประหยัดเวลา

สำหรับผมแล้ว การคืนทุนจากการประหยัดค่าเดินทาง มันเป็นแค่โบนัสครับ สิ่งที่คุ้มค่าจริงๆ สำหรับผมมันคือการประหยัดเวลาครับ ผมลองจับเวลาแบบง่ายๆ เลย การเดินทางไปทำงานผมใช้เวลานั่งรถเมล์ราวๆ 40-50 นาที และหากเป็นขากลับจากออฟฟิศมาที่บ้าน จะใช้เวลาราวๆ 65 นาทีเลยทีเดียว นี่คือยังไม่นับเวลาที่ต้องใช้ในการรอรถเมล์นะครับ แต่ว่าถ้าใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้านี่ ผมจะใช้เวลาแค่ราวๆ 35 นาทีในการเดินทางจากบ้านไปถึงออฟฟิศ และราวๆ 45-50 นาทีในการเดินทางจากออฟฟิศกลับบ้าน และแน่นอนว่ามันประมาณนี้เลย ไม่ต้องเสียเวลารอรถเมล์ด้วย คุ้มกว่าสุดๆ ครับ

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.