การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 1

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง

ผมเป็นคนที่ใช้เน็ตแบบไม่บันยะบันยัง และมีซิมของค่ายมือถือครอบคลุม 3 รายใหญ่เลยครับ ตั้งกะ True, dtac, AIS ยัน LINE Mobile และสันดานเสียของผมอย่างนึงก็คือ เป็นคนขี้เกียจคิดเล็กคิดน้อย ก็เลยซื้อแพ็กเกจเน็ตแบบเผื่อๆ เอาไว้เสมอ แต่จริงๆ แล้ว มันไม่ใช่วิธีที่ถูกนักหรอกครับ ผมเลยขอบันทึกเอาไว้ตรงนี้ ว่าจริงๆ แล้ว ผมมองว่าเวลาเลือกซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือนี่ควรทำยังไง?

ออกตัวล้อฟรีก่อน…

บทความนี้ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการใช้สิทธิของแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตในการซื้อสมาร์ทโฟนแบบลดราคา เพราะแบบนั้นมันมักจะติดสัญญา ซึ่งทำให้ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจได้ไม่ดังใจเท่าไหร่ และผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ จากค่ายมือถือใดๆ ในการเอ่ยถึงแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตต่างๆ ในบทความนี้ ทั้งหมดคือที่ผมใช้งานอยู่จริง

ลิงก์ต่างๆ ที่ลิงก์ไปยังแพ็กเกจที่พูดถึงในบทความนี้เป็นลิงก์ที่เข้าถึงได้ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้อยู่ แต่ในอนาคตลิงก์อาจตายได้ ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะมาอัพเดตให้ไม่ไหวจริงๆ

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 2

ทำความเข้าใจแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือของไทยก่อน

ประเทศไทยเป็นประเทศนึงที่มีความหลากหลายทางแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เลือกเยอะมาก เรียกว่าประเทศอื่นๆ ที่ผมเคยไปมานี่เทียบไม่ติดเลยครับ จะอเมริกา ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ผมไม่เคยเจอประเทศไทยที่แพ็กเกจยุ่บยั่บแบบของไทยอีกแล้ว แต่ไม่ว่ามันจะยุ่บยั่บขนาดไหน แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือของไทย มันก็แบ่งได้เป็นประมาณ 4 แบบหลักๆ คือ

  • แพ็กเกจแบบเน็ตเร็วเต็มสปีด โดยจำกัดปริมาณ และเมื่อใช้งานครบตามปริมาณที่กำหนดแล้ว ก็จะมีสองความเป็นไปได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข คือ:
    • ยังสามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้ต่อไป แต่ความเร็วก็จะถูกจำกัด เช่น 128kbps, 384kbps เป็นต้น
    • เมื่ออินเทอร์เน็ตหมดแล้วก็หมดเลย อยากเล่นต่อควรซื้อแพ็กเกจเสริม เพราะหากใช้งานต่อไป จะมีค่าบริการต่อ MB ที่แพงมาก
  • แพ็กเกจแบบเน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด แต่จำกัดความเร็วไว้ตลอด ซึ่งก็มีให้เลือกตั้งแต่ 512Kbps, 1Mbps, 4Mbps, 6Mbps, 10Mbps และกระโดดไปแบบเร็วเต็มเหนี่ยว ไม่อั้นไม่ลดสปีดกันเลยทีเดียว แพ็กเกจแบบนี้จะมีราคาแพงประมาณนึง (แต่ก็ไม่ได้แพงมาก ยกเว้นไอ้ที่เร็วเต็มเหนี่ยว ไม่อั้นไม่ลดสปีด ที่จะตกเดือนละเกือบสองพันบาท)
  • แพ็กเกจแบบใช้ร่วมกันหลายๆ เบอร์ หรือที่เรียกว่า Shared plan/Family plan แล้วแต่ค่ายมือถือจะเรียก แพ็กเกจแบบนี้จะคล้ายๆ แบบแรก คือ จำกัดปริมาณมา แล้วเมื่อใช้ครบตามกำหนดแล้ว แม้จะยังเล่นเน็ตต่อได้ แต่ความเร็วก็จะตกลงมาฮวบเลย แต่จุดเด่นของเจ้านี่คือ มันใช้ร่วมกันได้หลายเบอร์ครับ เหมาะกับคนมีอุปกรณ์เยอะ หรือใช้ร่วมกับครอบครัวหรือแฟน

เห็นแมะ  พอพยายามทำความเข้าใจแพ็กเกจเน็ตแล้ว มันก็ไม่ได้มีให้เลือกเยอะเท่าไหร่หรอก

พิจารณาการใช้งานของเราเพื่อเลือกประเภทของแพ็กเกจที่เหมาะสม

ทีนี้ถ้าเกิดเราอยากจะเลือกแพ็กเกจเน็ตที่ดีที่สุดสำหรับเรา เราต้องพิจารณาการใช้งานของเราก่อนครับ ว่าเป็นแบบไหน เพื่อที่จะได้เลือกใช้แพ็กเกจที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเราได้ คุณลองอ่านหัวข้อต่อไปนี้ แล้วพิจารณาเอาว่า คุณมีพฤติกรรมการใช้งานแบบนี้หรือเปล่า?

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 3

ใช้งานทั่วไปบ่อย แต่ไม่ได้เน้นฟังเพลงออนไลน์หรือดูคลิปวิดีโอออนไลน์มากนัก อาจมีแชร์เน็ตไปยังอุปกรณ์อื่นบ้างนานๆ ทีที่จำเป็น

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าข่ายนี้ ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมไม่ได้ชอบฟังเพลงออนไลน์ ผมนิยมดาวน์โหลดจาก Apple Music มาไว้ใน iPhone เลยแล้วค่อยฟัง ส่วนพวกคลิปวิดีโอต่างๆ เอาไว้รอต่อกับ WiFi ก่อน ค่อยดู จะได้ไม่เปลืองเน็ตมาก ส่วนมากจะหมดไปกับการเล่นโซเชียลมีเดีย เช็กอีเมล แชท LINE อ่านการ์ตูนออนไลน์ ท่องเว็บ อะไรแบบนี้

ถ้าพฤติกรรมการใช้งานของคุณเป็นแบบนี้และอยากได้อินเทอร์เน็ตที่เร็วเต็มสปีดตลอดเวลาที่ใช้ ก็อยากแนะนำให้ใช้แพ็กเกจแบบเร็วเต็มสปีดแต่จำกัดปริมาณครับ จากนั้นคุณก็เช็กดูพฤติกรรมตัวเองว่า เดือนนึงๆ ใช้อินเทอร์เน็ตไปราวๆ กี่ GB แอปของผู้ให้บริการมือถืออะ มันจะมีตัวบอกให้เราได้ว่าเราใช้อินเทอร์เน็ตไปเท่าไหร่แล้ว (ของ LINE Mobile และ dtac จะมี Internet usage history ให้ดูเลย เลยดูเฉลี่ยย้อนหลังได้ แต่ของ Truemove กับ AIS จะเป็นการดูปริมาณเฉพาะของเดือนนั้นๆ ต้องดูก่อนวันตัดรอบบิล และต้องบันทึกประวัติเอา) จากนั้นคุณก็แค่เลือกซื้อแพ็กเกจที่ให้จำนวนดาต้ามาเพียงพอต่อการใช้งานต่อเดือนของเราก็พอ

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 4

ใช้งานบ่อย เน้นฟังเพลงออนไลน์ ดูวิดีโอออนไลน์ หรือมีการแชร์เน็ตไปยังอุปกรณ์อื่นๆ บ่อยๆ ด้วย

สิ่งที่ควรต้องการจึงไม่ใช่เน็ตความเร็วเต็มสปีดซะทีเดียวแล้ว แต่คุณต้องการความเร็วที่คงที่ ที่เร็วเพียงพอต่อการใช้งาน ตลอดเวลาการใช้งาน ดังนั้นใช้แพ็กเกจเน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีดจะดีกว่าครับ ทีนี้ก็อยู่ที่ว่า จะเลือกความเร็วเท่าไหร่ ซึ่ง

  • 512kbps ผมไม่อยากแนะนำให้ใช้ มันช้าไป
  • 1Mbps เหมาะสำหรับคนที่ทนได้กับเน็ตเต่า ใช้สมาร์ทโฟนสเปกราคาประหยัด พันสองพันบาท เวลาดู YouTube ก็ดูที่ความละเอียด 240p หรือ 360p แบบนี้ยังสบายๆ อยู่
  • 4Mbps เป็นแพ็กเกจกลางๆ ที่คนทั่วไปใช้ดี เล่นโซเชียลก็เร็วประมาณนึง ดู YouTube แบบ 480p ก็พอไหว จะแชร์เน็ตให้อุปกรณ์อื่นๆ ใช้ เช่น ต่อกับโน้ตบุ๊กหรือ iPad เพื่อทำงาน ก็พอได้
  • 6Mbps คือกรณีที่อยากจะดู YouTube แบบ 720p แล้ว จะแชร์เน็ตให้อุปกรณ์อื่นๆ ใช้ ซัก 2-3 เครื่องก็ยังพอไหว
  • 10Mbps คือกรณีที่อยากจะดู YouTube แบบ Full HD แล้ว จะแชร์เน็ตให้อุปกรณ์อื่นๆ ใช้แบบโหดๆ พร้อมๆ กัน 2-3 เครื่องก็สบายๆ
  • ความเร็วสูงสุด ไม่อั้น ไม่ลดสปีด แบบนี้คือใช้แทนเน็ตบ้านกันไปได้เลยครับ แต่ควรปฏิบัติตาม Fair Usage Policy ไม่ใช้ดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ มากๆ บ่อยๆ (แต่ไม่ใช่ทำไม่ได้) และไม่ควรเอาไว้ดาวน์โหลดหรือปล่อย Bittorrent

จริงๆ ของ AIS ก็มีนะ (ผมใช้อยู่ 1Mbps ไม่อั้นไม่ลดสปีด) แต่ว่าบนหน้าเว็บ ไม่มีหน้าเพจไหนที่มีการรวบรวมแพ็กเกจพวกนี้ไว้ในที่เดียวเลย ก็เลยไม่รู้จะสร้างปุ่มลิงก์ให้ไปหากันยังไง เอาเป็นว่า ไปเข้าเว็บ AIS เอาเอง แล้วไปค้นเอาเองก็แล้วกัน ก็ไม่รู้ว่าทำไม AIS ต้องทำให้มันค้นหายากปานนี้ด้วย

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 5

ซิมลูกเทพ

ซิมลูกเทพเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนที่อยากได้แพ็กเกจเน็ตแบบไม่อั้นไม่ลดสปีด และมีราคาที่ถูกมากๆ เพียงแต่มีข้อจำกัดว่าซิมพวกนี้มักจะเป็นแบบเติมเงิน เรามักจะเลือกเบอร์ไม่ได้ ไม่รู้ใครเป็นคนลงทะเบียนซิมให้ด้วย เหมาะสำหรับการซื้อมาใช้เล่นเน็ต พอครบตามอายุซิมปุ๊บก็ทิ้งไป เปลี่ยนซิมใหม่ มากที่สุดครับ ความเร็วของซิมลูกเทพจะอยู่ราวๆ 1-4Mbps เป็นส่วนใหญ่ แต่ราคาเน็ตจากซิมพวกนี้ถูกมากๆ เริ่มต้นแค่ประมาณร้อยนิดๆ ต่อเดือน​ ซึ่งถูกกว่าไปสมัครจากผู้ให้บริการโดยตรง 2-5 เท่ากันเลยทีเดียว

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 6

มีอุปกรณ์หลายชิ้น หรือใช้กันหลายคน แต่ว่าแต่ละคนก็ใช้งานมากน้อยไม่เท่ากัน และโทรหากันบ่อย 

พวกครอบครัวหรือแฟนกันเนี่ย จะเข้าข่ายการใช้งานแบบนี้เยอะ ถ้าแต่ละคนไปเข้าข่ายพฤติกรรมแบบแรก แต่ไม่ซีเรียสที่จะมาแชร์เน็ตร่วมกัน หรือมีคุณคนเดียวนี่แหละ แต่มีอุปกรณ์เยอะเหลือเกินที่ใส่ซิมได้ เช่น iPhone, iPad, Android เป็นมือถือเครื่องที่สอง, โน้ตบุ๊กก็ใส่ซิมได้ หรือไม่ก็พก Pocket WiFi เอาไว้ อะไรแบบนี้ละก็ แพ็กเกจแบบ Shared plan/Family plan นี่อาจจะเหมาะสำหรับคุณ

ทุกค่ายเขาก็มีแพ็กเกจประเภท Shared plan/Family plan ครับ เก็บข้อมูลคร่าวๆ กันเลยว่า แต่ละคนใช้เน็ตกี่มากน้อย จากนั้นก็ซื้อแพ็กเกจตามนั้นเลยครับ ส่วนใหญ่แล้วแพ็กเกจพวกนี้จะมีราคาที่รวมๆ แล้ว ถูกกว่าแต่ละคนไปซื้อแพ็กเกจแยกกันนิดหน่อย และการเอาเน็ตมาใช้รวมเป็นกองเดียวกันแบบนี้ ทำให้เราใช้ปริมาณเน็ตที่มีมาให้คุ้มค่ามากขึ้นด้วย นอกจากนี้ แพ็กเกจพวกนี้มักจะให้โทรหากันเองฟรีอีก คุ้มสุดๆ แล้วสำหรับครอบครัวหรือคนที่เป็นแฟนกัน

สำหรับ Shared plan/Family Plan ของค่ายต่างๆ คลิกดูจากตรงนี้ได้

คุณไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตหนักๆ ทุกวัน บางวันไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเลย แต่ก็จะมีบางวันที่ต้องการใช้แบบจัดเต็ม

ไม่ใช่ทุกคนบนโลกออนไลน์จะมีชีวิตติดออนไลน์ บางคนเป็นลูกจ้างรายวันในโรงงาน ที่ต้องทำงานตลอดทั้งวัน นายจ้างไม่ให้เอามือถือเข้าไปในที่ทำงาน (บางโรงงานต้องระวังเรื่องการปนเปื้อน เขาก็จะห้าม บางที่ก็ห้ามเพื่อป้องกันพนักงานเอาแต่เล่นมือถือจนไม่ทำงาน) คนกลุ่มนี้เขาไม่ได้ต้องการอินเทอร์เน็ตทุกวัน

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 7

กรณีแบบนี้ ใช้แบบเติมเงิน แล้วค่อยๆ ทยอยซื้อแพ็กเกจเน็ตเสริมตามจำนวนวันที่ต้องการจะดีที่สุด พวกนี้ไม่ว่าจะค่ายไหนๆ เขาก็จะมีแพ็กเกจเสริมซื้อเน็ตใช้เป็นวันๆ หรือต่อสัปดาห์อยู่แล้ว ลองไปสอบถามดูครับ (ภาพข้างบน ยกตัวอย่างของ Truemove มา) เวลาเลือก ดูให้ดีว่าได้เน็ตใช้กี่ GB หรือไม่อั้นไม่ลดสปีดที่ความเร็วเท่าไหร่ และใช้ได้นานกี่วันนะครับ

แพ็กเกจเสริมสำหรับเบอร์เติมเงินของค่ายต่างๆ ไปดูรายละเอียดได้ตามนี้

คุณมีความต้องการเน้นเล่นเกมเป็นพิเศษ

เดี๋ยวนี้เกมออนไลน์บางเกมเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักเล่นเกมคนไทย เช่น ROV, PUBG อะไรแบบนี้ ค่ายมือถือบางค่ายเขาก็จัดแพ็กเกจแบบพิเศษมาให้เพื่อให้เล่นเกมพวกนี้ฟรี ไม่คิดค่าเน็ตโดยเฉพาะ หรือบางค่ายอาจให้การเล่นฟรีๆ แบบนี้ไปอยู่ในแพ็กเกจทุกแพ็กเกจเลย เช่น ของ AIS ที่แพ็กเกจ 4G MAX ทุกแพ็กเกจ จะเล่นเกม ROV และ PUBG ได้ไม่จำกัด

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 8

หรือของ Truemove H เองที่ทำ eSport SIM มาโดยเฉพาะ พร้อมมีแพ็กเกจเล่น ROV ไม่อั้นที่มาพร้อมกับตัวเลือกแพ็กเน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด หรือเน็ตคิดตามปริมาณ และอื่นๆ อีกมาก

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 9

แล้วผมเลือกแพ็กเกจเน็ตแบบไหนใช้?

เขียนมาถึงตรงนี้ แล้วหลายคนอาจจะอยากถามว่า แล้วผมเลือกใช้แพ็กเกจเน็ตแบบไหน? จะลองเขียนอธิบายให้อ่านกันนะครับ เพราะผมมีหลายแพ็กเกจเหลือเกิน

  • ผมใช้ Truemove H 4G+ Family Share Plan เป็นแพ็กเกจสำหรับเบอร์หลักของผม ผมแชร์กับแม่และแฟนของผม จะได้โทรหากันเองฟรี ผมไม่ค่อยได้ใช้อินเทอร์เน็ตจากแพ็กเกจนี้ เพราะให้แม่และแฟนแชร์กันใช้เป็นส่วนใหญ่ ใช้แพ็กเกจ 1,899 บาท เล่นเน็ตได้ 30GB โทรได้ 2,000 นาที ซึ่งเพียงพอสำหรับสองคนใช้สบายๆ ส่วนผมได้อานิสงส์จากการโทรศัพท์มากกว่า ซิมนี้อยู่บนสมาร์ทโฟนที่เป็น Android 2 ซิมตัวหลักของผม (ปัจจุบันคือ Xiaomi Mi Mix 3) แต่ผมก็มีผูกเบอร์อีก 3 เบอร์เอาไว้กับแพ็กเกจนี้ เอาไปใส่ใน Pocket WiFi และสมาร์ทโฟนอีกสองเครื่อง เอาไว้สำหรับตอนรีวิว จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเอาซิมที่ใช้กับมือถือตัวหลักไป สะดวกดี
  • ผมใช้ LINE Mobile กับ iPhone 8 Plus ของผม ที่เป็นเครื่องหลักในการเล่นอินเทอร์เน็ต LINE Mobile จะมีแพ็กเกจที่เอามาลดราคาเสมอๆ และสามารถเปลี่ยนแพ็กเกจได้ง่ายทุกเดือน (จะเริ่มนับแพ็กเกจใหม่ทุกรอบบิล) ผมพิจารณาแล้ว ผมเล่นเน็ตราวๆ 22GB/เดือน โดยดูจากประวัติการใช้งานย้อนหลังไปตั้งกะเมื่อครั้งยังใช้แพ็กเกจ Unlimited ฉะนั้นตอนนี้ผมก็เลยเลือกใช้แพ็กเกจ XXL ที่ให้เน็ต 40GB ซึ่ง​ณ ตอนที่เขียนบล็อกนี้อยู่ มันแค่เดือนละ 329 บาทเท่านั้นเอง
  • ผมใช้ AIS เน็ตไม่อั้นไม่ลดสปีด 1Mbps กับ Android 2 ซิมตัวหลักของผม เพื่อเอาไว้ใช้เล่นเน็ต ซึ่งตัวนี้มันแค่เอาไว้เผื่อต้องการเล่นโซเชียล กับเปิดเว็บนิดหน่อย และ 1Mbps มันก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว และมันทำให้ผมใช้เน็ตได้ โดยไม่ต้องไปใช้เน็ตจาก 4G+ Family Share Plan ที่ผมให้แม่กับแฟนใช้ด้วย

ขอหาดาวน์ไลน์นิดนึง คืองี้ LINE Mobile มันมีคุณสมบัติพิเศษอีกอย่างคือ หากแนะนำเพื่อนมาสมัคร คนแนะนำได้ลด 10 บาท และเพื่อนที่ได้รับคำแนะนำมาก็ได้ส่วนลด 10 บาท ทุกเดือน ตราบเท่าที่ไอ้คนแนะนำและเพื่อนที่สมัครตามคำแนะนำมันยังไม่ยกเลิกใช้ LINE Mobile ไปซะก่อน ฉะนั้น หากใครคิดว่า LINE Mobile น่าสนใจ และอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณ dtac ครอบคลุม (LINE Mobile ให้บริการอยู่บนเครือข่ายของ dtac) แล้วอยากลองสมัคร คลิกปุ่มสีเขียวอ่อนด้านล่างโลด คุณกับผมจะได้รับส่วนลดกันคนละ 10 บาทในทันที

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 10

อันนี้ผมไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ จาก LINE Mobile มาให้โปรโมทนะครับ กะมาเอาส่วนลดจากดาวน์ไลน์ล้วนๆ (ฮา) ใครสมัครก็คิดซะว่าช่วยลดต้นทุนค่าเขียนบล็อกของผมหน่อยก็แล้วกัน ณ ตอนนี้แพ็กเกจที่น่าสนใจคือ L, XXL และ Unlimited เลือกสมัครได้ตามอัธยาศัย แต่ถ้าถามผม XXL ก็น่าจะเพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่แล้วเหอะ

การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง
การเลือกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตมือถือให้เหมาะกับตัวเอง 11

ผมเป็นคนที่ใช้เน็ตแบบไม่บันยะบันยัง และมีซิมของค่ายมือถือครอบคลุม 3 รายใหญ่เลยครับ ตั้งกะ True, dtac, AIS ยัน LINE Mobile และสันดานเสียของผมอย่างนึงก็คือ เ

Editor's Rating:

Post Author: นายกาฝาก

บล็อกเกอร์ต๊อกต๋อย ผู้นิยมชมชอบการรีวิวแบบไม่เกรงใจหน้าอินทร์หน้าพรหม ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าคนอ่านเขาได้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผลิตภัณฑ์แล้วยังตัดสินใจซื้อ เขาจะมีปัญหากับผลิตภัณฑ์นั้นน้อยกว่าซื้อเพราะอ่านบล็อกที่เขียนมาอวย ... ก็เท่านั้นเอง

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.